โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แพขยะในมหาสมุทรแปซิฟิก’ เพิ่มขึ้น 10 เท่าในแต่ละทศวรรษ ขยะส่วนใหญ่กว่า 50% มาจากบนแผ่นดินในอเมริกาเหนือและเอเชีย

THE STATES TIMES

อัพเดต 01 พ.ย. 2567 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2567 เวลา 04.30 น. • ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล

(The Great Pacific garbage patch : GPGP)

The Great Pacific garbage patch หรือที่เรียกว่า วงแหวนขยะในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นแพขยะขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีกระแสน้ำวนของเศษขยะในทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง พิกัดอยู่ที่ประมาณ 135 ° W ถึง 155 ° W และ 35 ° N ถึง 42 ° N แหล่งรวมพลาสติกและถังขยะลอยน้ำซึ่งมีต้นกำเนิดจาก Pacific Rim รวมถึงประเทศต่าง ๆ ในเอเชียอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ แบ่งออกเป็นสองพื้นที่คือ "Eastern Garbage Patch" ระหว่างฮาวายและแคลิฟอร์เนีย และ "Western Garbage Patch" ซึ่งทอดตัวไปทางตะวันออก จากญี่ปุ่นไปยังฮาวาย

ขยะในทะเลเป้นอันตรายต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลมาก ซากเต่าในภาพกินขยะทะเลจนตาย

แม้จะเป็นที่รับรู้ของสาธารณชนทั่วไปเกี่ยวกับแพขยะขนาดใหญ่ที่มีอยู่ว่าเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีขยะลอยอยู่ แต่ความหนาแน่นต่ำมาก (4 อนุภาคต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งสามารถป้องกันการตรวจจับด้วยภาพถ่ายดาวเทียม หรือแม้กระทั่งโดยชาวเรือหรือนักดำน้ำทั่วไป เนื่องจากแพขยะดังกล่าวเป็นบริเวณซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย "พลาสติกขนาดเท่าเล็บมือหรือชิ้นเล็กกว่า" และมีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง โดยมักเป็นอนุภาคขนาดเล็กด้านบนของน้ำที่เรียกว่า "ไมโครพลาสติก" นักวิจัยจากโครงการ The Ocean Cleanup อ้างว่า แพขยะนี้ครอบคลุมพื้นที่ 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร พลาสติกบางส่วนในแพขยะมีอายุมากกว่า 50 ปีและรวมถึงสิ่งของต่างๆ (และเศษชิ้นส่วน) เช่น "ไฟแช็คพลาสติก แปรงสีฟัน ขวดน้ำ ปากกา ขวดนม โทรศัพท์มือถือ ถุงพลาสติก และหมอนรองศีรษะ" เส้นใยขนาดเล็กของเยื่อไม้ที่พบทั่วทั้งไป "เชื่อกันว่า มีต้นกำเนิดมาจากกระดาษชำระหลายพันตันที่ถูกทิ้งลงในมหาสมุทรทุก ๆ วัน"

วงแหวนขยะในมหาสมุทรทั่วโลก

การวิจัยบ่งชี้ว่า แพขยะกำลังสะสมอย่างรวดเร็ว เชื่อกันว่า แพขยะจะเพิ่มขนาดขึ้น "10 เท่าในแต่ละทศวรรษ" ตั้งแต่ปี 1945 (พ.ศ. 2488) พบเศษพลาสติกลอยน้ำคล้าย ๆ กันในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเรียกว่า กองขยะแอตแลนติกเหนือ แพขยะที่กำลังเติบโตนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ต่อระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่มีสายพันธุ์ทางทะเล พื้นที่ของอนุภาคพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอยู่ใน วงแหวน North Pacific ซึ่งเป็นหนึ่งในวงแหวนมหาสมุทรที่สำคัญ 5 แห่ง มีบทความเมื่อ ปี 1988 อธิบายเกี่ยวกับแพขยะซึ่งจัดพิมพ์โดย National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) การอธิบายนี้มาจากการวิจัยของนักวิจัยจากอะแลสกาหลายคนในปี 1988 ซึ่งวัดพลาสติก neustonic (รวบรวมสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วและขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บนหรือใต้พื้นผิวน้ำ) ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ นักวิจัยพบว่า ขยะทะเลสะสมในพื้นที่ที่มีกระแสน้ำในมหาสมุทรค่อนข้างสูง จากการค้นพบในทะเลญี่ปุ่นนักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า สภาวะที่คล้ายคลึงกันนี้จะเกิดขึ้นในส่วนอื่น ๆ ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งกระแสน้ำที่ไหลผ่านเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวงแหวนขยะที่ค่อนข้างเสถียร พวกเขาระบุเฉพาะพิกัด วงแหวนขยะในแปซิฟิกเหนือ

