โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI แนะซื้อ KTC ชูแผนธุรกิจเด่น แถมปันผลสูง 6.3%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 08.27 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด โดยปรับคำแนะนำหุ้นบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC จากเดิม “ขาย” เป็น “ซื้อ” แม้มีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ในช่วงปี 2569-2570 ลง 1.6-2.4% จากเดิม โดยให้เหตุผลว่าบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง งบดุลมั่นคง อัตราหนี้เสีย (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่สุดลำดับต้นของกลุ่ม Non-bank และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม

CGSI ประเมินว่าในปี 2568 KTC จะเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยชะลอตัว และการบริโภคในประเทศลดลง สะท้อนจากพอร์ตสินเชื่อของ KTC ที่กว่า 98% เป็นสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน ซึ่งอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม KTC สามารถควบคุมอัตรา NPL ให้อยู่ต่ำกว่า 2.0% ได้อย่างต่อเนื่อง และมีอัตรา NPL ต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม Non-bank ที่ CGSI ทำการศึกษา

นอกจากนี้ CGSI เชื่อว่าผู้บริหาร KTC จะเน้นการควบคุมต้นทุน โดยตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในปีนี้ไม่เกิน 38% แม้จะมีการลงทุนด้านไอทีและดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อรองรับการดำเนินงานและแผนขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษากำไรสุทธิให้เติบโตตามเป้าหมาย และทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการทางการเงินของ KTC โดยลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อปี 2568-2570 จาก 2-3% เหลือ 1-2% และลดการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจาก 1.8-3.8% เหลือ 1.3-2.9% รวมถึงลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปี 2568 จาก 38.5% เหลือ 38.0% เพื่อสะท้อนการบริหารต้นทุนที่รัดกุมของบริษัท

CGSI ยังได้ปรับราคาเป้าหมายของ KTC ลงเหลือ 31 บาท จากเดิม 35 บาท แต่ย้ำมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุน โดยประเมินว่าหุ้น KTC มีความน่าสนใจจาก P/E ที่ 8.5 เท่า และ P/BV ที่ 1.5 เท่าในปี 2568 ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.9-6.3% ต่อปี ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม Non-bank ของไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงด้าน downside จากการเติบโตของสินเชื่อที่อาจต่ำกว่าคาด และการตั้งสำรองหนี้สูญที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2568-2570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...