"ทรัมป์" เข้าฟังศาลสูงสุดสหรัฐฯ พิจารณาคดีสิทธิพลเมืองผู้อพยพด้วยตนเอง
เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางจากทำเนียบขาวด้วยรถประจำตำแหน่ง มุ่งหน้าสู่ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐฯ ฟังการพิจารณาคดีประวัติศาสตร์ ว่าด้วยความพยายามยกเลิกการให้สิทธิการเป็นพลเมืองโดยกำเนิด ของลูกหลานผู้อพยพที่เกิดในสหรัฐฯ ท่ามกลางการจับตามองของสื่อและประชาชนทั่วประเทศ
การตัดสินใจเข้าร่วมฟังคำแถลงด้วยวาจาในชั้นศาลของประธานาธิบดีที่อยู่ในวาระการดำรงตำแหน่ง ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นการส่งสัญญาณกดดันคณะตุลาการศาลสูงสุดทั้ง 9 คน ในประเด็นที่เป็นหัวใจสำคัญของนโยบายผู้อพยพในรัฐบาลทรัมป์
ขณะที่บริเวณหน้าศาลสูงสุด เต็มไปด้วยความตึงเครียด มีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมาก มารวมตัวกัน เพื่อคัดค้านคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 ที่คุ้มครองสิทธิของผู้ที่เกิดบนแผ่นดินอเมริกามานานกว่า 150 ปี
ประเด็นหลักของคดีนี้อยู่ที่การตีความ "มาตราว่าด้วยสิทธิพลเมือง" ในบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ส่อแววค้านทรัมป์ยกเลิกสิทธิผู้อพยพ
ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า ศาลสูงสุดมีแนวโน้มที่จะปฏิเสธความพยายามของทรัมป์ในครั้งนี้ แม้ว่าศาลสูงสุดจะมีสัดส่วนตุลาการฝ่ายอนุรักษนิยมถึง 6 ต่อ 3 ก็ตาม แต่จากการซักถามพบว่า ทั้งตุลาการฝ่ายเสรีนิยมและอนุรักษนิยมส่วนใหญ่ มีท่าทีเคลือบแคลงต่อข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาล
ฝ่ายรัฐบาลโดยตัวแทนอัยการสูงสุด จอห์น เซาเออร์ ให้เหตุผลว่า การให้สิทธิพลเมืองโดยกำเนิดอย่างไร้ขอบเขต เป็นการลดทอนคุณค่าของความเป็นอเมริกัน และเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึง "การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร" โดยอ้างว่า บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 มุ่งเน้นไปที่สิทธิของอดีตทาสหลังสงครามกลางเมืองเท่านั้น
บทวิเคราะห์เบื้องต้นระบุว่า หากศาลตัดสินเข้าข้างทรัมป์ จะเป็นการให้อำนาจประธานาธิบดี ในการจำกัดสิทธิพลเมืองอย่างกว้างขวาง ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน
หากศาลตัดสินปัดตกคำร้องของทรัมป์จะถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ของเขาในวาระนี้ คาดว่าศาลสูงสุดจะมีคำตัดสินชี้ขาดในคดีนี้ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. หรือต้นเดือน ก.ค.2570
ตรึงค่าตั๋ว บขส.ช่วงสงกรานต์ 6-19 เม.ย. ก่อนปรับขึ้นราคา
ม.รังสิตแถลงไม่เคย "ขโมยดิน" ชี้อดีตผู้บริหารบิดเบือนทำเสียชื่อเสียง
กบน.ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 3.50 บาท/ลิตร พุ่งแตะ 44.24 บาท มีผล 2 เม.ย.