โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เย็น ลึก และมีพลัง กับ Breath Inspired ผู้ถ่ายทอดวิชาหายใจให้พ้นทุกข์ด้วยวิธีการแบบวิมฮอฟที่แรกในไทย (TH/EN)

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 20.23 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 20.23 น.
breath-inspired-cover

แต่ละคนคงมีกิจกรรมคลายเครียดของตัวเองหลังจากกลับจากที่ทำงาน แต่สำหรับผู้ก่อตั้ง Breath Inspired พวกเขาใช้การฝึกลมหายใจเพื่อรับมือกับความเครียด

สจ๊วต วิลสัน (Stuart Wilson) หนุ่มอังกฤษผู้มีหน้าที่การงานที่ดี ใครก็มองว่าเขาประสบความสำเร็จ แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกแบบนั้น รู้ตัวอีกทีคือเขากำลังเผชิญหน้ากับสภาวะหมดไฟในการทำงาน ขณะที่ แก้ม – วริศรา กัญพันธ์ สาวไทยผู้พบว่าตัวเองเป็นคนเชื่องช้า แถมยังกำลังต่อสู้กับอาการซึมเศร้า ก่อนที่ “การหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟ (Wim Hof Method: WHM) และการอาบน้ำแข็ง (Ice Bathing)” จะทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่เหมือนเดิม

“การฝึกลมหายใจนี่เปลี่ยนชีวิตเราสองคนเลยค่ะ (ยิ้ม)” หลังจากที่ทั้งคู่สัมผัสถึงความมหัศจรรย์จากการฝึกลมหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟ พวกเขาก็ดำดิ่งลึกลงไปจนกลายเป็นผู้สอน และยังขยายความรู้ในศาสตร์การหายใจแบบอื่น ๆ จนอยากส่งต่อพลังแบบนี้ให้กับคนอื่นที่อาจพบเจอปัญหาเช่นเดียวกับตัวเอง กระทั่งตัดสินใจเปิดธุรกิจชื่อว่า Breath Inspired ในช่วงปี 2019

ตอนฝึกการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟครั้งแรก ผมร้องไห้ออกมาในรอบ 20 ปีเลย

มาดูกันว่าลมหายใจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาอย่างไร และทำไมทั้งคู่จึงอยากแชร์สิ่งนี้กับผู้คน

สจ๊วต วิลสัน (Stuart Wilson) และ วริศรา กัญพันธ์

หายใจในความเย็น
ในหนังสือ Breath ลมหายใจมหัศจรรย์ บอกว่า “การหายใจแต่ละแบบส่งผลต่อร่างกายไม่เหมือนกัน บางวิธีทำให้เราสุขภาพแข็งแรง บางวิธีทำลายเซลล์ประสาท และบางวิธียิ่งเร่งให้เราตายไวขึ้น” นี่จึงน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำไมแค่การหายใจให้ถูกวิธีจะช่วยให้เราสุขภาพดีขึ้นได้ แม้จะมีการหายใจตั้งร้อยแปดเทคนิค แต่หนึ่งเดียวที่ได้รับการยอมรับทางวิทยาศาสตร์ที่เหมาะกับการแช่น้ำแข็ง คือการหายใจแบบ “วิม ฮอฟ”

“สิ่งที่ทำให้ผมติดใจคือการฝึกลมหายใจ ไม่ใช่ความเย็น” สจ๊วตเฉลย แล้วเล่าย้อนกลับไปตอนที่เขาก้าวเข้ามาในโลกของการหายใจเป็นครั้งแรก “ตอนฝึกการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟครั้งแรก ผมร้องไห้ออกมาในรอบ 20 ปีเลย” เขายังจำความรู้สึกนั้นได้อย่างดี “มันรู้สึกเหมือนได้รีเซ็ตจิตใจ จัดระเบียบชีวิตใหม่ ผมเริ่มอยากเรียนรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนอยากเอากลับมาสอน อยากให้คนที่เป็นแบบผมได้รู้สึกแบบเดียวกัน” ครูสอนการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟคนแรกในไทยว่า

