AIRA จับมือ Hilton ผุดโรงแรมสีลม 2.3 พันล้าน ดัน “ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้” เข้าจดทะเบียนตลท.
นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Investment Holding Company โดยมีโครงสร้างธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุนครบวงจร อาทิ ธุรกิจหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญ และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น Flagship ในการพัฒนาและบริหารโครงการอาคารสำนักงานและโรงแรมระดับพรีเมียม
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างมั่นคง โดยวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1.Strategic Recurring Income ลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง เช่น อาคารสำนักงานเกรด A และโครงการโรงแรมระดับ Upscale ใจกลางเมือง
2.Asset Light & Synergy Model ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเงินของกลุ่ม AIRA ผสานความร่วมมือพันธมิตร และวางแผนจัดตั้ง REIT เพื่อรองรับการลงทุนใหม่
3.เตรียมความพร้อมสู่ IPO โดยมีแผนนำไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน
ด้านนายเจนวิทย์ รุ่งกิจวรเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้เศรษฐกิจและสังคม ผ่านการผสานนวัตกรรมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล
ความสำเร็จที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการ Spring Tower อาคารสำนักงานเกรด A บริเวณแยกราชเทวี ซึ่งได้รับการรับรอง LEED Gold Certified ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ 93% และมีแผนพัฒนาเพิ่มเติม เช่น Fitness Center และ EV Charging Station ภายใต้กลยุทธ์ Asset Enhancement เพื่อยกระดับศักยภาพอาคารและผลตอบแทนระยะยาว
สำหรับแผนขยายธุรกิจ บริษัทเตรียมพัฒนาโรงแรมระดับ Upscale สูง 29 ชั้น จำนวน 303 ห้อง มูลค่าโครงการประมาณ 2,300 ล้านบาท ในย่านสีลม ภายใต้แบรนด์ Hilton ในชื่อโครงการ DoubleTree by Hilton Bangkok Silom โดยออกแบบเป็นอาคาร Green Building รองรับมาตรฐาน LEED Hospitality คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 และเปิดให้บริการในปี 2572
บริษัทระบุว่า การคัดเลือกพันธมิตรครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเชนโรงแรมกว่า 13 ราย รวมกว่า 20 แบรนด์ ก่อนตัดสินใจเลือก Hilton จากปัจจัยด้านความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความมุ่งมั่นระยะยาว และความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์
ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า บริษัทจะมุ่งลงทุนในทำเลศักยภาพสูงตามแนวคิด Transit Property Location ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญ เช่น ภูเก็ต ชลบุรี และพัทยา ครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงการใหม่และการเข้าซื้อกิจการโรงแรมเดิมเพื่อนำมาปรับปรุง (Takeover/Revamp/Renovate)
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกอง REIT รูปแบบ Dynamic REIT ที่มีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายที่แข็งแกร่ง รวมถึงศึกษานวัตกรรม Token REIT ร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่น โดยหากภาวะตลาดทุนไทยยังไม่เอื้ออำนวย อาจพิจารณานำโครงสร้างดังกล่าวเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทระบุว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะพิจารณาตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว