ลองดูก่อน เผื่อเวิร์ก!? แชร์ 5 เทคนิคช่วยตัดสินใจว่าจะ 'ตัดผมสั้น' ดีมั้ย? #รอดไม่รอดจะได้รู้กัน
… หน้าร้อนแบบนี้ ตัดผมสั้นดีรึเปล่านะ!? …
สาวคนไหนกำลังเกิดคำถามแบบนี้กับตัวเองอยู่บ้างคะ ยกมือขึ้นให้ดูหน่อยเร็ววว วว… แหมๆ เราเข้าใจดีเลยนะคะว่าสำหรับผู้หญิงเราแล้วน่ะ รักผมเท่าชีวิต ยอมพลีชีพเพื่อเส้นผมเลยนะพวกเธอ ก็กว่าจะไว้ผมมายาวขนาดนี้ได้น่ะ ต้องเสียทั้งเงินและเวลาในการดูแลให้ผมสวยเป๊ะแบบนี้ แล้วพอเทรนด์ผมสั้นรับซัมเมอร์มาฮอตฮิตเบอร์แรงในช่วงนี้ ใจนึงก็อยากลองหั่นผมสั้นให้มันรู้แล้วรู้รอดไป แต่อีกใจก็แอบเสียดายผมเพราะถ้าตัดสั้นแล้วมันไม่รอดเนี่ย งานนี้ก็มีนอยด์ (หนักมาก) ได้เหมือนกันนะจ๊ะ
เพราะฉะนั้นคุณสาวๆ SistaCafe ที่อยากจะลองหั่นผมสั้นเปลี่ยนลุคดูสักครั้งแต่ยังไม่ค่อยมั่นใจ วันนี้เราก็มี 5 เทคนิคช่วยตัดสินใจว่าจะ ‘ตัดผมสั้น’ ดีมั้ย? มาแชร์ให้ได้ลองไปใช้พิจารณากันดูก่อนตัดสินใจตัดผมจริงๆ กัน มาค่ะ! ถ้าอยากรู้ว่าชั้นคนนี้ตัดผมสั้นแล้วจะรอดหรือตาย ก็ตามไปเช็คพร้อมกันได้เลยยย ยย
━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━
▼ 1. ลองซื้อวิกผมสั้นทรงที่อยากตัดมาใส่ดูก่อน ▼
ซิสคะ! ใจเย็นๆ ก่อนนะ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจเดินเข้าร้านทำผมไปให้ช่างหั่นผมซะสั้นกุดไปก่อนล่ะ เพราะ ถ้ายังไม่ชัวร์ว่าตัวเองตัดผมสั้นแล้วจะรอดหรือไม่รอด เราก็ขอแนะนำให้ลงทุนซื้อวิกผมสั้นมาลองใส่ดูก่อนจะเซฟกว่า นะเธอจ๋า ซึ่งสมัยนี้เค้ามีวิกผมให้เลือกซื้อกัน หลากหลายแบบ หลากหลายราคา เริ่มต้นแค่หลักร้อยต้นๆ เท่านั้นเองนะ งานนี้ก็ลองเดินเลือกวิกผมสั้นที่ตรงกับทรงผมที่อยากลองตัดดู ไม่ว่าจะเป็นผมบ็อบ ผม LOB ผมสั้นแบบมีหน้าม้า สไลด์หน้า ซอยหลัง ฯลฯ ก็มีมาให้เลือกซื้อกันแบบจุใจ
ซึ่งการที่เราซื้อวิกผมสั้นมาลองใส่ดูก่อนนอกจากจะทำให้รู้ว่าถ้าเราหั่นผมสั้นแล้วจะรอดหรือไม่ได้แล้ว ยัง ช่วยให้เราสามารถหาทรงผมสั้นที่เข้ากับรูปหน้าและสไตล์ ก่อนที่จะตัดสินใจตัดผมฉับๆ จริงได้อีกด้วยนะ
▼ 2. ใช้เทคนิคลองทำผมสั้นแบบไม่ต้องตัดจริง ▼
