โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลด! หนุ่มแบงก์ถูกเพื่อนซี้กระหน่ำยิง 13 นัดดับคาเก๋ง หลังเขม่นกันร้านเหล้า

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

สลด! หนุ่มแบงก์ถูกเพื่อนซี้กระหน่ำยิง 13 นัดดับคาเก๋ง หลังเขม่นกันร้านเหล้า

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 3 พ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีชายถูกยิงเสียชีวิตในรถเก๋ง ภายในซอยต้นสน 15 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุในซอยต้นสน 15 พบรถยนต์ยี่ห้อฮาวาล รุ่น JOLION สีดำ ทะเบียน กทม.ด้านหลังมีร่องรอยถูกชนพังเสียหาย ขอบประตูรถฝั่งคนขับ พบรูกระสุนปืนยิงจากด้านนอกทะลุด้านใน 1 นัด ส่วนผู้เสียชีวิตนอนอยู่ที่พื้นด้านข้างประตูฝั่งขวา เป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงที่ ชายโครงด้านขวา 6 นัด แขนขวา 2 นัด พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.บริเวณด้านหน้ารถและข้างรถจำนวน 4 ปลอก ในรถที่เบาะฝั่งคนขับ 6 ปลอกทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายวีรวัฒน์ (ขอสงวนามสกุล) อายุ 39 ปี หรือหนุ่ม พนักงานธนาคารชาว จ.นครพนม ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายสิทธิพงษ์ หรือแม็ก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี เป็นเพื่อนที่มาเที่ยวดื่มเหล้าด้วยกันที่ร้านเหล้าถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ซึ่งมีเรื่องชกต่อยกันที่หน้าร้าน ก่อนผู้ก่อเหตุจะขับเก๋งฮอนด้า สีขาว ไล่ชนท้ายและก่อเหตุกระหน่ำยิง

นายอัฐพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี คนเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่าตนและกลุ่มเพื่อนนั่งเล่นกันอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อปากซอยต้นสน 15 จากนั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 7-8 นัดหลังจากเสียงปืนเงียบลงมีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิคสีขาว สภาพด้านหน้ามีร่องรอยพังเสียหายขับพุ่งออกมาจากซอยข้ามมาซอยอีกฝั่งหนึ่งแต่ซอยดังกล่าวนั้นเป็นซอยตัน รถจึงขับย้อนออกมาเลี้ยวมุ่งหน้าออกไปทางถนนแจ้งวัฒนะตนเองจึงขับขี่จักรยานยนต์ไล่ติดตามไปแต่ไม่ทัน ไปคาดกันบริเวณช่วงหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ซึ่งไม่มั่นใจว่ารถคันดังกล่าวนั้นจะขึ้นสะพานพระราม 4 หรือมุ่งหน้าไปบริเวณห้าแยกปากเกร็ด

น.ส.นาว อายุ 30 ปี พนักงานแบงก์เพื่อนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนสนิทกันมานั่งกินเหล้าที่ร้านย่านถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด จากนั้นมีปากเสียงกันเรื่องที่ผู้ก่อเหตุชวนจะไปดื่มต่อ แต่ผู้เสียชีวิตปฏิเสธ จนเกิดมีเรื่องเกือบชกต่อยกัน ตนจึงบอกให้ออกไปคุยที่ด้านนอกร้านเมื่อออกมาคุยกันก็มีเรื่องชกต่อยกันจนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บคิ้วแตก จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ขับรถออกไปก่อน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องนี้หรือเปล่า มารู้อีกทีก็ขับรถไล่ชนและยิงกัน

ด้านนายเมธาพัฒน์ เมธีวินพัฒน์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บจึงเร่งเดินทางเข้ามาตรวจสอบ เมื่อมาถึงก็พบผู้บาดเจ็บนั่งหมดสติ อยู่บริเวณที่นั่งคนขับโดยมีหญิงสาวนั่งประคองตัวอยู่ด้านซ้าย ตนและเพื่อนอาสาจึงนำคนเจ็บลงมาเพื่อจะทำการปั๊มหัวใจแต่ตรวจสอบแล้ว พบว่าเสียชีวิตจึงเร่งแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบบาดแผลร่องรอยถูกยิงบริเวณชายโครงด้านขวาประมาณ 6-7 นัด แขนขา 2-3 นัด และภายในรถพบปลอกกระสุนปืนประมาณ 6 ปลอก รอบรถจำนวน 4 ปลอก

จากการสอบถามนายโอม เพื่อนผู้เสียชีวิต ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. มานั่งดื่มกันจนถึง 00.30 น.จนออกมามีเรื่องหน้าร้าน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกำลังจะกลับ พอมาถึงจุดนี้ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไร น้องที่อยู่ในรถคันเดียวกับผู้เสียชีวิตเล่าว่าผู้ก่อเหตุขับรถไล่หลังมาแล้วมาชนท้าย ผู้เสียชีวิตจึงจอดรถแล้วเปิดกระจกขอโทษ ผู้ก่อเหตุก็ใช้อาวุธปืนยิงเลย เขาสองคนรู้จักกันมา 10 ปี กอดคอเต้นกัน ปกติเขาเที่ยวด้วยกันปกติ รักกันเหมือนพี่น้อง ตนว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากที่โดนต่อย ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง

แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจชันสูตรเบื้องต้นที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกยิงที่ลำตัวจำนวน 10 นัด แขนทะลุมาโดนชายโครงจำนวน 3 นัด รวม 13 นัด พบปลอกกระสุนเพิ่มที่พื้นห้องโดยสาร เบาะคนขับ และในรถ รวม 18 ปลอก หัวกระสุน 2 หัว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นตรวจสอบที่เกิดพร้อมเก็บรวมรวมหลักฐาน และนำตัวเพื่อนที่อยู่ในรถอีกสองคนไปสอบปากคำที่ สภ.ปากเกร็ด เพิ่มเติมโดยด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร ต่อไป - 001

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...