กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานประกาศนียบัตร เข็มตราสัญลักษณ์แก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ
วันที่ 18 ก.พ. 69 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธาน และนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปในการพระราชทานประกาศนียบัตร และเข็มตราสัญลักษณ์แก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ (Health Ambassador) รุ่นที่ 4 และรุ่นที่ 5 ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ณ ห้องประชุมคอนเวนชันฮอลล์ ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน , ดร. ฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานหลักสูตรสื่อสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จ
โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กราบทูลรายงานและขอพระราชทานพระอนุญาตให้ประธานหลักสูตรสื่อสุขภาพ รุ่นที่ 4 และ รุ่นที่ 5 เข้าเฝ้าถวายเงินโดยเสด็จพระกุศล และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานหลักสูตรสื่อสุขภาพ กราบบังคมทูลเบิกผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รุ่นที่ 4 จำนวน 86 ราย และรุ่นที่ 5 จำนวน 103 ราย รวม 189ราย เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มตราสัญลักษณ์ ตามลำดับ
หลักสูตรสื่อสุขภาพ (Health Ambassador) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธาน และนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพ ให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ประชาชนอย่างถูกต้องและทั่วถึง โดยเฉพาะการเสริมสร้างความรู้เท่าทันด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาผู้นำด้านสุขภาพที่สามารถเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ และสาธารณสุข ไปยังองค์กร หน่วยงาน และชุมชน อีกทั้งยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างเครือข่ายการสื่อสารสุขภาพ ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขของไทย หลักสูตรยังได้บูรณาการการเรียนรู้จากโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์และการนำนวัตกรรมทางการแพทย์มาสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมทั้งสอดแทรกแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างพื้นฐานสุขภาพที่มั่นคงให้กับประชาชน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ในองค์กรหรือชุมชนของตนอันจะนำไปสู่การขยายองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพสู่บุคลากรในสายวิชาชีพอื่นๆ อย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขของไทย พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก อีกทั้งยังเป็นการเสนอพระปณิธานการดำเนินงานขององค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน การวิจัย และสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง นำไปสู่การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ยั่งยืนสืบไป
โอกาสนี้ พระราชทานพระโอวาทแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ ความตอนหนึ่งว่า “ …ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินหลักสูตรสื่อสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างผู้นำที่มีทักษะในการสื่อสารองค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสร้างความรู้เท่าทันด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันโรคและการดูแลตนเองของประชาชน ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารมีความหลากหลายและซับซ้อน บทบาทของพวกท่านในการคัดกรองและส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและมีธรรมาภิบาล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของไทย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ทุกท่านตระหนักว่า การเป็นสื่อสุขภาพนั้นมิใช่เพียงการส่งต่อข้อมูลเท่านั้น แต่หมายถึงการเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในชุมชนและองค์กรของท่าน โดยเฉพาะการนำความรู้เกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคไม่ติดต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชนไทยอยู่ในขณะนี้ ในการป้องกันและการตรวจคัดกรอง ไปขยายผลให้เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษา ตลอดจนการน้อมนำแนวทางตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนให้กับสุขภาวะของประชาชนอย่างแท้จริง… ”