หลายประเทศเร่งตามตัวผู้โดยสาร หลัง “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ
จากการระบาดของ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) สายพันธุ์แอนดีส บนเรือสำราญ เอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ และชาวเยอรมันอีก 1 ราย ขณะที่ยังมีผู้ป่วยอีกหลายคน
ปัจจุบันมีรายงานพบผู้ป่วยแล้ว 8 ราย โดยในจำนวนนี้ยืนยันติดเชื้อแล้ว 5 ราย โดยผลตรวจระบุว่าเป็น “ไวรัสแอนดีส” ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสฮันตา และเป็นสายพันธุ์ที่มีข้อมูลว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในวงจำกัด ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารมากกว่า 20 คน จากอย่างน้อย 12 ประเทศ เดินทางลงจากเรือไปก่อนที่จะมีมาตรการติดตามกลุ่มเสี่ยงหรือผู้สัมผัสโรคอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายประเทศต้องเร่งติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่เกี่ยวข้อง
โดย Reuters รายงานว่า หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ แคนาดา และหลายประเทศในยุโรป ได้เริ่มเฝ้าระวัง ติดตาม และแยกตัวผู้โดยสารที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ WHO ระบุว่ากำลังประสานงานระหว่างประเทศภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านบริษัทเรือสำราญ โอเชียนไวด์ เอ็กซ์เพดิชันส์ (Oceanwide Expeditions) ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือที่เหลืออยู่บนเรือแสดงอาการป่วย
ขณะที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประเมินว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากไวรัสฮันตาส่วนใหญ่มักติดต่อผ่านการสูดดมมูลสัตว์ฟันแทะที่ปนเปื้อนเชื้อ และไม่ได้แพร่จากคนสู่คนได้ง่าย โดยอาการของโรคอาจใช้เวลาฟักตัวนาน 1-8 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ
พร้อมย้ำว่า “นี่ไม่ใช่โควิด-19” และไม่ใช่สถานการณ์แบบเดียวกับการระบาดใหญ่เมื่อ 6 ปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไวรัสมีระยะฟักตัว จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มเติมในอนาคต