โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พบ 'กระโถนพระฤาษี' ในป่าอุทยานแห่งชาติไทยประจัน ราชบุรี

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จังหวัดราชบุรี สำรวจพบ "กระโถนพระฤาษี" พรรณพืชหายากใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มอนุรักษ์นกเงือกและนักท่องเที่ยวที่รู้จักชุมชนบ้านบางกะม่า อ.บ้านคา จ.ราชบุรีว่าเป็นหมู่บ้านที่มีความสวยงามด้วยทัศนียภาพอันงดงาม อากาศบริสุทธิ์เย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะกับการแคมป์ปิ้ง เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่มากไปกว่านั้นหมู่บ้านบางกะม่า ยังล้อมรอบไปด้วยผืนป่า

ที่สำคัญในการเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีชนิดพันธุ์พืชและชนิดพันธุ์สัตว์ที่หายากหรือตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจอีกด้วย โดยเฉพาะนกเงือกบางกะม่า ซึ่งเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักดูนกและผู้คนที่ทำงานด้านการอนุรักษ์นกเงือก เนื่องจากเป็นผืนป่าที่นกเงือกจำนวนหลายร้อยตัวมารวมฝูงกันเพื่อจับคู่และทำรังวางไข่ตามฤดูกาล

นายภูวิวัช หิรัญศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน นายจิรายุ เปี่ยมรอด ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ จัดกิจกรรมร่วมกับ มูลนิธิป่าไร้พรมแดน กลุ่มรักษ์นกเงือกบางกะม่า หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 (พุยาง) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตัวแทนตลาดน่าเอ้ ผู้นำชุมชนบ้านโป่งกระทิงบน เพื่อสำรวจเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ (ผานิทัยรงค์) ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ห่างไปไม่ไกลจากจุดชมวิวผานกเงือกเดิมมากนัก ( จุดชมนกเงือกผารากกึ้ง )

การสำรวจเส้นทางเดินป่าจุดชมวิวนกเงือกผานิทัยรงค์แห่งใหม่นี้ เกิดจากงานเสวนาสภากาแฟหัวข้อ "การพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน กิจกรรมการเดินป่าผานกเงือกชุมชนบ้านบางกะม่า" ภายใต้โครงการสร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนบ้านโป่งกระทิงบน – บางกะม่า ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าร่วมกับอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันได้อย่างสมดุลและยั่งยืนของมูลนิธิป่าไร้พรมแดน

จึงได้เกิดกิจกรรม Workshop เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชน โดยดึงจากศักยภาพของฐานทรัพยากรชุมชน (Community Base) ที่มีอยู่ในชุมชนบ้านบางกะม่า ซึ่งได้นำประเด็นจากการ Workshop มาจัดทำข้อมูลร่วมกันดังนี้ 1.การจัดทำข้อมูลชุมชนบ้านบางกะม่า 2.การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 3.การทำงานของกลุ่มอนุรักษ์นกเงือก เป็นต้น โดยรวบรวมข้อมูลนิเวศวิทยานกเงือก ปฏิทินวงจรการใช้ชีวิตของนกเงือก พื้นที่หากิน พืชอาหาร บริเวณที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเงือก ปฏิทินกิจกรรมชุมชน เพื่อนำมาวางแผนในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อไป

เส้นทางเดินป่าผานิทัยรงค์ที่ทำการสำรวจใหม่แห่งนี้อยู่บนภูเขาลูกเดียวกันกับจุดชมวิวผานกเงือกรากกึ้งเดิม แต่อยู่กันละยอดเขา เป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณรอยต่อของป่าที่เรียกว่า (Eco – tone) คือรอยต่อของระบบนิเวศที่แตกต่างกันระหว่างป่าดิบแล้ง (Dry evergreen forest) และป่าเบญจพรรณ (mixed deciduous forest) ที่ความสูงประมาณ 700 – 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากการสำรวจเส้นทางพบต้นไม้ซึ่งเป็นพืชอาหารที่นกเงือกมาใช้ประโยชน์ เช่น มะเกิ้ม ไทร ตาเสือ กระทังผลก่อ หว้า กรวยแหลม เป็นต้น ระหว่างเส้นทางยังสำรวจพบโพรงรังนกเงือก ซึ่งมีขนาดโพรงและความสูงจากพื้นดินที่แตกต่างกันไปตามชนิดต้นไม้ที่พบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในหุบเขาของป่าดิบแล้ง ขนาดโพรงรังส่งผลต่อขนาดตัวของชนิดนกเงือกที่มาใช้อยู่อาศัย เช่น นกกกและนกเงือกกรามช้างซึ่งมีขนาดตัวใกล้เคียงกันจะใช้โพรงรังขนาดใหญ่ด้วยกันได้ แตกต่างจากนกเงือกสีน้ำตาลและนกแก๊กซึ่งจะต้องหาโพรงรังที่มีขนาดเล็กกว่า ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นกเงือกบางกะม่าสามารถทำการซ่อมแซมโพรงรังได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์นกเงือกที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งของชุมชนบางกะม่า

ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าบางกะม่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจานมีการลาดตระเวนที่เข้มแข็งด้วยระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เมื่อผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดีจึงทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีชนิดพันธุ์ต้นไม้ในป่าดิบแล้งที่เอื้ออำนวยให้นกเงือก 4 ชนิด ได้แก่ นกกก นกกรามช้าง นกแก๊ก และนกเงือกสีน้ำตาลได้อยู่อาศัยและหากินได้อย่างปลอดภัย เป็นตัวอย่างการเรียนรู้ด้านระบบนิเวศที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ซึ่งระหว่างเส้นทางที่คณะสำรวจได้ทำการสำรวจถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเงือกซึ่งเป็นป่าดิบแล้งนั้น ได้พบกับ "กระโถนพระฤาษี" พืชหายากชนิดใกล้สูญพันธุ์ที่สำคัญของประเทศไทย

นายภูวิวัช หิรัญศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน กล่าวว่า "กระโถนพระฤาษี" จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Rafflesiaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Sapria himalayana Griff. สถานภาพของ IUCN อยู่ในเกณฑ์ มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable : VU) ลักษณะเป็นพืชกาฝากที่อาศัยน้ำเลี้ยงจากรากของเถาวัลย์น้ำ เช่น ส้มกุ้ง หรือ เครือเขาน้ำ ไม่มีใบ ไม่มีลำต้น มีดอกสีแดงประแต้มสีเหลืองใหญ่ขนาดประมาณ 10 ซม. โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน การกระจายพันธุ์ : เขตอินโด - มาลายา ในประเทศไทยพบได้ตามเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงาและสุราษฎร์ธานี และยังมีรายงานการพบที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรีอีกด้วย

จากข้อมูลการศึกษาค้นคว้าพบว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคมจะเป็นช่วงที่ดอกบานมากที่สุด โดยมีแมลงวันเป็นตัวกระจายเกสร โดยหลังจากดอกบานแล้วจะค่อยๆแห้งตายและส่งกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพทำให้ดึงดูดแมลงวันและแมลงชนิดต่างๆมาตอมซึ่งจะช่วยในการผสมเกสรและยังพบสัตว์ฟันแทะ (Rodent) จำพวกหนูช่วยในการกระจายเมล็ด เนื่องจากพบขนาดรอยฟันแทะจำพวกหนูบนชิ้นส่วนของซากดอก จะเห็นว่าการพบพืชหายากที่ใกล้สูญพันธุ์บริเวณที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเงือกนั้น เป็นสิ่งที่บ่งบอกให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศป่าดิบแล้งของชุมชนบ้านบางกะม่าซึ่งเป็นฐานทรัพยากรของชุมชนที่มีค่า มีการอนุรักษ์นกเงือกที่ช่วยกันดูแลรักษาให้คงอยู่ร่วมกันกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาที่ให้แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีพืชชนิดพันธุ์หายากใกล้สูญพันธุ์ "กระโถนพระฤาษี" ไว้ว่า บริเวณที่พบพืชชนิดนี้สมควรได้รับการป้องกัน ควรมีกฎหมายห้ามเก็บและค้า นอกจากนี้ยังสมควรที่จะช่วยกันกระจายเกสรและเมล็ดไปยังแหล่งอาศัยในพื้นที่สภาพธรรมชาติ เนื่องจากพืชชนิดนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการนำมาเพาะเลี้ยง เนื่องจากเป็นพืชที่มีนิเวศวิทยาที่ซับซ้อน

การสำรวจพบ "กระโถนพระฤาษี" หรือการมีอยู่ของนกเงือกชนิดต่าง ๆ ต้องอาศัยป่าดิบแล้งที่สมบูรณ์ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่า "ชุมชนบางกะม่า" จึงเป็นตัวอย่างของการทำงานด้านการอนุรักษ์ให้กับหลาย ๆ พื้นที่ระหว่างชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐ และองค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมต่อไป - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...