อ๊ะๆ ถ้าใครที่เป็นสายประหยัด ไม่อยากเสียเงินซื้อวิกผมมาลองใส่ดูก่อน (ถึงแม้จะแค่หลักร้อย ก็แอบเสียดายเงินเบาๆ) เราก็มี วิธีที่ง่ายแถมยังไม่ต้องเสียสตางค์สักบาทเดียว มาให้ได้ลองทำตามกันดูด้วยล่ะ ก็ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะตัดผมสั้นหรือไว้ผมยาวต่อไปดี ก็ให้ลอง ใช้เทคนิคการทำผมสั้นแบบไม่ต้องตัดจริง ดูสิคะ เราขอบอกเลยนะว่า วิธีนี้ก็จะ ช่วยทำให้ผมของคุณสาวๆ ดูสั้นลง เหมือนๆ กับการลองใส่วิกยังไงยังงั้น แต่ช่วยเซฟเงินได้เยอะเลยนะยูววว วว #สายประหยัดห้ามพลาด
โดยวิธีการทำผมสั้นแบบไม่ต้องตัดจริงด้วยตัวเอง ก็ทำตามได้ง่ายสุดๆ ไปเลยนะคะ เพียงแค่ซิส ม้วนปลายผมในทิศทางม้วนเข้า จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้นิ้วม้วนผมขึ้นไปเป็นช่อๆ ในระดับความยาวผมที่ต้องการแล้วใช้กิ๊บดำเก็บผมให้อยู่ เท่านี้ก็ช่วยทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วล่ะว่าควรจะตัดผมดีมั้ย
▼ 3. เปิดกล้องลองกับแอปฯ ดูซิว่าผมสั้นแล้วผ่านรึเปล่า? ▼
สาวคนไหนที่เป็นสายเทคโนโลยีตัวแม่ ชอบโหลดแอปฯ ใหม่ล่าสุดมาลองเล่นก่อนใคร งานนี้ก็คงจะต้องนำเทคโนโลยีล้ำๆ มาใช้กับเรื่องความสวยความงามบ้างแล้วล่ะ ก็สำหรับคุณสาวๆ ที่อยากจะลองตัดผมสั้น แต่กำลังชั่งใจเพราะกลัวตัดผมออกมาแล้วไม่เป็นอย่างที่ใจต้องการ #เงิบแน่แบบนี้ เดี๋ยวนี้เค้าก็มี แอปฯ จำลองทรงผมมาให้สาวซิสอย่างเราได้ใช้งาน กันเต็มไปหมดเลยล่ะ
เจ้าแอปฯ เปลี่ยนทรงผมส่วนใหญ่ ก็เน้นการใช้งานที่ง่ายแล้วก็สะดวกมากเวอร์เลยนะ แค่ เปิดกล้องถ่ายรูปหน้าของตัวเอง จากนั้นก็ คลิกเปิดแอปฯ ที่เราโหลดเก็บเอาไว้ เสร็จแล้วก็เลือกทรงผมที่โดนใจ จะเป็นทรงผมสั้นทรงไหน ผมบ๊อบ บ๊อบเท แสกข้าง แสกกลาง ก็มีมาให้เลือกกันจนตาลายเลยล่ะ แถมบางแอปฯ เรายัง สามารถลองเลือกเปลี่ยนสีผมดูได้อีกด้วยนะ ว่าผมสีไหนจะเข้ากับตัวเรามากที่สุด อื้อหือ บอกเลยว่าคราวนี้ก็เลือกทรงผมที่เข้ากับรูปหน้าได้จริงๆ ไม่ต้องไปนั่งลุ้นหลังตัดผมเสร็จอีกต่อไปแล้ว
▼ 4. เช็คตัวเองด้วย ‘เทคนิค 2.25 นิ้ว’ ว่าเหมาะกับผมสั้นมั้ย? ▼
คราวนี้ตามมาส่องเทคนิคที่จะช่วยทำให้การตัดสินใจหั่นผมสั้นง่ายขึ้นข้อต่อไปกันเลยดีกว่า ก่อนอื่นเราก็ขอแอบถามคุณสาวๆ หน่อยซิคะว่ามีใครเคยได้ยินเกี่ยวกับ ‘เทคนิค 2.25 นิ้ว’ กันบ้างรึเปล่าเอ่ย? มามะๆ ไม่ต้องงงกันอยู่นานหรอกนะจ๊ะ เจ้า เทคนิค 2.25 นิ้ว หรือ 5.5 เซนติเมตร เนี่ย ก็คือเทคนิคที่ถูกคิดค้นโดยคุณ John Frieda นักออกแบบทรงผมจากเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษ โดยเค้าก็จะใช้เทคนิคนี้ในการ ดีไซน์ว่าสาวคนไหนเหมาะที่จะตัด ผมสั้น และสาวคนไหนเหมาะที่จะไว้ ผมยาว มากกว่ากัน
