เปิดกลลวง “Virtual Kidnapping” เมื่อการลักพาตัวไม่ต้องมีตัวคนร้าย แต่ทำลายเหยื่อได้จริง
จุดเริ่มต้นสร้างความตกใจ ก่อนควบคุมเกม
กรณีของ “น้องปุ๊งปิ๊ง” ผู้เสียหาย สะท้อนให้เห็นวิธีคิดของมิจฉาชีพได้อย่างชัดเจน ทุกอย่างเริ่มจาก “ความตกใจ”
มิจฉาชีพโทรหา อ้างตัวเป็นค่ายมือถือ ขอข้อมูลส่วนตัว เมื่อถูกปฏิเสธก็ไม่ยอมจบ แต่กลับโทรมาใหม่ในเวลาเพียงไม่กี่นาที พร้อมเรื่องราวที่หนักขึ้น อ้างว่าข้อมูลบัตรประชาชนรั่วไหล และถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ในต่างจังหวัด
จากนั้นเกมก็ยกระดับทันที เหยื่อถูก “ส่งต่อสาย” ไปยังตำรวจปลอมที่พูดจาน่าเชื่อถือ มีชื่อ มีรหัสเจ้าหน้าที่ครบถ้วน จนเริ่มทำให้เหยื่อไขว้เขว และยอมให้ข้อมูลส่วนตัวผ่าน LINE โดยไม่รู้ตัว
จากคดีฟอกเงิน สู่การลักพาตัวทิพย์
เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อ มิจฉาชีพจะ “ยัดข้อหา” ทันที โดยอ้างว่าพัวพันคดีฟอกเงิน พร้อมส่งเอกสารปลอม หมายเรียก หมายจับ กระดาษตราครุฑ เพื่อเพิ่มแรงกดดัน
ขั้นต่อไปคือการ “ทดสอบความบริสุทธิ์” เหยื่อถูกสั่งให้โอนเงินทั้งหมดในบัญชีไปตรวจสอบ
แต่หากเงินไม่พอ เกมจะเปลี่ยนเป็น “หลอกคนใกล้ตัว” เหยื่อถูกสอนให้โกหกพ่อแม่ เช่น อ้างว่าได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ เพื่อให้โอนเงินมาเพิ่ม
ในขณะเดียวกัน เหยื่อจะถูก “ตัดขาดจากโลกภายนอก” ถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอดเวลา ปิดอุปกรณ์สื่อสารอื่น เปลี่ยนซิม และอยู่ภายใต้การควบคุมของคนร้ายตลอด 24 ชั่วโมง
จุดพีคคือ “การลักพาตัวทิพย์” เหยื่อถูกสั่งให้ไปเช่าห้องพัก มัดมือมัดเท้าตัวเอง และถ่ายคลิปส่งให้คนร้าย เพื่อนำไปข่มขู่เรียกค่าไถ่จากครอบครัว
เบื้องหลังการช่วยเหลือ เมื่อเหยื่อไม่เชื่อตำรวจจริง
ตำรวจได้รับแจ้งจากญาติ และเริ่มแกะรอยจากกล้องวงจรปิด เนื่องจากเหยื่อถูกสั่งให้ปิดโทรศัพท์ทั้งหมด
การตามหานำไปสู่รีสอร์ตหลายแห่ง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตัวจริงเข้าช่วย กลับเจออุปสรรคสำคัญ เหยื่อ “ไม่เชื่อ”
เพราะก่อนหน้านั้น คนร้ายได้ปลูกฝังความคิดว่า “ตำรวจในพื้นที่เป็นคนไม่ดี อย่าเปิดประตูให้ใคร”
เหยื่อบางรายถูกควบคุมอยู่ในห้องหลายวัน ไม่กิน ไม่นอน สภาพจิตใจย่ำแย่ ขณะที่เงินถูกโอนกระจายไปยังบัญชีม้าจำนวนมาก ในบางกรณี พบผู้เสียหายหลายรายในพื้นที่เดียวกัน ความเสียหายรวมสูงถึงหลายล้านบาท
[caption id="attachment_14409" align="aligncenter" width="1958"]
ผศ. ฐนันดร์ บวรนันทกุล นักอาชญาวิทยา[/caption]
อาชญากรรมที่เล่นกับ “จิตใจมนุษย์”
ผศ. ฐนันดร์ บวรนันทกุล นักอาชญาวิทยากล่าวว่า Virtual Kidnapping มักเป็นขบวนการข้ามชาติ และเลือกเหยื่ออย่างมีแบบแผน
กลุ่มเสี่ยง ได้แก่
- คนที่ใช้ชีวิตค่อนข้างโดดเดี่ยว
- ผู้หญิง หรือผู้ที่มีแนวโน้มเชื่ออำนาจรัฐง่าย
ข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อมักหลุดจากเรื่องใกล้ตัว เช่น
- กล่องพัสดุที่ไม่ได้ทำลายชื่อ-ที่อยู่
- การโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของลูกบนโซเชียล (Sharenting)
ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี AI ยังถูกนำมาใช้ปลอมภาพและเสียง ทำให้สถานการณ์ดู “สมจริง” จนผู้ปกครองหลงเชื่อว่าเป็นเหตุร้ายจริง
3 วิธี หยุดวงจรหลอกลวง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ตั้งสติ” เพราะทุกขั้นตอนของมิจฉาชีพ ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งให้เหยื่อตัดสินใจผิดพลาด
- ไม่รีบ – อย่าด่วนให้ข้อมูล อย่าสแกน อย่าแอด LINE คนแปลกหน้า
- ไม่โอน – ไม่โอนเงินไม่ว่ากรณีใด
- ไม่เชื่อทันที – ตรวจสอบกับหน่วยงานจริง หรือคนใกล้ตัวก่อนเสมอ
และต้องรู้ไว้ว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือเครือข่ายโทรศัพท์ใด จะโทรมาสอบสวนคดีทางโทรศัพท์
หากตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไร
หากรู้ตัวว่าโดนหลอก ให้รีบติดต่อ ศูนย์ AOC โทร. 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออายัดบัญชีให้เร็วที่สุด ก่อนดำเนินการแจ้งความ
ขอบคุณข้อมูลจาก : สถานีประชาชน