โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หลายประเทศเร่งตามตัวผู้โดยสาร หลัง “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ

WeR NEWS

เผยแพร่ 46 นาทีที่แล้ว

จากการระบาดของ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) สายพันธุ์แอนดีส บนเรือสำราญ เอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ และชาวเยอรมันอีก 1 ราย ขณะที่ยังมีผู้ป่วยอีกหลายคน

ปัจจุบันมีรายงานพบผู้ป่วยแล้ว 8 ราย โดยในจำนวนนี้ยืนยันติดเชื้อแล้ว 5 ราย โดยผลตรวจระบุว่าเป็น “ไวรัสแอนดีส” ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสฮันตา และเป็นสายพันธุ์ที่มีข้อมูลว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในวงจำกัด ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ยังมีผู้โดยสารมากกว่า 20 คน จากอย่างน้อย 12 ประเทศ เดินทางลงจากเรือไปก่อนที่จะมีมาตรการติดตามกลุ่มเสี่ยงหรือผู้สัมผัสโรคอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายประเทศต้องเร่งติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่เกี่ยวข้อง

โดย Reuters รายงานว่า หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ แคนาดา และหลายประเทศในยุโรป ได้เริ่มเฝ้าระวัง ติดตาม และแยกตัวผู้โดยสารที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ WHO ระบุว่ากำลังประสานงานระหว่างประเทศภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านบริษัทเรือสำราญ โอเชียนไวด์ เอ็กซ์เพดิชันส์ (Oceanwide Expeditions) ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือที่เหลืออยู่บนเรือแสดงอาการป่วย

ขณะที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประเมินว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากไวรัสฮันตาส่วนใหญ่มักติดต่อผ่านการสูดดมมูลสัตว์ฟันแทะที่ปนเปื้อนเชื้อ และไม่ได้แพร่จากคนสู่คนได้ง่าย โดยอาการของโรคอาจใช้เวลาฟักตัวนาน 1-8 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ

พร้อมย้ำว่า “นี่ไม่ใช่โควิด-19” และไม่ใช่สถานการณ์แบบเดียวกับการระบาดใหญ่เมื่อ 6 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไวรัสมีระยะฟักตัว จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มเติมในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...