โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.วิสามัญวุฒิสภา ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ศรีสะเกษ ศึกษาข้อดี–ข้อเสียยกเลิก MOU

เดลินิวส์

อัพเดต 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 6.04 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภา ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ศรีสะเกษ ศึกษาข้อดี–ข้อเสียยกเลิก MOU ปี 2543–2544 ขณะที่ทหารกัมพูชาเกาะรั้วสังเกตการณ์ไม่ห่าง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียกรณีเสนอให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และปี 2544 ของวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาเขตแดนไทย–กัมพูชา ภายหลังเหตุการณ์หยุดยิง พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยมี นายสุริยา บุตรจินดา รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ และผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากผู้แทนกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานด้านความมั่นคงเกี่ยวกับภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพภูมิประเทศบริเวณแนวเขตแดน ด่านพรมแดน และหลักเขตแดนหลักที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่ไทยและกัมพูชาสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คณะกรรมาธิการกำลังสำรวจพื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนช่องสะงำ ได้มีกำลังทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่งเข้ามาสังเกตการณ์และบันทึกภาพในระยะใกล้บริเวณประตูฝั่งประเทศกัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนดังกล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาว่าควรยกเลิก คงไว้ หรือปรับปรุงบางส่วนของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544 โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ พร้อมย้ำว่า พื้นที่ที่ประเทศไทยสามารถยึดคืนมาได้จากการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล ซึ่งต้องแลกมาด้วยการสูญเสียและการบาดเจ็บจะต้องไม่สูญเปล่า

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้พบปะนักเรียนและนักศึกษาในโครงการ “ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง” ในพื้นที่ชายแดน พร้อมมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และอาสาสมัครพิทักษ์ป่าที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและอธิปไตยของประเทศท่ามกลางความห่วงใยจากทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อประเมินข้อเท็จจริงจากสถานการณ์จริงอย่างรอบคอบ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอต่อวุฒิสภาในการกำหนดท่าทีต่อกรอบความร่วมมือชายแดนไทย–กัมพูชาในระยะต่อไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ปัจจุบัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...