วิม ฮอฟ (Wim Hof) นักกีฬาชาวดัตช์ที่ได้รับฉายาว่ามนุษย์น้ำแข็ง (Iceman) เขาคิดค้นวิธีการหายใจแบบทะลุขีดจำกัดต่าง ๆ ของมนุษย์ ที่สามารถพาร่างกายต่อสู้กับความเยือกเย็น การหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟ หรือ Wim Hof Method ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายได้จริง เขาฝึกวิธีนี้มา 40 กว่าปี จนเผยแพร่วิธีนี้ไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้นจากการหายใจและการแช่น้ำแข็ง

สายสุขภาพอาจจะคุ้นชินกับกิจกรรมแช่น้ำแข็ง แต่น้อยคนจะรู้ว่าเบื้องหลังการจะแช่น้ำแข็งให้ถูกต้อง ปลอดภัย และได้ประโยชน์เต็ม ๆ ต้องฝึกหายใจด้วย การแช่น้ำแข็งเพียง 2 นาที ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ประโยชน์ที่เราได้รับจากการแช่น้ำแข็งครอบคลุมไปตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผ่อนคลายความเครียด ลดอาการอักเสบของร่างกายและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ และพลังใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันได้ดียิ่งขึ้น

3 เสาหลักของเทคนิคการหายใจแบบวิมฮอฟก็คือ การหายใจ (Breathing) ความเย็น (Cold Exposure) และความมุ่งมั่น (Commitment)

“ผมเคยเป็นคนคิดมาก คิดอยู่ตลอดเวลาว่าต้องทำอะไรต่อ หรืออะไรที่เราเสียดาย ซึ่งมันเป็นกับดักอยู่ในหัวผมมาก ๆ เลย แต่การหายใจและการอาบน้ำแข็งทำให้ทุกอย่างที่ว่ามาหายไปหมดเลย โดยเฉพาะการอาบน้ำแข็งน่ะครับ เพราะเวลาอยู่ในน้ำแข็ง ผมจะไม่มานั่งคิดเรื่องพวกนี้” สจ๊วตเล่าพลางหัวเราะ

“วิธีของวิมฮอฟ ทำให้สจ๊วตสงบนิ่งขึ้น แต่สำหรับแก้ม วิธีนี้เติมพลังให้เรา” สาวไทยคนแรกผู้สอนการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟกล่าวเสริมว่า การหายใจส่งผลกับแต่ละคนแตกต่างกัน บ้างอาจจะทำแล้วผ่อนคลาย แต่บางคนอาจจะตื่นตัว ยกตัวอย่างคนเล่นกีฬาที่ใช้การหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟเพื่อเพิ่มความอึดให้กับร่างกาย ช่วยให้ออกกำลังกายได้ดีและนานขึ้น เป็นต้น

เทคนิคการหายใจนี้ เป็นการหายใจแบบมากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย เรียกว่า Hyperventilation วิธีนี้เราต้องสูดลมหายใจผ่านกระบังลมให้เต็มท้อง ไล่ขึ้นมาจนถึงไหปลาร้า และปล่อยออกทันทีแบบเร็ว ๆ คล้ายถอนหายใจ แบบต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักราว 30 ครั้งติดต่อกัน (Conscious Connective Breathing) ขอบอกว่าอันตราย และแนะนำให้ฝึกตอนอยู่ในท่านอนราบกับพื้นเท่านั้น

ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นในการฝึกการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟคืออาการล่องลอย หรือที่เรียกว่า “ไฮ” เพราะวิธีการหายใจนี้เป็นการเพิ่มสารแห่งความสุข ที่เรียกว่าโดปามีนถึง 250% ทีเดียว อาการอื่น ๆ เช่น ชาตามร่างกาย หูอื้อ เห็นแสงสี ก็เป็นอาการที่พบได้ปกติเช่นกัน เนื่องจากเราสูดเอาออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้นถึง 15% ร่างกายแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนในเลือดอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำให้ร่างกายกลายเป็นด่าง เตรียมระบบความกังวลให้พร้อมรับมือกับความเครียด

