โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Remastered” มนต์ขลังสำหรับการสะสมหนังเก่า?

นิตยสารคิด

อัพเดต 04 เม.ย. 2565 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2565 เวลา 06.29 น.
Remastered-cover

การรีมาสเตอร์ภาพยนตร์ หรือการนำกลับมาแปลงภาพให้ชัดขึ้น ทำได้มานานแล้ว เพราะก่อนการมาของกล้องดิจิทัลในช่วงยุค 1990 เทคโนโลยีที่เราใช้ในการบันทึกภาพยนตร์ก็คือกล้องอนาล็อก ที่เป็นการบันทึกภาพนิ่งจำนวนมากลงบนแผ่นฟิล์ม และด้วยเทคโนโลยีการเก็บภาพในอดีตที่ถือว่าทำได้ค่อนข้างละเอียด ฟิล์มเหล่านี้จึงถือว่าชัดพอสมควรเมื่อเทียบกับความละเอียดบนระบบดิจิทัล

ถ้าเทียบให้เห็นภาพชัด ฟิล์มภาพยนตร์ขนาดกว้าง 35 มม. ที่เป็นฟิล์มขนาดมาตรฐานสากลมากว่า 80 ปี เมื่อแปลงเป็นระบบดิจิทัลจะมีความชัดประมาณ 4-6K และฟิล์มขนาด 70 มม. จะมีความชัดประมาณ 8K มากไปกว่านั้นอีกก็คือฟิล์ม IMAX 70 มม. ที่อาจมีความละเอียดเมื่อแปลงเป็นดิจิทัลได้สูงถึง 12K

กระบวนการรีมาสเตอร์นั้นทำได้โดยการนำฟิล์มต้นฉบับของหนังเก่ามาสแกนแบบเฟรมต่อเฟรม จากนั้นใช้ซอฟต์แวร์เพื่อซ่อมแซมรอยขีดข่วนและรอยฝุ่นต่าง ๆ ทำให้ภาพกลับมาสมบูรณ์ ก่อนจะเริ่มกระบวนการแต่งเสียงให้เสียงของบทพูดมีความชัดเจนมากขึ้น ตัดเสียงรบกวนที่ติดมาตั้งแต่กระบวนการถ่ายในอดีต และยังสามารถแปลงเสียงให้กลายเป็นแบบรอบทิศทาง (surround) ได้

โดยเฉพาะถ้าหนังเรื่องนั้นมีการถ่ายและตัดต่อบนฟิล์มแท้ ๆ อย่างเรื่อง Star Trek: The Original Series (1966) เมื่อสแกนและซ่อมภาพเรียบร้อยจนกลายเป็นไฟล์ดิจิทัลแล้ว ยังมีการเพิ่มเทคนิคพิเศษที่อลังการกว่าเดิมเข้าไปได้ตามยุคสมัยอีกด้วย

เหตุผลที่หนังโรงมีความละเอียดกว่าทีวี
เดิมทีเทคโนโลยีของการถ่ายภาพยนตร์และเครื่องฉายนั้นค่อนข้างล้ำหน้าไปกว่าเทคโนโลยีการจัดเก็บและเผยแพร่มาก ถ้าเราใช้ฟิล์มของหนังเรื่องเดียวกัน ดูด้วยเครื่องฉายฟิล์มหนังรุ่นเก่า เทียบกับเครื่องฉายฟิล์มหนังที่ทันสมัยขึ้นมาหน่อย ก็จะเห็นว่าในด้านความชัดของหนังอาจไม่ได้มีความแตกต่างกันเท่าไหร่นัก

แต่ถ้าเทียบกับการดูผ่านจอโทรทัศน์ดั้งเดิม ความชัดของภาพอาจต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าความชัดของฟิล์ม 35 มม. สามารถเทียบเท่าได้กับความชัดระดับ 4K ซึ่งก็คือขนาด 3840 × 2160 พิกเซล แต่ในอดีตระบบส่งสัญญาณและจอโทรทัศน์สามารถแสดงผลภาพได้แค่ราว ๆ 852x480 พิกเซลเท่านั้น (ระบบ PAL)

และเนื่องจากมาตรฐานของจอโทรทัศน์ในอดีตที่มีข้อจำกัดแบบนั้น ทำให้มาตรฐานของเทปวิดีโอภาพยนตร์ในอดีตก็เลยมีความชัดที่ใกล้เคียงกัน โดยเทียบได้เท่ากับ 1 ใน 20 ของความละเอียด 4K เท่านั้น

จึงไม่แปลกที่ว่า ในอดีตเรามักรู้สึกว่าการดูหนังในโรงจะได้เห็นภาพที่ชัดกว่าการดูในทีวี (เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดจออย่างเดียว) ซึ่งหมายความว่า ในอดีตคนทั่วไปไม่สามารถซื้อฟิล์มหนังและเครื่องฉายมาไว้ที่บ้านกันได้ทุกคน ผู้ผลิตจึงต้องเผยแพร่ภาพยนตร์ที่ไว้ดูในบ้านแบบกั๊กความละเอียดไว้นั่นเอง

