โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สภาผู้บริโภค ยื่นศาลรอบ 3 เบรกประมูลคลื่น 2100-2300 MHz หวั่นผูกขาดตลาดโทรคมนาคม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 มิ.ย. 68) นายวศิน พิพัฒนฉัตร ทนายความเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ทางสภาผู้บริโภคได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองอีกครั้ง โดยขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว โดยระบุถึงความกังวลว่าจะมีผู้ประกอบการเพียง 2 รายเท่านั้นที่เข้าร่วมการประมูลและได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ในครั้งนี้

"การยื่นคำร้องซ้ำหลายครั้งเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญและความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากมีการประมูลคลื่นทั้งสองย่านโดยไม่ได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน ซึ่งอาจผูกพันสัญญาใช้งานนานถึง 15 ปี สร้างภาระระยะยาวแก่ผู้บริโภคและประเทศ เปรียบเสมือนไฟไหม้บ้านทั้งหลังที่ยากจะเยียวยาภายหลัง" นายวศิน กล่าว

จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ คลื่น 2100 MHz เป็นที่ต้องการของ AIS ขณะที่คลื่น 2300 MHz เป็นที่สนใจของ True ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการกระจุกตัวของอำนาจในตลาดโทรคมนาคม หากไม่มีผู้เล่นรายใหม่เข้าร่วมประมูล การที่ศาลยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากมีเพียงสองผู้ให้บริการรายใหญ่เข้าร่วมประมูล

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคไม่มีอำนาจโดยตรงในการระงับการประมูล จึงจำเป็นต้องพึ่งอำนาจศาลปกครองในการพิจารณา สภาผู้บริโภคขอยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วในการคุ้มครองประชาชนและผลประโยชน์ของชาติ แม้จะไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจศาลปกครองได้

ในการยื่นคำร้องครั้งนี้ สภาผู้บริโภคยังได้ขอแก้ไขคำฟ้องให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดในกรณีที่ศาลปกครองมีคำสั่งจำหน่ายคดีที่ฟ้อง กสทช. ในข้อหาละเลยต่อหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคและไม่ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งส่งผลให้สภาผู้บริโภคสูญเสียสิทธิ์ในการไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการปกป้องประโยชน์สาธารณะ

นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ประกาศของ กสทช. ที่กำหนดให้ผู้ชนะประมูลต้องมีโครงข่ายครอบคลุมในระดับตำบล เป็นเงื่อนไขที่ขัดต่อหลักการส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ ตาม พ.ร.บ. กสทช. พ.ศ. 2553 และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2567 - 2571) ซึ่งมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและเปิดกว้างแก่ผู้ประกอบการหน้าใหม่

นอกจากนี้ การกำหนดให้วางเงินประกันสำหรับการเข้าร่วมประมูลในแต่ละกลุ่มความถี่ และการไม่อนุญาตให้ประมูลข้ามกลุ่ม ยังเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหม่ที่อาจมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ส่งผลให้ตลาดโทรคมนาคมยังคงตกอยู่ในมือของผู้เล่นรายใหญ่เท่านั้น

"ถ้าหากการประมูลครั้งนี้มีการวางเงื่อนไขที่ปิดกั้นผู้เล่นรายใหม่ตั้งแต่ต้น การประมูลคลื่นครั้งนี้คงไม่ใช่การประมูล แต่เป็นการประมูลคลื่นให้กับสองรายใหญ่มากกว่า" นายอิฐบูรณ์ กล่าวย้ำ

นางประจวบ ทิทอง ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคจากศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค เขตบึงกุ่ม กล่าวถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุการณ์อินเทอร์เน็ตล่มเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบโครงสร้างพื้นฐาน หากไม่มีการจัดการคลื่นความถี่อย่างรอบคอบ

"ใบอนุญาตที่ยาวถึง 15 ปี โดยไม่กำหนดเพดานราคาค่าบริการ ทำให้กังวลว่าในอนาคตประชาชนอาจต้องจ่ายแพ็กเกจแพงขึ้น ทั้งยังมีบริการแถมที่ไม่จำเป็น เช่น ประกัน หรือแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้จริง จึงอยากให้ศาลมองเห็นว่านี่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทบผู้บริโภคในระยะยาว" นางประจวบ กล่าว

การยื่นคำร้องต่อศาลปกครองครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินและทุเลาการบังคับใช้ประกาศของ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลในย่าน 2100 MHz และ 2300 MHz โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ปรากฏกรณีเร่งด่วนเพียงพอที่ศาลจะต้องดำเนินการไต่สวนฉุกเฉินตามคำร้องของสภาผู้บริโภคถึง 2 ครั้งก่อนหน้านี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...