โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เขมรยังดื้อแพ่งเรื่องเขตแดน

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 มกราคม 2569 เวลา 4.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ลงพื้นที่สุรินทร์ ให้กำลังใจทหารแนวหน้าฐานภูหลวง มอบเหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ ผ้ายันต์คาถายูงทองหลวงปู่มั่นติดหมวก เสริมขวัญกำลังใจ ขณะไทยโต้สื่อนอก ย้ำปฏิบัติหน้าที่ในอาณาเขตตนเอง แม่ทัพภาค 1 คุมบ้านหนองจาน 100% และคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินชาวบ้าน ด้านเขมรไม่ยอมรับเปลี่ยนแปลงเขตพรมแดน

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 2 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ศูนย์การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูหลวง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ติดตามสถานการณ์ รับฟังรายงานภาพรวมพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่

โอกาสนี้ นายอนุทินได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ และให้กำลังใจทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพล ที่ยังคงปฏิบัติภารกิจดูแลความมั่นคงของชาติ แม้แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ไม่ได้กลับบ้าน

จากนั้นนายอนุทินได้มอบเหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ ซึ่งสมเด็จเจ้าคุณธงชัย หรือสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม ได้ฝากมาให้แจกทหารแนวหน้าทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกล่าวให้กำลังใจสั้นๆ ขอให้ทุกนายแคล้วคลาดปลอดภัย และไม่มีสิ่งใดทำอันตรายได้ รวมถึงยังมีผ้ายันต์คาถายูงทอง "นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา" จากบทสวดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต "โมรปริตร" มอบให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง โดยติดไว้บนหมวกของกำลังพล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ขณะเดียวกัน ภายหลังจากการตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 และตรึงกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ชี้แจงเกี่ยวกับรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” ของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชา “กลับบ้านพัก” ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่

โดยประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเกิดขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศไทย และ/หรือในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อนซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่น

การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1.คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ 2.ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน 3.ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว

ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ให้ความสำคัญต่อบทบาทของสื่อมวลชน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน ถูกต้อง และใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ

คุมหนองจาน 100%

ขณะเดียวกัน พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยเป็นการลงพื้นที่อย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 8-27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง

ด้าน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ที่เดินทางมาพร้อมคณะ ได้กล่าวยืนยันต่อชาวบ้านหนองจานว่า ขอให้มั่นใจว่ากองทัพจะดำเนินการทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อคืนกรรมสิทธิ์ให้แก่ชาวบ้านอย่างสมบูรณ์ โดยปัจจุบันฝ่ายไทยสามารถครอบครองและควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมดแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่และดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม

ส่วนกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภาพรวมสถานการณ์ประจำวันที่ 1 ม.ค. 2569 โดยทั่วไปว่า ยังไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธหรือเผชิญหน้าโดยตรง แต่ฝ่ายตรงข้ามยังคงเสริมกำลังและเตรียมความพร้อมเชิงยุทธการอย่างต่อเนื่อง ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญ ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ช่องซำแต-โดนตวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิ์-ช่องตาเฒ่า พบ การเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้ามเพื่อเพิ่มความพร้อมในพื้นที่ยุทธศาสตร์

พื้นที่ปราสาทพระวิหาร-ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย ไม่พบการปะทะ แต่ยังมีการจัดกำลังเตรียมพร้อม พื้นที่ภูมะเขือ-ช่องโดนเอาว์-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน พบ การส่งกำลังบำรุงและการบิน UAV ตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม-ช่องเปรอ-ช่องระยี-ปราสาทคนา-ปราสาทตาควาย-ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญ พื้นที่ปราสาทตาควายยังคงตรึงกำลังตามปกติ จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ไม่มีความเคลื่อนไหวสำคัญ เหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายตรงข้ามปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีรองรับการส่งกำลังบำรุง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่เนิน 745 และยอดโดม

วันเดียวกัน พรรครักชาติ นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ. ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรครักชาติ ร่วมสดุดีและรำลึกถึงเหล่าวีรชนทหารกล้า โดยนำดอกเบญจมาศสีขาวมาเคารพ พร้อมตั้งจิตระลึกถึงคุณงามความดีที่เหล่าทหารกล้าเสียสละเพื่อชาติไทย ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

โดย รศ. ดร.เจษฎ์ออกมาตอบโต้นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา กรณีเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศและศาลโลก ให้ไทยชดใช้ค่าเสียหาย กรณีบุกรุกและทำลายทรัพย์สินกัมพูชาว่า เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายที่นายสม รังสีพูดถึงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยควรต้องเป็นผู้จ่าย

รศ. ดร.เจษฎ์กล่าวย้ำว่า คนที่เป็นคนรุกราน คนที่เป็นคนเริ่มต้นให้เกิดการปะทะกันต่างหากที่ควรต้องรับผิดชอบชดใช้ความเสียหาย หรือประเทศที่พ่ายแพ้สงครามจึงจะเป็นคนที่ต้องชดใช้ ไม่ใช่ฝ่ายที่ถูกกระทำ

“คนที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายให้เราคือเขมร คือกัมพูชา ไม่ใช่เราจ่ายค่าเสียหายให้กัมพูชาหรือเขมร” รศ. ดร.เจษฎ์กล่าวทิ้งท้าย

เขมรไม่ยอมรับเขตแดนใหม่

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ASEAN มองไทย ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า "นายเพ็ญ โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะตัวแทนและโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ได้กล่าวว่ากัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงพรมแดนใดๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง และการกระทำใดๆ ที่เบี่ยงเบนไปจากฉันทามติในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 และข้อตกลงก่อนหน้านี้ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง"

โดยนายเพ็ญได้เน้นย้ำจุดยืนของกัมพูชาว่า "กัมพูชายืนหยัดอย่างมั่นคงในการปกป้องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชา-ไทย ที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการเขตแดนอินโดจีน-สยาม โดยเคารพหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเส้นเขตแดนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (Uti Possidetis Juris) เคารพอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม แผนที่และบันทึกการกำหนดเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนอินโดจีน-สยาม ตลอดจนข้อตกลงและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ในอดีต"

นายเพ็ญกล่าวเพิ่มเติมว่า "ภาพหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ประชาชนได้เห็นในบางพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น ไม่ใช่เส้นเขตแดนระหว่างประเทศระหว่าง 2 ประเทศ ดังนั้นโปรดรอให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศทำการวัดก่อนที่จะประกาศเป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศที่แท้จริงระหว่าง 2 ประเทศ อีกทั้งในข้อ 3 ของปฏิญญาร่วมของการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างกัมพูชาและไทย ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องว่าข้อตกลงใดๆ ภายใต้ปฏิญญาร่วมนี้จะไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการเขตแดนร่วมดำเนินการสำรวจและกำหนดเขตแดนต่อไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน".

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...