มิถุนายน 2019 Ocean Voyages Institute ซึ่งเป็นองค์กรเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังการสำรวจปี 2009, 2010 และ 2012 ได้ดำเนินการทำความสะอาดวงแหวนขยะ และโดยนำอวนโพลีเมอร์และขยะพลาสติกจากการบริโภคกว่า 84,000 ปอนด์ออกจากมหาสมุทร ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2020 สถาบัน Ocean Voyages ได้ดำเนินการสำรวจและทำความสะอาดวงแหวนขยะ ซึ่งนำพลาสติกจากการสำหรับบริโภคและอวนกว่า 170 ตัน (340,000 ปอนด์) ออกจากมหาสมุทร โดยใช้เครื่องติดตามด้วยสัญญาณดาวเทียม GPS ที่ออกแบบเอง ซึ่งติดตั้งในเรือ โอกาสที่สถาบัน Ocean Voyages สามารถติดตามและส่งเรือล้างทำความสะอาดเพื่อกำจัดอวนได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีติดตามด้วย GPS ถูกรวมเข้ากับภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อเพิ่มความสามารถในการค้นหาขยะพลาสติกและอวนแบบเรียลไทม์ผ่านภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพในการล้างทำความสะอาดแพขยะด้วย

แหล่งที่มาของขยะพลาสติก ในปี 2015 การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science พยายามค้นหาว่าขยะทั้งหมดนี้มาจากไหน จากข้อมูลของนักวิจัยพบว่าพลาสติกที่ทิ้งแล้วและเศษขยะอื่น ๆ ลอยไปทางตะวันออกจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียจากแหล่งที่มาหลัก 6 แหล่ง ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ศรีลังกา และไทย ในความเป็นจริง Ocean Conservancy รายงานว่า จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ทิ้งพลาสติกในทะเลมากกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งหมดรวมกัน เฉพาะจีนเท่านั้นที่ทิ้งขยะถึง 30% ของขยะมลพิษในมหาสมุทรพลาสติกทั่วโลก ความพยายามในการชะลอการสร้างเศษขยะบนบก และเกิดการสะสมของขยะในทะเลตามมาถูกดำเนินการโดย โครงการการอนุรักษ์ชายฝั่ง วันคุ้มครองโลก และวันทำความสะอาดโลก จากข้อมูลของ National Geographic "ประมาณ 54 % ของเศษขยะใน Great Pacific Garbage Patch มาจากขยะบนแผ่นดินในอเมริกาเหนือและเอเชีย เศษขยะที่เหลืออีก 20 % ใน Great Pacific Garbage Patch มาจากชาวเรือ แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง และเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่ทิ้งปล่อยเศษขยะลงในน้ำโดยตรง เศษขยะส่วนใหญ่ประมาณ 705,000 ตันคืออวนจับปลา"

ในเดือนกันยายน 2019 เมื่อการวิจัยเปิดเผยว่า มลพิษจากพลาสติกในมหาสมุทรจำนวนมากมาจากเรือบรรทุกสินค้าของจีน โฆษกของ Ocean Cleanup กล่าวว่า: "ทุกคนพูดถึงการช่วยมหาสมุทรด้วยการหยุดใช้ถุงพลาสติกขุ่น และบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวเป้นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อขยะในมหาสมุทรนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราพบเสมอไป ขนาด แพขยะ Great Pacific ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น อันเป็นผลมาจากมลพิษทางทะเลซึ่งรวมตัวกันด้วยกระแสน้ำในมหาสมุทร วงแหวนขยะอยู่ในบริเวณที่น้ำค่อนข้างนิ่งกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือล้อมรอบด้วยวงแหวนแปซิฟิกเหนือในละติจูด Horse (ละติจูดม้า หรือ ฮอร์สละติจูด : แถบหรือบริเวณในละติจูดระหว่าง 30° องศาเหนือและ 30° องศาใต้ที่เป็นบริเวณที่มีลมฟ้าอากาศค่อนข้างสงบ) รูปแบบการหมุนของวงแหวนขยะประกอบด้วยวัสดุเหลือใช้จากทั่วแปซิฟิกเหนือโดยผสมผสานกันจากน่านน้ำชายฝั่งนอกอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น เมื่อวัสดุถูกกระแสน้ำและกระแสพื้นผิวที่ถูกพัดด้วยลมจะค่อย ๆ พัดย้ายเอาเศษเล็กเศษน้อยไปยังศูนย์กลางทำให้ขยะจับและก่อตัว

