ใครจะปลูกข้าวให้เรากิน? ในยุคที่คนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นชาวไร่ชาวนา
อาร์โนลด์ ปุช ดาลีซัก (Arnold Puech d'Alissac) ประธานองค์กรเกษตรกรโลก (World Farmers' Organisation: WFO) ได้พูดถึงวิกฤตจำนวนเกษตรกรที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ผ่านคลิปวิดีโอของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) โดยเขาระบุว่า ปัจจุบันโลกกำลังขาดแคลนเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างหนัก เนื่องจากอายุเฉลี่ยของเหล่าเกษตรกรในหลายประเทศนั้นอยู่ที่ประมาณ 55 ปีขึ้นไป และกำลังทยอยเข้าสู่วัยเกษียณในอีกไม่ช้า นั่นหมายความว่า จะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในภาคเกษตร ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่
เมื่อประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น ความต้องการอาหารย่อมเพิ่มตาม อาร์โนลด์อธิบายว่า “เมื่อร้อยปีก่อน โลกมีประชากรไม่ถึง 2 พันล้านคน ตอนผมเกิด มีไม่ถึง 4 พันล้านคน ตอนนี้เรามีมากกว่า 8 พันล้านคน และในปี 2050 เราจะมีกันเกือบหมื่นล้านคน ความต้องการอาหารจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
จากรายงาน Future of Jobs 2025 โดยสภาเศรษฐกิจโลกชี้ว่า อาชีพในภาคเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในสายงานที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะมีตำแหน่งว่างมากถึง 35 ล้านตำแหน่งทั่วโลกภายในปี 2030 แต่ขณะเดียวกัน บทบาทของเกษตรกรยุคใหม่ก็จะเปลี่ยนไปท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหมุดหมายระดับโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อาร์โนลด์กล่าวว่า “สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปทำให้ผลผลิตในแต่ละฟาร์มผันผวนมากขึ้น นี่คือความท้าทายใหญ่ของเกษตรกรในยุคนี้ เราต้องคิดว่าจะทำเกษตรอย่างไรให้กระทบต่อดินน้อยที่สุด ส่งผลต่อสภาพอากาศน้อยที่สุด และช่วยเพิ่มคาร์บอนในดินให้ได้มากที่สุด นี่ไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่เป็นการปฏิวัติวงการเกษตร เราจำเป็นต้องเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนางานเกษตรกรรมให้สอดรับกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง”
(Evan Rally / Unsplash)
จะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจอาชีพเกษตรกร?
อาโนลด์ชี้ว่า มี 3 ปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการเกษตรได้มากขึ้น หนึ่ง พวกเขาต้องได้รับโอกาสในการการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะอย่างจริงจัง สอง ต้องสามารถเข้าถึงที่ดินเพื่อทำเกษตรได้ แม้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของพื้นที่นั้นเสมอไปแต่ควรมีสัญญาระยะยาวที่มั่นคง เพราะหากไม่มี คนรุ่นใหม่ก็ไม่สามารถลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคาร รั้ว หรือแม้แต่การบำรุงดินด้วยปุ๋ย ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ ถึงจะได้รับผลตอบรับที่น่าพึงพอใจ และสุดท้ายคือ ต้องมีช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อให้สามารถเริ่มต้นและขยายกิจการได้”
ในงานวิจัย “การกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่สนใจเกษตรกรรมในประเทศไทย: เส้นทางที่เป็นไปได้” ระบุว่า สถานการณ์การมีส่วนร่วมของคนหนุ่มสาวในภาคเกษตรกรรมขอไทยกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา คนหนุ่มสาวกำลังตีตัวออกห่างจากการทำเกษตร แม้พวกเขาจะเติบโตมาจากครอบครัวเกษตรกรก็นิยมหารายได้จากอาชีพอื่น ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องย้ายออกจากชนบท หรือบางรายก็เลือกที่จะย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมืองแทน
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่เสมอไป บางหมู่บ้านยังคงพบคนหนุ่มสาวที่ทำงานในสวนหรือไร่นา และยังคงช่วยครอบครัวเป็นครั้งคราว แต่โดยรวมแล้ว คนรุ่นใหม่มีบทบาทลดลงเรื่อย ๆ ในภาคเกษตรกรรม และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในฟาร์มของครอบครัวน้อยลง
(Herry Sutanto / Unsplash)
คนหนุ่มสาวในชนบทของไทยจำนวนไม่น้อยไม่เลือกทำเกษตรกรรม เพราะมองไม่เห็นอนาคตของอาชีพนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับโอกาสที่มีอยู่ในภาคส่วนอื่น หลายคนระบุว่าไม่สนใจเกษตรกรรม เพราะเห็นถึงข้อจำกัดที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยินดีที่จะพิจารณาทำเกษตร หากเงื่อนไขต่าง ๆ ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เช่น การเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานที่ง่ายขึ้นหรือการสนับสนุนในระยะเริ่มต้น
แนวคิดของเกษตรกรรุ่นใหม่ในประเทศไทยมักสะท้อนถึงความสนใจในนวัตกรรมใหม่ ๆ และเป้าหมายที่หลากหลายในการทำการเกษตรในรูปแบบของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยั่งยืน รายได้ หรือไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกัน รัฐเองก็มีนโยบายและโครงการสนับสนุนในระดับท้องถิ่นสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่อยู่แล้ว แม้ขอบเขตและจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ยังค่อนข้างจำกัด นโยบายและโครงการริเริ่มในอนาคตจึงไม่ควรเพียงแต่สนับสนุนคนหนุ่มสาวที่ทำเกษตรอยู่แล้วเท่านั้น แต่ควรรวมถึงผู้ที่วางแผนจะทำเกษตร และผู้ที่สนใจจะทำการเกษตรที่ครอบคลุม โดยเฉพาะในช่วงที่ภาพลักษณ์ของอาชีพเกษตรกรที่เริ่มเปลี่ยนไปและกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น
(Sandy Zebua / Unsplash)
How to ก้าวเข้าสู่การเป็นเกษตรกร
เป็นเรื่องที่น่าทึ่งไม่น้อยว่า แม้จะมีความแตกต่างกันด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่หลายประเทศทั่วโลกต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายเดียวกันในการดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพเกษตรกรรม ตัวอย่างเช่น ในยุโรปและญี่ปุ่น เกษตรกรรุ่นใหม่เริ่มปรับตัวด้วยการประยุกต์ใช้รูปแบบการทำเกษตรที่หลากหลาย ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาด และวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับยุคสมัย
บทความเรื่อง "จากความฝันสู่การลงมือทำ: 5 เคล็ดลับสำหรับเกษตรกรมือใหม่" โดย Mary Kate MacKenzie ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญสำหรับธุรกิจฟาร์มใหม่ โดยเน้นถึงจำนวนเกษตรกรอายุน้อยที่เข้าถึงการศึกษา หรือเกษตรรุ่นแรกที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นเกษตรกร
- ทำความเข้าใจเป้าหมายและความสามารถของตัวเองให้ชัดเจน
ก่อนอื่นควรรู้เสียก่อนว่าตนเองเหมาะที่จะทำงานด้านเกษตรกรหรือไม่ หากชอบทำงานกลางแจ้ง รักต้นไม้ สัตว์ หรือเครื่องจักร อาจเริ่มจากการไปฝึกงานในฟาร์มหรือร่วมงานกับธุรกิจเกษตรที่มีอยู่แล้วดูก่อน หรือถ้าคุณฝันอยากพึ่งพาตัวเองโดยการเข้ามาเป็นเกษตรกรเต็มตัวและมีฟาร์มของตนเองนั้น ก็จำเป็นต้องมองเห็นความต้องการของลูกค้าที่ยังไม่มีใครตอบสนอง เข้าใจตลาด และมีหัวทางธุรกิจ เพื่อเติมเต็มจุดเด่นให้ตัวเองได้ - เริ่มวางแผนธุรกิจให้รอบด้าน
โดยหลัก ๆ แล้ว มี 3 เรื่องที่คุณต้องวางแผน การผลิตและการดำเนินงาน จะปลูกอะไร เลี้ยงอะไร ใช้อุปกรณ์แบบไหน การตลาด จะขายใคร ที่ไหน และจะโปรโมตอย่างไร การเงิน จะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร จะคืนทุนเมื่อไร การเขียนแผนธุรกิจสำหรับแต่ละส่วนจะช่วยให้คุณคิดได้อย่างรอบคอบและเห็นจุดที่ต้องปรับปรุงก่อนที่จะเริ่มลงมือทำจริง - แยกเงินฟาร์มออกจากเงินส่วนตัว
