เมื่อ CYBERBULLY คือบทลงโทษจากคนในสังคม
สังคมไทยเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา เมื่อย้อนกลับไปดูแล้วทำให้พบว่าสังคมเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิวัติทางความคิด เพื่อความ ‘เท่าเทียม’ จะเห็นได้ว่าช่องว่างทางความคิดของคนในสังคมนั้นมีหลากหลาย มีการโต้เถียงกันให้เห็นอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน โดยใช้สื่อโซเชียลเป็นตัวกลาง ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดีก็คงไม่พ้น Facebook Tik Tok รวมไปถึง Twitter
.
เมื่อคนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเคารพความรู้สึกของผู้อื่น จึงเกิดคำว่า Cyberbully ขึ้นมา เป็นคำที่แสดงให้เห็นถึงการใช้สื่อโซเชียลในการรังแกและทำลายความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งการตระหนักในเรื่องของ Cyberbully นั้นมีให้เห็นมากขึ้นก็จริง แต่หากสังเกตดูดีๆ แล้ว ใช่ว่าการกลั่นแกล้งรังแกผ่านสื่อโซเชียลจะเลือนหายไป แต่มันยังแฝงอยู่ในคราบของการลงโทษจากคนในสังคม
.
#TheShout เองก็กล้าที่จะบอกว่าสังคมไทยเรานั้น มีเอกลักษณ์ที่แสนจะตลกร้ายติดตัวมาตลอด นั่นคือการพูดหยอกล้อ เพื่อสร้างเสียงหัวเราะที่ใครต่างมองว่าเป็นเรื่องขำๆ และติดพฤติกรรมเหล่านั้นมาปรับใช้เข้ากับตัวตนด้วยนี่แหละที่น่าเป็นห่วง อีกทั้งสถานการณ์ ‘ไทยมุง’ ที่ไม่ได้เกิดแค่ในโลกความจริง แต่โลกโซเชียลก็ยังเกิดพฤติกรรมนี้ เห็นได้ชัดจากเคสกรณีของคนดังหลายคน ถูกรุมวิจารณ์และใช้คำพูดเสียดสีผ่านโลกโซเชียล และความคิดเห็นส่วนมากแล้วจะคล้อยเอนไปในทิศทางเดียวกัน
.
แต่แท้จริงแล้ว การ Bully นั้น จุดเกิดเหตุที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในโลกโซเชียลที่คนเราได้ละเลงผ่านคีย์บอร์ดแต่อย่างใด แต่มันอยู่ในจิตใจของคนต่างหาก ที่บางครั้งเราอาจไม่ทันสังเกตเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความเครียด พฤติกรรมที่ก้าวร้าว หรือแม้กระทั่งการเคยถูกตกเป็นเหยื่อมาก่อนล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการ Bully
.
เพราะไม่ใช่เพียงแค่ตกเป็นประเด็นทางสังคม ที่ทำให้คนตกเป็นเป้าของการเป็นเหยื่อ Cyberbully แต่ในบางครั้ง ‘ความแตกต่าง’ ก็ทำให้เกิดการ Bully ได้เช่นเดียวกัน สังเกตุได้จากในสังคมโรงเรียน ที่เราคงเคยได้ยินใครสักคนล้อเพื่อนที่แตกต่างจากคนกลุ่มมาก ไม่ว่าจะเป็นเพราะสีผิว เชื้อชาติ หรือความผิดปกติทางร่างกาย ล้วนตกเป็นเป้าของวงจรนี้ได้ง่ายที่สุด
.
แม้กระทั่งกับในวงการนางงาม ที่เหยื่อในครั้งนี้คือแอนชิลี สก็อต-เคมมิส ถูก Bully รูปร่างหรือที่เรียกกันว่า Body Shaming ด้วยว่ารูปร่างของเธอนั้น ไม่ตรงตามมาตรฐานของนางงามทั่วไป
.
สุดท้ายแล้ววงจร Cyberbully ที่คนกล่าวอ้างและใช้เป็นบทเรียนจากสังคมนั้น แท้จริงแล้วเกิดเพราะสังคมจริงหรือเป็นที่ตัวบุคคลที่ลืมตระหนักถึงความรู้สึกของผู้อื่นกันแน่ เพราะอิทธิพลของโลกโซเชียลที่แผ่กว้างขึ้นในทุกขณะ อาจทำให้ใครหลายคนผูกตัวตนเข้ากับการไร้นามในอินเทอร์เน็ต จนหลงลืมไปในบางครั้ง ว่าตัวเรายังคงอยู่ในสังคมที่มีคนอยู่จริงๆ และเจ็บปวดกับวงจรนี้อย่างไม่รู้จบสิ้น
Read Me – We Shout l The Shout
Living Online Magazine
[Life, Culture, Creative, Spirit]