ในการศึกษาในปี 2014 นักวิจัยได้สุ่มตัวอย่างจากพิกัด 1,571 แห่งจากมหาสมุทรทั่วโลก และระบุว่า อุปกรณ์จับปลาที่ถูกทิ้งเช่น ทุ่น สายเบ็ด และอวน คิดเป็นมากกว่า 60% ของเศษพลาสติกในทะเล ตามรายงานของ EPA ประจำปี 2011 "แหล่งที่มาหลักของขยะทะเลคือ การกำจัดขยะหรือการจัดการขยะและผลิตภัณฑ์จากการผลิตที่ไม่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงพลาสติก (เช่นการขนและทิ้งขยะอย่างผิดกฎหมาย) เศษขยะจากพื้นแผ่นดินตาม ท่าเรือริมแม่น้ำ ท่าเทียบเรือริมทะเล และท่อระบายน้ำ และเศษซากจากพายุต่าง ๆ เศษขยะถูกสร้างขึ้นในทะเลจากเรือประมง แท่นขุดเจาะ และเรือบรรทุกสินค้า" ซึ่งมีมากมายหลายขนาดตั้งแต่ อวนจับปลาที่ถูกทิ้งร้างยาวหลายไมล์ ไปจนถึงเม็ดพลาสติกขนาดเล็กที่ใช้ในเครื่องสำอาง และสารกัดกร่อน น้ำยาทำความสะอาด การศึกษาจากแบบจำลองคอมพิวเตอร์คาดการณ์ว่า เศษชิ้นส่วน(ที่สมมุติขึ้น)จากชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯจะมุ่งหน้าไปยังเอเชียและกลับมายังสหรัฐฯในหกปี เศษซากจากชายฝั่งตะวันออกของเอเชียจะไปถึงสหรัฐฯในหนึ่งปีหรือน้อยกว่านั้น ในขณะที่ไมโครพลาสติกคิดเป็น 94% ของชิ้นส่วนพลาสติกประมาณ 1.8 ล้านล้านชิ้น แต่มีปริมาณขยะพลาสติกเพียง 8% จาก 79,000 เมตริกตัน ขยะที่เหลือส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมการประมง ผลการศึกษาในปี 2017 สรุปได้ว่า พลาสติกจำนวน 9.1 พันล้านตันที่ผลิตตั้งแต่ปี 1950 เกือบ 7 พันล้านตัน ซึ่งไม่ถูกใช้งานอีกต่อไป ผู้เขียนประเมินว่า 9% ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ 12% ถูกเผา และอีก 5.5 พันล้านตันที่เหลือยังคงอยู่ในมหาสมุทรและบนบก

บ้านเราติดอันดับที่ 6 ของประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก มากถึง 1 ล้านตันต่อปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชี้ว่า ขยะในทะเลส่วนใหญ่มาจากแหล่งท่องเที่ยว เช่น ขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว โฟม เป็นต้น ถัดมาคือขยะจากการทำการประมง เช่น อวน เชือก เป็นต้น ยังไม่รวมขยะอื่น ๆ ที่พบได้ในทะเล เช่น ถุงพลาสติก ฝาน้ำ และเศษบุหรี่ไม่เฉพาะแค่การท่องเที่ยว แต่รวมไปถึงขยะที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นจากบุคคล ครัวเรือน อุตสาหกรรม ขยะเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะถูกปล่อยลงแหล่งน้ำต่างๆ จากลำคลอง สู่แม่น้ำ ท้ายที่สุดแล้วก็จะมีขยะส่วนหนึ่งลงสู่ท้องทะเล ปัจจุบันเรามีการลดการใช้ขยะอย่างจริงจัง เช่น การห้ามใช้ถุงพลาสติก หรือ การเพิ่มภาษีของบริษัทผู้ผลิตพลาสติก เป็นต้น แต่ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในการลงทุนเพื่อการจัดการขยะอย่างถูกวิธีนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การลดขยะยังไม่แพร่หลาย เช่น การออกแบบเพื่อใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้จริง โดยไม่มีส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้วทางแก้ที่ยั่งยืนของปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งการแก้ไขปัญหาในเชิงระบบ ไปจนถึงการเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมในระดับบุคคล เช่น มีการจัดการขยะที่ดี การออกแบบที่ใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด หรือแม้แต่การที่สาธารณชนมีความตระหนักในการบริโภค ลดและเลิกใช้พลาสติกตั้งแต่ต้นทาง เพราะการจัดการที่ปลายเหตุหลังจากขยะเกิดขึ้นแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

อัตราการเกิดขยะของบ้านเราอยู่ที่คนละราวหนึ่งกิโลเศษต่อวัน หรือวันละกว่าเจ็ดสิบล้านกิโล หรือ 70,000 ตัน หรือปีละ 25.55ล้านตัน ดังนั้นเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ต่างก็ต้องให้ความร่วมมือกันในการจัดการขยะเช่น คัดแยกขยะ และใช้กระบวนการ 3 R : Reduce Reuse และ Recycle ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายก็ต้องมีวิธี และมาตรการที่เอื้อต่อการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องด้วย จิตสำนึกรับผิดชอบในการจัดการขยะของคนไทยเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง และมีผลอย่างมากที่สุดต่อการจัดการขยะทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น ต้องช่วยกัน ร่วมมือกัน ไม่เช่นนั้นแล้ววันหนึ่งคนไทยจะได้เห็นวงแหวนขยะเกิดขึ้นในอ่าวไทย หรือในทะเลอันดามันอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...