เปิดบัญชีธนาคารใหม่สำหรับใช้จ่ายเรื่องฟาร์มโดยเฉพาะ เพื่อจัดการบัญชีได้อย่างเป็นระบบ และเข้าใจภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจน ไม่ปะปนกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว - ฝันให้ไกล แต่ก็ต้องบริหารความเสี่ยงให้เป็น
การทำฟาร์มต้องใช้ทั้งเวลาและเงินจำนวนมหาศาล เกษตรกรมือใหม่ควรลดความเสี่ยงทางการเงินให้มากที่สุด โดยใช้เงินเก็บหรือรายได้จากธุรกิจมาลงทุน แทนที่จะกู้หนี้ยืมสิน เช่าที่ดินแทนการซื้อ ค่อย ๆ เติบโตอย่างช้า ๆ หรือทำเป็นงานเสริมก่อนขยับขยาย และควรมีแผนสำรองรองรับหากธุรกิจไม่เป็นไปตามเป้า เช่น การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ลดขนาด หรือเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินสดในยามฉุกเฉิน - สร้างเครือข่ายให้แข็งแรง
เชื่อมโยงกับเกษตรกรคนอื่น ๆ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญ และชุมชน เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เข้าถึงความรู้ แรงสนับสนุน และโอกาสต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะกับเกษตรกรรุ่นใหญ่ ซึ่งอาจเป็นทั้งที่ปรึกษาและพันธมิตรในอนาคต เพราะเครือข่ายที่ดีคือรากฐานของธุรกิจเกษตรที่ยั่งยืน
(Eduardo Prim / Unsplash)
ลู่ทางสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ในไทย จากคนที่สนใจสู่การลงมือทำ
ในประเทศไทย หน่วยงานอย่างกรมส่งเสริมการเกษตร ก็มีโครงการสำหรับเหล่าเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจอยากเริ่มต้นเส้นทางเกษตรกรรมอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือโครงการ “Young Smart Farmer” ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการผลิต เทคโนโลยี และการเกษตร อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายกับเกษตรกรรายอื่น เพื่อร่วมกันหาช่องทางการตลาดที่นำไปสู่การพัฒนาเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเองของกลุ่มเกษตรกร โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนงานวิจัยและงบประมาณจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งลู่ทางของเกษตรกรรุ่นใหม่ในไทย เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และพัฒนาธุรกิจของตนเองได้ในอนาคตเป็นอย่างดี
ในวันที่โลกต้องการอาหารมากขึ้น แต่คนปลูกกลับลดลงเรื่อย ๆ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ใครยังอยากเป็นเกษตรกร?” แต่คือ “เราจะทำให้อาชีพเกษตรกรน่าสนใจ น่าภูมิใจ และน่าลงมือทำจริงได้อย่างไร?” เพราะอนาคตของอาหาร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับคนที่อยากหยัดยืนอยู่กลางผืนดินและลงมือปลูกผลผลิตเพื่อให้อนาคตเติบโต
ที่มา : วิดีโอ “The world urgently needs more young farmers, says this expert” โดย World Economic Forum
วารสารวิจัย “Renewing the engagement of young people in farming in Thailand: Possible pathways” โดย Nicolas Faysse
บทความ “Cultivating the Future: Empowering Young Farmers in Southeast Asia” โดย Elyssa Kaur Ludher
บทความ “กรมส่งเสริมการเกษตร ขอเชิญชวนเกษตรกรรุ่นใหม่สมัครเข้าร่วม “โครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer ปี 2567”” โดย กรมส่งเสริมการเกษตร
บทความ “From Dreaming to Doing: 5 Tips for Beginning Farmers” โดย Mary Kate MacKenzie
บทความ “อยากเป็น Young Smart Farmer ต้องทำยังไงบ้าง” โดย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย กรมส่งเสริมการเกษตร