โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 มกราคม 2569 เวลา 4.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ ๐ นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง ให้กาบัตรเลือกตั้งก่อนเดินต่อไปคูหาประชามติ ย้ำ 3 ม.ค.เปิดให้ลงทะเบียนขอออกเสียงประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย

โดยประกาศมีเนื้อหาสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ พร้อมระบุเหตุผลของการกำหนดให้ออกเสียงประชามติว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 ก.ย. 2568 ครม.จึงเห็นสมควรสนับสนุนการทำประชามติดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564

ขณะเดียวกันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่ง ครม.เห็นว่ามีเหตุผลความจำเป็นจึงกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เพื่อเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของ กกต.ที่ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้ง สส.ในวันที่แตกต่างกันด้วย ตลอดจนได้ส่งข้อมูลและสาระสำคัญในเรื่องที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไปยัง กกต.แล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกอบมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ครม.จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่"

ด้านสำนักงาน กกต.ได้ชี้แจงการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.ในประเด็นคำถาม "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" รวมถึงขั้นตอนในการออกเสียงประชามติและเลือกตั้ง สส.โดยมีสาระสำคัญคือ 1.ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของการจัดทำประชามติ โดยการออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นประชามติครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่จะต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบเสียก่อน ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ต้องการมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว

2.คำถามประชามติ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ประเด็นคำถามคือ "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" เป็นผู้มีสิทธิออกเสียง สามารถเลือกได้ 3 ช่องทางคือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น

3.ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 และต้องดำเนินตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ ทั้งนี้การออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

4.ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน ซึ่งจะมี 2 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกเลือกตั้ง สส.และขั้นตอนที่ 2 คือการออกเสียงประชามติ ซึ่งขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.ก่อนเข้าคูหา เตรียมหลักฐานแสดงตน และแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อคือเลือกพรรค จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว หากไม่ประสงค์เลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดก็ให้กากบาทลงในช่อง "ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด" และช่อง "ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด" สุดท้ายพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วนำไปหย่อนหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้อง

สำหรับขั้นตอนและการออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส.แล้ว เดินไปยังจุดถัดไปที่อยู่ในที่เลือกตั้งเดียวกัน ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียง จากนั้นเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทเพียงช่องเดียว คือ "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "ไม่แสดงความคิดเห็น" จากนั้นพับบัตรแล้วนำบัตรประชามติลงไปหย่อนในหีบและออกจากที่เลือกตั้ง

ขณะที่การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและประชามตินอกราชอาณาจักร และสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวันลงคะแนนพร้อมกันทั้งประเทศ ไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า แต่ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ก็สามารถลงคะแนนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักร ขณะผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุก็สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 3 ม.ค. 2569 เป็นวันแรก ไปจนถึงวันที่ 5 ม.ค. 2569

สำหรับขั้นตอนการขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตประชามติ นอกราชอาณาจักร และการออกเสียงสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ สามารถยื่นลงทะเบียนได้ 3 ช่องทาง คือ 1.ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมาย ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 69 ในวันและเวลาราชการ 2.ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ และ 3.ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติในวันที่ 5 ม.ค. เวลา 24.00 น.ตามเวลาประเทศไทย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...