และความเครียดที่ว่าก็คือ…การเจอกับน้ำแข็ง

รับมือกับความเครียด
“คุณอาจจะรู้สึกว่าการไปแช่น้ำแข็ง 2 นาทีเนี่ยจะช่วยให้เครียดน้อยลง มันไม่จริงนะครับ” สจ๊วตย้ำ แก้มเสริมต่อว่า “คนชอบสงสัยว่าทำไมต้องจ่ายเงินมาเพื่อให้ตัวเองเครียดอีก (หัวเราะ) มันเป็นการฝึกควบคุมความเครียดค่ะ เวลากลับไปใช้ชีวิตประจำวัน เราจะได้รับมือได้ดีขึ้น”

การแช่น้ำแข็งคือกระจกสะท้อนเงาว่าเรามีความเครียดแค่ไหน

ที่นี่ไม่ได้สอนวิธีแช่น้ำแข็ง แต่สอนวิธีรับมือกับความเครียด ทำอย่างไรถึงจะผ่อนคลายได้เมื่อเราไปอยู่ในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งอุณหภูมิ 0 องศา “มันคือความเครียดทางกายและใจในเวลาเดียวกัน แต่เรายังต้องผ่อนคลายให้ได้” ฟังดูท้าทายมาก แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ

คนเราพบเจอความเครียดกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในชีวิตส่วนตัวหรือชีวิตทำงาน แต่บางครั้งเรากลับไม่สังเกตเห็นว่ามันอยู่กับเรา “การแช่น้ำแข็งคือกระจกสะท้อนเงาว่าเรามีความเครียดแค่ไหน” ทันทีที่ร่างกายสัมผัสความเย็น เส้นเลือดจะหดตัวทันที บางคนเกร็งไหล่ เกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว คุณครูที่คอยดูอยู่ข้างอ่างน้ำแข็ง ก็จะคอยพูดนำทางให้เราค่อย ๆ ผ่อนคลายทีละส่วนทั้งร่างกายและจิตใจ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องควบคุมสมองไม่ให้เตลิดเปิดเปิงจนทนอยู่ใต้น้ำแข็งไม่ไหว ทุกอย่างทำได้ด้วยการหายใจ

“เวลาลงไปในน้ำแข็ง เราจะอยู่ในภาวะที่จิตใจสงบนิ่ง ร่างกายพร้อมสำหรับความเครียดแบบสุดขีด ทำให้เราสามารถโฟกัสได้มากขึ้น” เพราะยิ่งเรามุ่งมั่นกับสมาธิมากเท่าไร 2 นาทีก็ไม่ถือว่านาน “ตอนดูยูทูปอยู่ที่บ้านน่ากลัวกว่านี้อีก แต่พอมาเข้าคลาสรู้สึกสนุกและไม่ยากอย่างที่คิด” หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟขั้นพื้นฐาน (Wim Hof Method Fundamental) บอกกับเรา

เพราะความเครียดไม่ได้มีแต่ด้านลบ บางทีสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่อาจเป็นความเครียดเชิงบวกหรือ Hormetic Stress ก็ได้ ฉะนั้นการรู้ว่าตัวเองกำลังเครียดแบบไหนก็จะช่วยให้เรารับมือได้ดีขึ้น และจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากเรารู้จักวิธีที่จะรับมือกับมัน

เพราะทุกคน “หายใจ”

การฝึกลมหายใจไม่ได้ไปแทนที่อะไรเลยนะ มันไม่ได้ทดแทนการไปยิมได้ หรือโยคะ หรือการทำสมาธิ มันเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเพอร์ฟอร์แมนซ์ (performance) เพิ่มพลัง (energize) เพิ่มการผ่อนคลายให้กับเรา และเมื่อคุณได้เรียนรู้เทคนิคการหายใจนั้น ๆ แล้ว มันไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย เพราะลมหายใจอยู่กับตัวเรา

แม้ว่าการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟจะดี และมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มากมายแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่าง และไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะฝึกฝนแบบนั้น ทั้งแก้มและสจ๊วตจึงนำเสนอวิธีการหายใจแบบอื่น ๆ ใต้ร่มธุรกิจ Breath Inspired ด้วย เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกใช้ ปรับให้เข้ากับบริบทและชีวิตประจำวันของตัวเองได้