แต่สาวซิสอย่างเราก็สามารถนำเทคนิคนี้มาใช้ด้วยตัวเองได้เหมือนกันนะ เพียงแค่ไปหาไม้บรรทัดมาหนึ่งอัน จากนั้นก็ ถือไม้บรรทัดในแนวตั้ง แล้วเริ่มวันจากบริเวณติ่งหูไปจนถึงระยะปลายคาง ถ้าเกิดว่า ระยะความยาวที่วัดได้ น้อยกว่า 2.25 นิ้ว หรือ 5.5 ซม. ก็แสดงว่าตัดผมสั้นแล้วรอด แต่ถ้า ระยะความยาวที่วัดได้ มากกว่า นั้น ก็แสดงว่าการไว้ผมยาวจะรับกับใบหน้าและดูเหมาะกว่า นั่นเองค่ะ
▼ 5. ปรึกษา ‘นักออกแบบทรงผม’ ที่ร้านทำผมเพื่อความชัวร์ ▼
เห้อออ ออ ลองซื้อวิกมาก็แล้ว ลองใช้แอปฯ ก็แล้ว ลองวัดความยาวใบหน้าก็แล้ว แต่ในใจก็ยังรู้สึกตะหงิดๆ ยังไม่ชัวร์ว่าถ้าเราตัดผมสั้นแล้วจะรอดจริงรึเปล่า… ขอบอกเลยนะคะว่าสาวคนไหนที่ลองทำทุกวิธีด้วยตัวเองไปจนหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้แบบเต็ม 100% แบบนี้เราก็ขอแนะนำให้ไป ปรึกษาช่างทำผมหรือนักออกแบบทรงผมที่ร้านเสริมสวยไปเลย จะดีกว่านะ ก็เพราะว่าพวกเค้าเหล่านี้เนี่ยมีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ จนเรียกได้ว่าเป็นกูรูเรื่องทรงผมเลยยังไงล่ะ
ที่สำคัญ นอกจากเราจะได้คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญว่าตัดผมสั้นแล้วจะผ่านหรือไม่แล้วเนี่ย เผลอๆ นักออกแบบทรงผมเค้าก็อาจจะช่วยวิเคราะห์ทั้งรูปหน้าและสภาพเส้นผมของเรา ว่าควรจะตัดผมทรงไหน ถึงจะเหมาะสมที่สุด รับรองเลยว่าถ้ากูรูคอนเฟิร์มเองขนาดนี้แล้ว คุณสาวๆ ต้องได้ทรงผมที่เป๊ะแน่นอน
━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━
ใครที่กำลังลังเลใจอยู่ตอนนี้ ก็อย่าลืมนำ เทคนิคช่วยตัดสินใจว่าควร ‘ตัดผมสั้น’ ดีมั้ย? ทั้ง 5 ข้อที่เราลิสต์มาฝากกันไปลองทำตามกันดูนะคะ จะได้เอาไปประกอบการตัดสินใจให้ชัวร์ ก่อนที่จะต้องมานั่งเสียใจทีหลังเพราะทรงผมไม่ถูกใจ แหมๆ ก็การเลี้ยงผมให้กลับมายาวได้อีกครั้งน่ะ มันไม่ง่ายเหมือนกันหั่นผมสั้นฉึบๆ ฉับๆ ตัดแค่ไม่กี่นาทีนี่เธอ เชื่อเจ้สิ!
ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore