โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เจาะเทรนด์บริโภคทุเรียนในกว่างซี พัฒนาสู่ยุค “แข่งขันคุณภาพ”

เดลินิวส์

อัพเดต 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.44 น. • เผยแพร่ 27 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
สำนักข่าวซินหัวเจาะลึก

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่ากลิ่นหอมของทุเรียนอบอวลในหลายเมืองของจีนระหว่างช่วงหยุดยาววันแรงงาน (1-5 พ.ค.) ขณะที่ทุเรียนจากไทยและเวียดนามทยอยเข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ท่าเรือหนานซาในเมืองกว่างโจว ท่าเรือชินโจวในกว่างซี ทางรถไฟจีน-ลาว และด่านบกโหย่วอี้กวนในผิงเสียง

การบริโภคทุเรียนในกว่างซีพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ขณะ "เศรษฐกิจทุเรียน" สะท้อนการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของตลาดผู้บริโภคชาวจีน รวมถึงความเชื่อมโยงใกล้ชิดของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรระหว่างจีนกับอาเซียนที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลสถิติจากศุลกากรด่านโหย่วอี้กวนในกว่างซีระบุว่า ด่านแห่งนี้รับรองการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามและไทย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ของปี 2569

มูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรสูงแตะ 2,880 ล้านหยวน (ราว 13,700 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 88.9% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นการนำเข้าผลไม้ 2,530 ล้านหยวน (ราว 12,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.1 เท่า และเป็นการนำเข้าทุเรียนสูงถึง 55,000 ตัน เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า

ช่วงหยุดยาววันแรงงานปีนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วจีนจำนวนไม่น้อยเดินทางมาหาซื้อทุเรียนที่ตลาดค้าส่งผลไม้ในนิคมโลจิสติกส์ผิงเสียง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับด่านบกโหย่วอี้กวน และมีผลไม้อาเซียนนำเข้ามากมาย โดย "การบริโภคตามด่าน" ในกลุ่มเมืองชายแดนของกว่างซี ค่อย ๆ กลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นยินดีเดินทางเยือนด่านชายแดนหรือตลาดค้าส่ง เพื่อ "ล่าผลไม้" และมองว่าการเฟ้นหาทุเรียนเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยววันหยุดรูปแบบหนึ่ง

กวนไฉ่เสีย ผู้ค้าทุเรียนมาหลายปีที่ตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิง ในเมืองหนานหนิงของกว่างซี เผยว่า มีทุเรียนชุดใหญ่เข้าสู่ตลาดในช่วงก่อนหยุดยาววันแรงงานปีนี้ ทำให้ราคาทุเรียนโดยรวมถูกกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตอนนี้ตลาดทุเรียนเข้าสู่ช่วง "แข่งขันด้านคุณภาพ" มากกว่าราคาแล้ว ผู้บริโภคชาวจีนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสายพันธุ์ ระดับความสุก และรสชาติมากขึ้น ทำให้ตลาดทุเรียนในจีนค่อย ๆ เปลี่ยนจากระบบ "ราคาเดียว" เป็น "ตั้งราคาตามคุณภาพ" ส่งผลให้ทุเรียนคุณภาพต่ำทำตลาดยากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานต้องยกระดับตาม โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มประเทศอาเซียนอย่างไทยและเวียดนามได้เพิ่มความเข้มงวดของการควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกสู่จีน ทั้งตรวจสอบระดับความสุก และดูแลการขนส่งผ่านห่วงโซ่ความเย็น ขณะเดียวกัน ความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนเปลี่ยนจาก "พอรับประทานได้" เป็น "คุณภาพดีกว่าเดิม"

หวงเหวยหมิง ผู้ดูแลการซื้อทุเรียนแบบรวมกลุ่มระดับชุมชนในเมืองหนานหนิง กล่าวว่า ปีนี้ทุเรียนไทยมีคุณภาพโดยรวมเสถียรกว่าหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย อีกส่วนหนึ่งแหล่งผลิตควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมทุเรียนเปลี่ยนจากเน้น "ปริมาณ" เป็นเน้น "คุณภาพ"

ขณะเดียวกัน หลายเมืองของกว่างซียังแจกบัตรกำนัลซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่บางแห่งมีคนต่อคิวซื้อทุเรียนกันอย่างคึกคัก เมื่อช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา

กระแสความนิยมทุเรียนสะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ความรวดเร็วในการนำเข้าผลไม้จากอาเซียนสู่จีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการพัฒนายิ่งขึ้นของเครือข่ายโลจิสติกส์ เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ ทำให้การขนส่งผลไม้จากอาเซียนขึ้นโต๊ะอาหารของผู้บริโภคชาวจีนใช้เวลาสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

หวงเหวยหมิงทิ้งท้ายว่า ทุเรียนยังคงจะได้รับความนิยมต่อไป ซึ่งไม่ใช่เพราะรสชาติความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น หลังภาพลักษณ์การเป็น "ผลไม้ราคาแพง" ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น..

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...