โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทบ. ซัดกัมพูชาไม่หยุดยิง! เช้านี้ปะทะเดือด “ภูมะเขือ–ซำแต” ก่อนถก RBC ช่องจอม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 01.47 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ค.68) พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหน่วยในพื้นที่กองกำลังสุรนารีถึงสถานการณ์ตลอดคืนที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ไทยและกัมพูชาเห็นชอบข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งมีผลตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันนี้ โดยมีประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ พลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าในช่วงกลางดึก ฝ่ายกัมพูชายังคงเคลื่อนไหวทางทหารในพื้นที่ภูมะเขือ จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้เกิดการปะทะกับทหารไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้า ขณะที่พื้นที่ซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีษะเกษ ก็เกิดการยิงตอบโต้กันระหว่างสองฝ่ายเช่นกัน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 05.30 น. ยังไม่มีรายงานว่ากัมพูชาหยุดปฏิบัติการ

นอกจากนี้ มีเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. และ 05.00 น. สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การประชุมกลไกหารือระดับทวิภาคี (RBC) ระหว่าง พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กับ พลโทโปว เฮง ผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 และ พลเอกแอกซอมโอน ผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 5 ของกัมพูชา ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นเวลา 07.00 น. ที่จุดผ่านแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ได้เลื่อนเวลาออกไปเป็น 10.00 น. เพื่อให้แม่ทัพทั้งสองฝ่ายลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่โต๊ะเจรจา

กองทัพบก ออกแถลงการณ์ในเวลา 9:13 น. วันนี้ (29 ก.ค.68) ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา โดยหลังจากฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหลังเวลา 24:00 น. และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในแนวหน้าอย่างใกล้ชิด

หน่วยทหารในพื้นที่ได้รายงานพบการปฏิบัติทางทหารของฝ่ายกัมพูชาในหลายเหตุการณ์ตลอดคืนจนถึงช่วงเช้า โดยพบการก่อกวนและใช้อาวุธยิงสนับสนุนเข้ามาในพื้นที่ฝ่ายไทย ในหลายพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ช่องบก, พื้นที่ช่องอานม้า, พื้นที่ซำแต, พื้นที่ปราสาทตาควาย และพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งฝ่ายไทยได้ตอบโต้ตามสถานการณ์ โดยใช้กำลังในแนวหน้าและอาวุธยิงสนับสนุน เพื่อยับยั้งการปฏิบัติดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา

จากกรณีดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ตามที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติการสู้รบทางทหารบริเวณแนวชายแดน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 24:00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดบรรยากาศแห่งความสงบ ลดความตึงเครียด และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

กองทัพบกขอเรียนว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยได้ทำการหยุดยิงบริเวณพื้นที่แนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ทันทีที่ถึงกำหนดเวลา ด้วยความตั้งใจจริงและยึดมั่นต่อพันธกรณีที่ได้ตกลงร่วมกันของรัฐบาลทั้งสองประเทศ

แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเมื่อถึง กำหนดเวลาดังกล่าว ฝ่ายไทยยังคงตรวจพบว่า ฝ่ายกัมพูชาได้มีการใช้อาวุธโจมตีเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอยู่หลายจุด ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างจงใจ เจตนาทำลายระบบความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน กองทัพบกจึงขอประณามต่อการกระทำดังกล่าว

ฝ่ายไทยจำเป็นจะต้องใช้มาตรการโต้กลับอย่างเหมาะสม ภายใต้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง ยืนยันฝ่ายไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารเพื่อรุกราน แต่เพื่อป้องกันการรุกล้ำและรักษาอธิปไตยของชาติ ภายใต้กฎกติกาสากล”

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบกยังได้เปิดเผยถึงกำหนดการพบปะผู้นำหน่วยทหารในพื้นที่ของทั้งสองฝ่ายที่มีแผนพบกันในช่วงเช้าของวันนี้ว่า

“ยังคงมีความพยายามในการเดินหน้าพบปะพูดคุยกันของผู้นำทางทหารทั้งสองประเทศ โดยในขณะนี้ทราบว่ามีการปรับเวลาเป็น 10:00 น. ส่วนรายละเอียดอื่น จะได้มีการเปิดเผยให้ทราบอีกครั้ง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ภูมิธรรม” พอใจผลเจรจา โฟกัสหยุดความสูญเสีย กองทัพ “ไทย–กัมพูชา”

“ไทย-กัมพูชา” ตกลงหยุดยิงทันที! ไม่มีเงื่อนไขเที่ยงคืนวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...