โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

WHO ยัน "ไวรัสฮันตา" ยังไม่เกิดการระบาดใหญ่ เตือนเฝ้าระวัง 6 สัปดาห์

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (8 พ.ค.2569) องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา บนเรือสำราญในขณะนี้ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกเหมือนกับโควิด-19 เนื่องจากลักษณะการแพร่เชื้อจำกัดอยู่เพียงการสัมผัสใกล้ชิดและลึกซึ้งเท่านั้น ขณะที่ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 คน และอยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวผู้โดยสารที่ลงจากเรือไปก่อนหน้านี้

รายงานล่าสุดระบุว่า จากผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 8 คน มีการยืนยันผลเป็นบวกแล้ว 5 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 3 คน คือ หญิงชาวเนเธอร์แลนด์วัย 69 ปี (ยืนยันพบเชื้อ) ส่วนอีก 2 คนคือ สามีชาวเนเธอร์แลนด์ของเธอและหญิงชาวเยอรมัน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัด

นอกจากนี้ WHO เตือนว่า มีโอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา เพิ่มเติมจากเหตุการณ์บนเรือสำราญ เนื่องจากโรคนี้มีระยะฟักตัวนานถึง 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม WHO เชื่อมั่นว่า การแพร่ระบาดจะอยู่ในวงจำกัด หากมีการใช้มาตรการป้องกันที่เข้มงวดและได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศ

เทดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า ยอดรวมปัจจุบันพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 5 คน และผู้ต้องสงสัยอีก 3 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมผู้เสียชีวิต 3 คน ก่อนหน้านี้ด้วย โดยเชื้อที่ตรวจพบเป็นสายพันธุ์แอนดีส (Andes virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้

ขณะที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยไลเดินในเนเธอร์แลนด์แจ้งว่า พบผู้โดยสารที่เพิ่งเดินทางถึงยุโรป มีผลตรวจเชื้อเป็นบวกเพิ่มอีกหนึ่งคน

ปกติแล้วไวรัสฮันตาจะแพร่กระจายจากสัตว์ฟันแทะสู่คน แต่ความน่าสนใจของการระบาดบนเรือ MV Hondius ในครั้งนี้คือ WHO พบหลักฐานการแพร่เชื้อจาก "คนสู่คน" เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ย้ำว่า ต้องเป็นการสัมผัสที่ใกล้ชิดกันมาก ๆ เท่านั้นจึงจะติดเชื้อได้

ขณะที่ Oceanwide Expeditions บริษัทผู้ดำเนินกิจการเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 30 คน เดินทางลงจากเรือ Hondius ที่กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา ระหว่างที่เรือจอดแวะพัก ณ เกาะเซนต์เฮเลนา ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวนนี้รวมถึงร่างของผู้เสียชีวิตบนเรือ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยดำเนินการติดต่อทุกคนที่ลงจากเรือเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. มีผู้โดยสารทั้งหมด 114 คน เดินทางขึ้นเรือ ก่อนที่เรือจะออกจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อล่องข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังเคปเวิร์ด โดยกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดของผู้โดยสาร และลูกเรือทุกคนที่ขึ้นและลงเรือตามจุดแวะพักต่าง ๆ ของเรือ MV Hondius มาตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.

ด้านองค์การอนามัยโลก ณ กรุงเจนีวา ระบุว่า ได้แจ้งไปยัง 12 ประเทศ ที่มีพลเมืองของตนลงจากเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนาแล้ว ได้แก่ สหราชอาณาจักร, แคนาดา, เดนมาร์ก, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, เซนต์คิตส์และเนวิส, สิงคโปร์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี และสหรัฐฯ

เรือสำราญสุดหรูลำนี้ ดำเนินงานโดยบริษัท Oceanwide Expeditions เริ่มออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. และมีกำหนดถึงหมู่เกาะคะเนรี ประเทศสเปน ในวันที่ 10 พ.ค. โดยบนเรือมีผู้โดยสารและลูกเรือราว 150 คน จาก 28 ประเทศ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเร่งตามตัวผู้โดยสารหลายสิบคน ที่เพิ่งลงจากเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนา ไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการแพร่ระบาดเพิ่มเติม

อ่านข่าว :

สหรัฐฯ ยิงเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน ตอบโต้เรือรบถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนฝนเพิ่ม ลมแรง ใต้ฝนหนัก กทม.เจอฝน 60%

ภัยไซเบอร์ ลามวงการศาสนา มิจฉาชีพ Deepfake เลียนเสียงสมเด็จพระสังฆราช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"ภราดร" แจง ครม.ไม่ยืนยันร่าง รธน.เดิมเสี่ยงถูกตีตก ให้สภาฯ ชุดใหม่เสนอ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"เกาหลีเหนือ" โชว์ปืนรุ่นใหม่ ยิงไกลถึง "กรุงโซล" เมืองหลวงเกาหลีใต้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังไวรัสโคโรนาในค้างคาว ยันความเสี่ยงต่อ ปชช.ยังต่ำ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลนัดฟังคำสั่งคดีการเสียชีวิต "บุ้ง เนติพร" 15 ก.ค.นี้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...