การรีมาสเตอร์ 4K ที่เพิ่งทำกันในปัจจุบัน
เมื่อทีวีระบบดิจิทัลที่เริ่มพัฒนามาทีหลังเริ่มมีความชัดมากขึ้น และรองรับความละเอียดภาพที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้น และอินเทอร์เน็ตบ้านก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมี แต่เทคโนโลยีภาพของระบบดิจิทัลก็ยังตามมาไม่ทันอยู่ดี

ระบบการบันทึกภาพของแผ่น CD/DVD ก็ยังทำความละเอียดสูงสุดได้แค่ 720 x 480 พิกเซล และอินเทอร์เน็ตบ้านก็ยังไม่แรงพอที่จะดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงได้ในเวลาไม่กี่วัน นี่ไม่นับถึงความสามารถในการประมวลผลข้อมูลของเครื่องเล่นสื่อแบบดิจิทัลและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุคนั้น ซึ่งต่อให้มีไฟล์ความละเอียดสูงก็อาจจะเล่นไม่ไหว เปิดไปค้างไป…ก็เป็นได้

เหล่านี้เองคือเหตุผลว่าทำไมการรีมาสเตอร์ 4K ถึงเพิ่งจะมาทำกันในปัจจุบัน

ถ้าทุกอย่างพร้อม รีมาสเตอร์ทุกเรื่องจะได้ไหม
ทางทฤษฎีแล้ว การรีมาสเตอร์หนังทุกเรื่องย่อมทำได้ แต่ในชีวิตจริง ผู้ผลิตเองก็ต้องคิดถึงเงื่อนไขด้านอื่นร่วมด้วย อย่างในเรื่องขั้นตอนการทำ ที่ประกอบไปด้วยการสแกนม้วนฟิล์มแบบเฟรมต่อเฟรม ลบฝุ่นและรอยขีดข่วน ปรับแต่งเสียงใหม่ และอัปเดตเอฟเฟ็กต์ด้านภาพลงไปให้ดูเป็นปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้แรงคนในการลงมือทำ ใช้ทั้งฝีมือและเวลา มาจบเป็นไฟล์ต้นฉบับใหม่ที่มีขนาดกว่า 12TB ซึ่งใหญ่กว่าขนาดของภาพยนตร์ 4K ที่เราดูกันบนบริการสตรีมมิ่งถึงหมื่นเท่า เพราะฉะนั้นปัจจัยด้านเวลาและการจัดเก็บก็มีผล และสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเรื่องธุรกิจด้วย เพราะการรีมาสเตอร์หนังเรื่องหนึ่งอาจต้องใช้เงินราว 2-15 ล้านบาทต่อเรื่อง จึงต้องค่อนข้างมั่นใจเลยว่า หนังเรื่องนี้จะทำกำไรได้แน่ ๆ

กรณีในอดีตก็มีมาให้เห็นแล้ว อย่างการรีมาสเตอร์ซีรีส์เรื่อง Star Trek: The Next Generation ที่ค่าย Paramount ต้องใช้เงินลงทุนถึง 400 ล้านบาท แต่กลับล้มเหลวในการโฆษณา ทำให้ Paramount เปลี่ยนใจและยกเลิกการรีมาสเตอร์ซีรีส์ภาคต่อ Star Trek: Deep Space Nine และ Star Trek: Voyager ทันที

AI ตัวช่วยปรับแต่งที่ให้ผลลัพธ์น่าประทับใจ
ตั้งแต่เข้าสู่ยุคกล้องถ่ายภาพยนตร์แบบดิจิทัลในช่วงแรก ตัวกล้องเองยังไม่สามารถถ่ายไฟล์ที่ความละเอียด 6K, 8K หรือ 12K ได้อย่างปัจจุบัน แต่กลับถ่ายได้แค่ 1920x1080 ถึง 2K เท่านั้น ทำให้การรีมาสเตอร์ไม่สามารถไปดึงไฟล์ที่ชัดกว่านี้มาจากที่ไหนได้อีก

แต่นับว่าโชคยังดีที่ปัจจุบันการทำงานของซอฟต์แวร์ขยายภาพทำงานได้ดีขึ้นกว่าในอดีตมาก แถมยังมีการนำ AI เข้ามาช่วยประมวลผลได้ด้วย ซึ่งการทำงานของ AI ที่ช่วยปรับแต่งภาพถือว่าทำได้น่าประทับใจเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะขยายเพิ่มความชัดได้แล้ว ยังสามารถแก้ไขจุดเสีย แก้ภาพสั่นหรือเติมสีในภาพได้ด้วย

กรณีของการใช้ AI มาปรับแต่งภาพ ก็ได้เดนิส เชอร์เยฟ (Denis Shiryaev) นักวิจัยด้าน AI ทำการทดลองออกมาได้น่าสนใจ โดยเขาได้ดึงเอาไฟล์วิดีโอจากปี 1906 มาปรับแต่งผ่านโค้ดของ AI หลายชุดที่หาได้บนอินเทอร์เน็ต ผลออกมาคือคลิปดั้งเดิมถูกอัปเกรดขึ้นมาเป็นความละเอียด 4K เติมสี แก้ภาพเสีย ลดรอยขีดข่วน ลดแสงกระพริบ ลดการสั่น และเพิ่มเฟรมเรตขึ้นมาถึง 60 fps จนทำให้ภาพนุ่มละมุนตา ซึ่งในอนาคตก็มีแนวโน้มว่าจะนำมาใช้กับภาพยนตร์เต็มเรื่องในอดีตเรื่องอื่นได้อีก หรือแม้แต่นำมาใช้กับวิดีโอเก่าที่เรามีก็ย่อมได้

คุณค่าที่ควรค่าแก่การสะสม?
ในอดีตหลายคนมักสะสมหนังเป็นเทป VHS หรือ CD/DVD เก็บไว้ แต่เมื่อกระแส 4K Blu-ray เริ่มมา หนังหลายเรื่องก็เริ่มมีการทำรีมาสเตอร์กันบ้าง ซึ่งถ้าเป็นหนังที่เราชอบและยังไม่เคยมีเรื่องนี้เก็บไว้บ้างเลย ถือว่ามีไว้ก็ไม่เสียหาย

แต่สำหรับหนังเรื่องที่มีเก็บไว้อยู่แล้ว ก็คงต้องมาพิจารณากันที่หลาย ๆ ปัจจัย ประการแรก ในแง่การสะสมล้วน ๆ ถ้าซื้อแผ่นได้พร้อมลายเซ็นต์นักแสดงที่เราชื่นชอบก็ถือว่าผ่าน เลิกสนใจด้านความชัดของหนังไปได้เลย

ถัดมาคือหนังบางค่ายมักนำเวอร์ชั่น 2K ที่ฉายในโรงมาขยายขนาดไฟล์ให้กลายเป็น 4K แต่ไม่ได้มีการเพิ่มความชัดแต่อย่างใด (โทรทัศน์ปัจจุบันมีเทคโนโลยีภาพสวยมาก การเปิดไฟล์เวอร์ชั่นเดิมก็อาจเพียงพอ) การซื้อเวอร์ชั่น 4K Blu-ray มาเพิ่มก็อาจไม่ได้มีคุณค่าสำหรับการสะสมซักเท่าไรนัก

สุดท้ายคือคุณค่าทางจิตใจ หนังบางเรื่องเมื่อรีมาสเตอร์แล้ว ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดของฉากที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน การได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ในหนังเรื่องเดิมที่เรารัก ย่อมทำให้หัวใจเราพองโตแน่นอน

แต่ก็ไม่ใช่กับทุกเรื่อง เพราะการรีมาสเตอร์ในหนังบางเรื่องก็ถูกผู้กำกับปรับแต่งเนื้อหา เปลี่ยนฉาก แต่งภาพจนสีสดหรือภาพคมเกิน จนเสียมนต์ขลังดั้งเดิมของหนังไปแบบไม่น่าให้อภัย ซึ่งถ้าไม่แน่ใจเรื่องนี้ ก็ควรหารีวิวบนอินเทอร์เน็ตอ่านดูก่อนซื้อจะดีกว่า…

ที่มา :
บทความ “AI Magic Makes Century-Old Films Look New” โดย Matt Simon จาก www.wired.com 
บทความ “What it means for a film to be “digitally remastered” โดย R.L. จาก www.economist.com
บทความ “Are the digitally remastered classics worth the money?” โดย Steve Daly และ David Everitt จาก ew.com
บทความ “Is 4K Blu-ray Worth It? What You Need to Know Before Upgrading” โดย Matt Goldberg จาก collider.com
บทความ “Word’s First 8K TV Broadcast Created From 70mm old Film” โดย Yossy Mendelovich จาก ymcinema.com
บทความ “What resolution is IMAX 70mm?” โดย Esther Fleming จาก www.sidmartinbio.org
บทความ “When Movie Remastering Goes Too Far” โดย Kyle VanHemert จาก gizmodo.com
บทความ “Mission possible: Film restoration” จาก news.bbc.co.uk
บทความ “Remaster : Film and television” จาก wikipedia.org”
เว็บไซต์ www.film-foundation.org

เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

บอร์ดระดับชาติ TZD ไฟเขียว “Learning Passport”

Eduzones

“หนึ่ง สุริยน” ดึง “ยู ฮยอนอู” นั่งแท่นแบรนด์แอมฯ “บิวตี้ เจมส์”

Manager Online

ผสานพลัง 2 ศิลปินแห่งชาติ น้อมรำลึกถึงพระพันปีหลวง

Manager Online

รู้งี้ทำนานแล้ว! วิธีไล่ ตุ๊กแก ด้วยของใช้ในบ้าน

สยามนิวส์

น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม เตรียมประชันฝีมือในซีรีส์ GIRL RULES เริ่มตอนแรก 9 มี.ค. นี้

THE STANDARD

ชาวเน็ตเทใจโหวต "บิ๊กเต่า" คว้ารางวัลบุคคลที่สุดแห่งปี เวที THAIRATH AWARDS 2025

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...