"พริษฐ์" จวกรัฐไม่จริงใจ ไม่คิดแก้ไข รธน.ตามเสียงประชามติ
วันนี้ (8 พ.ค.2569) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu ประเด็นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขอให้รัฐสภานำร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณากลับมาดำเนินการต่อ แต่ไม่ได้นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 256 ซึ่งเคยค้างการพิจารณาอยู่ก่อนการยุบสภาผู้แทนราษฎร กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ค้านต่อมติของประชาชน ที่ร่วมกันลงประชามติ ก่อนหน้านี้
หาก ครม. ปล่อยให้ร่าง รธน. เดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่าง รธน. ฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม. ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้อง-รัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ + การ ออก พ.ร.ก. เงินกู้ ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
อดีตโฆษกพรรคประชาชน กล่าวต่อว่า แม้มีประชาชน 11.2 ล้านคน ที่ลงคะแนน "ไม่เห็นชอบ" (ซึ่งเป็นความเห็นที่เราต้องคำนึงถึงและทำความเข้าใจ) แต่การที่มีประชาชนสูงถึง 21.6 ล้านคน ที่ลงคะแนน "เห็นชอบ" สะท้อนให้เห็นชัด ว่าสังคมมีฉันทามติร่วมกันในระดับหนึ่ง (และในระดับที่กว้างกว่าแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง) ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหารุนแรงถึงขั้นที่การแก้ไขรายมาตราอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ทั้งนี้ "พริษฐ์" ยังได้ตั้งข้อสังเกตการทำงานของหลายองค์กร ที่ทำให้สังคมมองเห็นถึงปัญหาของ รัฐธรรมนูญ 2560 ชัดเจน เช่น การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งเรื่องการรายงานผลเลือกตั้งที่ล่าช้า การนับคะแนนที่ผิดพลาด และการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จากกรณีตึกถล่ม แต่ยังไม่มีผู้บริหารรายใดแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หรือรับโทษใดๆ แม้เรื่องจะผ่านมาแล้ว 1 ปี, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และวุฒิสมาชิก ที่ถูกกล่าวหากรณีฮั้ว สว.
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เฟซบุ๊ค ILaw ออกมาโพสต์ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2569 ระบุว่า หาก ครม.ไม่ยื่นคำร้องต่อรัฐสภาภายในวันที่ 13 พ.ค.2569 เพื่อให้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาพิจารณาต่อ ร่างดังกล่าวจะตกไปโดยอัตโนมัติ ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกไป กระบวนการในรัฐสภาจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด หรือเท่ากับ "รีเซ็ต" ขั้นตอนทางนิติบัญญัติอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นใหม่นี้ไม่กระทบต่อผลประชามติ "8 กุมภา กาเห็นชอบ" เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 แต่อย่างใด เนื่องจากประชามติที่ประชาชนลงมติเห็นชอบกว่า 21.6 ล้านเสียงนั้น ถือเป็นประชามติครั้งที่ 1 ไปแล้ว
ทั้งนี้ "พริษฐ์" ยังได้โพสต์ทิ้งท้ายว่า ข้ออ้างของรัฐบาลว่า ครม. ไม่สามารถมีมติยืนยันร่าง รธน. เดิมหรือให้คำสัญญาเรื่องการยื่นร่าง รธน. ใหม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะนอกจากการแก้ปัญหาปากท้องและปัญหารัฐธรรมนูญสามารถทำควบคู่กันได้
อ่านข่าว :
หารือ 3 ฝ่าย "อนุทิน" ย้ำไทยเดินหน้าสันติภาพ ผ่านการเจรจา-ความไว้ใจ
สู้วิกฤตปุ๋ยแพง! รัฐอัดฉีด 6 พันล้านแจกปุ๋ยอินทรีย์ แต่ชาวนาบอก "ใช้ไม่เป็น"
ปชน.ยันลงโทษวินัย "สส.ภัณฑิล" ปมพาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน