โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ชัยยศ” มอง SET ฟื้นตาม “ไทม์ไลน์เลือกตั้ง” แนะสะสม BDMS–CPALL พื้นฐานแกร่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือKSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ถึงมุมมองต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงปัจจุบันว่า สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกมาระบุไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ซึ่งความชัดเจนดังกล่าวได้ช่วยกระตุ้นธีมการลงทุนในลักษณะ “Election Rally” ให้กลับมามีความคึกคักอีกครั้ง

นายชัยยศ ระบุว่า เมื่อประเทศเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดโดยรวม คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศและภาคการเงิน ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่วาระสำคัญสองประเด็นหลัก คือ การเพิ่มรายได้ และการลดภาระหนี้สินของประชาชน ซึ่งส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ยังเตือนว่านักลงทุนยังจำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงในช่วงหลังการเลือกตั้ง โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่สูตรหรือรูปแบบของการจัดตั้งรัฐบาล แต่ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของกระบวนการดังกล่าว หากการจัดตั้งรัฐบาลเกิดความล่าช้า หรือมีการเจรจาต่อรองทางการเมืองที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดภาวะสูญญากาศทางนโยบาย ซึ่งจะสร้างแรงกดดันให้ตลาดหุ้นซึมตัวได้ในระยะหนึ่ง แต่ในกรณีที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว เม็ดเงินอัดฉีดและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะสามารถเข้าสู่ระบบได้ทันท่วงที และเป็นแรงส่งให้ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

สำหรับภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน มองว่ายังมีลักษณะคละกัน โดยในปีที่ผ่านมา กลุ่มพลังงานถือเป็นปัจจัยถ่วงตลาด จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและค่าการกลั่น ขณะที่กลุ่มธนาคาร กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของผลประกอบการได้ในระดับที่ดี

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนมุ่งเน้นไปที่หุ้นกลุ่ม Deep Value หรือหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ราคาปรับตัวลงมาในระดับลึก โดยหุ้นเด่นที่แนะนำประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 29 บาท จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าสะสม

ขณะที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ให้ราคาเป้าหมายที่ 80 บาท จากพื้นฐานธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง และในกลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถูกมองว่ามีความโดดเด่นและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve เช่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์

ส่วนกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น อาทิ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP นายชัยยศมองว่าการปรับตัวขึ้นในระยะนี้เป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น โดยทิศทางราคายังคงอยู่ในลักษณะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) มากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...