โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ไฟเขียว AOT เดินหน้าคัดเลือกผู้ให้บริการ “GSE–PHS” รายใหม่ สนามบินสุวรรณภูมิ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 13.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ค.68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เดินหน้าโครงการคัดเลือกผู้ประกอบการรายที่ 2 รายใหม่ เพื่อให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Support Equipment: GSE) และการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง (Passenger Handling Services: PHS) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักการที่คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้ ทอท. เตรียมความพร้อมในการคัดเลือกเอกชนรายใหม่ ก่อนที่สัญญาของผู้ประกอบการรายปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2569

ปัจจุบัน ทอท. มีการให้สิทธิเอกชนดำเนินกิจการ GSE จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ซึ่งสัญญาสิ้นสุดในปี 2583 และบริษัท กรุงเทพเวิลด์ไวด์ จำกัด ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดในปี 2569

ส่วนในกิจการ PHS มีผู้ประกอบการ 3 ราย ได้แก่ บมจ.การบินไทย (สิ้นสุดสัญญาปี 2583), บริษัท กรุงเทพเวิลด์ไวด์ จำกัด (สิ้นสุดสัญญาปี 2564) และบริษัท สุฟท์ฮันซ่า เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด (สิ้นสุดสัญญาปี 2564)

ผลการศึกษาพบว่า ภายในปี 2575 จะมีจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจนทำให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอ ทอท. ประเมินว่า ผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรเพิ่มจำนวนผู้ให้บริการเป็น GSE จำนวน 3 ราย และ PHS จำนวน 4–5 ราย เพื่อรองรับการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิในอนาคต

สำหรับโครงการของผู้ประกอบการรายที่ 2 รายใหม่ ตามที่ ทอท. เสนอ มีรายละเอียดสำคัญคือ เป็นการพิจารณาให้สิทธิแก่เอกชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมล่วงหน้า ก่อนที่สัญญาของผู้ประกอบการเดิมจะสิ้นสุดลงในปี 2569 ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อรักษาจำนวนผู้ให้บริการในระดับที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการให้บริการและสามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับขอบเขตการให้บริการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ซึ่งครอบคลุมการให้บริการแก่สายการบิน เช่น อุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน และบริการขนถ่าย เคลื่อนย้ายสัมภาระ สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ และ 2. กลุ่มบริการผู้โดยสารภาคพื้น ซึ่งครอบคลุมการจัดการทั่วไปในเขตภาคพื้น และบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้โดยสารตลอดกระบวนการเดินทาง

รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน จะเป็นแบบ PPP Net Cost ตามที่ ทอท. เสนอ โดยเอกชนจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรายได้ของโครงการฯ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และเป็นผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้โดยตรง ขณะที่ภาครัฐจะได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายปี ตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา โดยรูปแบบดังกล่าวถือเป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่าเงิน (Value for Money: VFM) สูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับการดำเนินการโดยรัฐหรือรูปแบบการลงทุนอื่น ๆ

ระยะเวลาโครงการกำหนดไว้ 20 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบพื้นที่ ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดอีกครั้งในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน ส่วนของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการนั้น ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานจะตกเป็นของกระทรวงการคลัง โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมท่าอากาศยาน ส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เอกชนจัดหา รัฐมีสิทธิตัดสินใจในวันสิ้นสุดสัญญาว่าจะซื้อในราคาตามบัญชี (คิดจากราคาทุนหักค่าเสื่อม) หรือทำสัญญาเช่าต่อ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้พิจารณาแล้ว เห็นชอบในหลักการ และไม่ขัดข้องต่อการดำเนินโครงการดังกล่าว โดย สศช. มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมให้ ทอท. จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนคัดเลือกเอกชน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการรายที่ 2 และผู้ประกอบการรายที่ 3 ที่จะเปิดให้ร่วมลงทุนในอนาคต พร้อมเสนอให้เปิดกว้างให้เอกชนมีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางการดำเนินโครงการ เพื่อให้ได้ผู้ประกอบการที่มีความเหมาะสม และสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...