“คนไทยทำสมาธิอยู่แล้ว แต่พอพูดถึงการฝึกลมหายใจ เขาอาจจะไม่เข้าใจว่าจะทำไปทำไม” คนส่วนใหญ่กำลังหายใจผิดวิธี และไม่ว่าเราจะพยายามกินอาหารหรือดูแลสุขภาพดีแค่ไหน มันจะไม่ช่วยอะไรเลย หากเราไม่รู้วิธีการหายใจที่ถูกต้อง ทุกอย่างเริ่มต้นที่การหายใจ

ทั้งสจ๊วตและแก้มต่างก็ได้แรงบันดาลใจจากการหายใจ พวกเขาจึงอยากส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านี้ผ่าน Breath Inspired สร้างธุรกิจเพื่อแบ่งปันความรู้ในศาสตร์การหายใจเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น “เราไม่ได้เจาะจงว่าจะสอนคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่แค่พวกฮิปปี้หรือสายจิตวิญญาณเท่านั้น เพราะเราสอนวิธีหายใจทั้งสำหรับคนเล่นกีฬา คนทำงาน แม้แต่เด็ก ๆ และผู้สูงอายุ” สถิติที่พวกเขาเคยสอนก็คือเด็กอายุสี่ขวบจนถึงผู้ใหญ่วัยแปดสิบ

นอกจากจะได้ใบรับรองในการสอนการหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟแล้ว ทั้งคู่ก็ยังมีใบรับรองของเทคนิคอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นออกซิเจน แอดแวนเทจ (Oxygen Advantage) วิธีการหายใจเพื่อการกีฬาโดยเฉพาะ เช่น ฝึกหายใจเพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการแข่งมาราธอน เบรธโธโลจี (Breathology) ที่ก่อตั้งโดยนักกีฬาฟรีไดฟ์ ถูกใช้โดยนักกีฬาโอลิมปิก ทหารหน่วยซีล นักธุรกิจ และนักบำบัด หรือเบรธ มาสเตอรี (Breath Mastery) ศาสตร์การหายใจที่ผสมผสานทั้งเรื่องการผ่อนคลาย การเพิ่มพลัง ปรับสมดุลอารมณ์ และชุบชูจิตใจ สอนโดยแดน บรูเล่ (Dan Brule) ผู้นำเรื่องการฝึกหายใจคนแรก ๆ ที่เน้นการหายใจทางจิตวิญญาณ แต่วิธีการหายใจทั้งหมดก็มีเป้าหมายร่วมกัน คือเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being)

พวกเขาสร้างคอมมูนิตีเล็ก ๆ นี้ขึ้นมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป “ถ้าเราฝึกทำสมาธิด้วยตนเอง แน่นอนว่ามันจะรู้สึกต่างกันกับที่เราได้ทำในคลาส นั่นคือพลังของคอมมูนิตีครับ แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะทำอยู่ที่บ้านเองไม่ได้นะ” สจ๊วตเสริมด้วยว่า คลิปสอนการหายใจตามโซเชียล หากเราทำไม่ถูกต้องก็อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บได้ เพราะที่นี่ยึดความถูกต้องและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสองอันดับแรก “นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามีเวิร์กช็อป เพื่อที่ว่าคนจะได้มาลงลึกถึงการฝึกหายใจ และได้สัมผัสมันจริง ๆ อาจจะรู้สึกได้เปิดโลกเหมือนที่ผมเคยรู้สึก”

“การฝึกลมหายใจไม่ได้ไปแทนที่อะไรเลยนะ มันไม่ได้ทดแทนการไปยิมได้ หรือโยคะ หรือการทำสมาธิ มันเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเพอร์ฟอร์แมนซ์ (performance) เพิ่มพลัง (energize) เพิ่มการผ่อนคลายให้กับเรา และเมื่อคุณได้เรียนรู้เทคนิคการหายใจนั้น ๆ แล้ว มันไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย เพราะลมหายใจอยู่กับตัวเรา” การฝึกหายใจทำให้เราเรียนรู้ว่า อย่าปล่อยให้ความเครียดบงการเรา เราอยู่เหนือมันได้ด้วยการรู้จักวิธีหายใจ หลังจากลองฝึกสักพักแล้ว คุณจะพบกับการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างที่พวกเขาบอกจริง ๆ

หายใจในชีวิตประจำวัน
สจ๊วต :
ผมชอบวิธีหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟในตอนเช้า ซึ่งช่วยให้ผมตื่นได้ตลอดวัน ส่วนตอนเย็น ผมก็จะฝึกการหายใจที่ช่วยเรื่องการผ่อนคลาย เช่น เทคนิคการฮัม (คล้ายกับการโอมในโยคะ) เราฝึกหายใจได้ทุกเมื่อ เช่น เวลานั่งแท็กซี่ซิ่งมากก็เริ่มเครียดแล้ว ผมก็ใช้โอกาสนั้นแหละฝึกลมหายใจ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมฟังจากแดน บรูเล่ แล้วชอบมากเลยคือ “อย่าแค่มอง พยายามรู้สึกมันด้วย” ทางวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าเวลาที่หายใจเข้า เราเก็บความทรงจำได้ดีขึ้น ตอนนี้เวลาที่ผมมองอะไรที่มันสวยงาม ก็จะลองหายใจเข้ายาว ๆ เพื่อบันทึกช่วงเวลานั้นไว้ แทนการถ่ายรูป

แก้ม : ชอบฝึกวิธีหายใจแบบวิธีการของวิมฮอฟและต่อด้วยการแช่น้ำแข็งตอนเช้าเหมือนกัน เพราะว่ามันช่วยเพิ่มพลังให้เราไปทำสิ่งอื่น ๆ ได้ดี ระหว่างวันก็พยายามอยู่กับลมหายใจให้มากขึ้น เป็นคนถอนหายใจบ่อยมาก เพราะเวลาเครียดหรือตกใจจะกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หรือพอเวลาเหนื่อย ๆ เรามักจะอ้าปาก เราก็จะพยายามดึงลมหายใจกลับมาทางจมูกและให้การหายใจเป็นจังหวะปกติให้ได้ อีกอย่างการหายใจทางจมูกช่วยเรื่องภูมิแพ้ด้วยค่ะ มันช่วยให้จมูกเราโล่งขึ้น ส่วนก่อนนอน เราเป็นคนนอนง่าย แต่คืนไหนที่นอนไม่หลับ ก็จะใช้การหายใจที่เรียกว่า Coherent Breathing (Resonant) เป็นการหายใจแบบตระหนักรู้ ซึ่งมีการศึกษาเยอะมากว่ามันดียังไง แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก การหายใจวิธีนี้แค่ 5 นาทีต่อครั้ง เห็นผลเร็วกว่าการนั่งสมาธิด้วยค่ะ อย่างแก้มเป็นคนที่ถ้าหายใจด้วยวิธีการของวิมฮอฟแล้วจะนอนไม่หลับ (หัวเราะ)

ติดต่อ Breath Inspired ได้ทาง
Website www.breathinspired.comInst
Instagram www.instagram.com/breath_inspired/
Facebook www.facebook.com/breathinspired/
Linkedin www.linkedin.com/company/breathinspired
Youtube www.youtube.com/c/BreathInspired

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

NEWS UPDATE: งานวิจัยใหม่ยืนยัน วัคซีนโควิดในหญิงตั้งครรภ์ปลอดภัยต่อพัฒนาการของลูก

Mood of the Motherhood

New Balance กำลังเดินหน้าสร้างรายได้ให้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2026

THE STANDARD

เปิดที่มา "ปลาร้า" มรดกก้นโหลจากภูมิปัญญา สู่ซอฟต์พาวเวอร์อาหารอีสานระดับโลก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

ว้าวซ่าจัด หลวงพี่โชว์สกิล เขียนยันต์ แบบยุคใหม่ จัดไปแบบ 3 ภาษา ไม่รวยก็ให้มันรู้ไป!!

CatDumb

ก่อนซื้อดูให้ดี! วิธีสังเกต แตงไทย แคนตาลูป เมล่อน ต่างกันยังไงใน 1 นาที

sanook.com

‘องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ’ เปิดตลาดเกาหลี ตอกย้ำ IP ไทยสู่เวทีโลก

กรุงเทพธุรกิจ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...