สงกรานต์คือเทศกาลฮีลใจคนพลัดถิ่น เมื่อปีใหม่ไทยคือช่วงเวลาที่ทุกคนต่างถอดหัวโขน กลับสู่บ้าน และซ่อมแซมตัวตนในวันที่ทุกอย่างเหน็ดเหนื่อย
สงกรานต์เป็นเทศกาลปีใหม่ของชนชาติในเอเชียอาคเนย์มาเนิ่นนาน และสืบหาต้นกำเนิดที่ชัดเจนได้ยาก เพราะเดิมทีเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ลูกหลานต้องออกมาเคารพขอพรจากญาติผู้ใหญ่พร้อมกับรดน้ำดำหัว แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน กับอากาศที่ร้อนแรง สงกรานต์เริ่มพัฒนาให้กลายเป็นเทศกาลเล่นน้ำคลายร้อน พร้อมกับเกิดคติใหม่ว่าเป็นการชำระล้างสิ่งที่ไม่ดีเพื่อเริ่มต้นสู่ปีใหม่อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจของเทศกาลสงกรานต์นั้นเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการเป็นเทศกาลที่ปลด หรือถอดฐานะหรือลำดับสังคมไปชั่วคราว และทำให้ผู้คนมีสถานะที่ลอยตัวระหว่างภาระหน้าที่และการพักผ่อน และสามารถมอบความสุขให้กับเราในระยะหนึ่ง ในที่นี้เราคงไม่ได้บอกเป็นนัยว่าสงกรานต์จะเป็นเทศกาลที่รื้อลำดับชั้นทางสังคมอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยวิธีการที่เราสวมเสื้อเดียวกัน (เสื้อลายดอก) กับช่วงเวลาที่อำนวยให้เราสามารถเล่นน้ำกับใครก็ได้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้แค่เทศกาลนี้เท่านั้น
ในสงกรานต์ทุกๆ ปี ภาพที่เห็นได้ชัดคือการเดินทางกลับภูมิลำเนาของคนในแต่ละจังหวัด หรือคนพลัดถิ่น (diaspora) โดยเฉพาะกรุงเทพที่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแรงงานจากต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีแค่ชนชั้นแรงงาน แต่ยังมีชนชั้นกลางอีกด้วยที่หลั่งไหลเข้ามา เพราะฉะนั้นสงกรานต์จึงเป็นช่วงเหมาะเจาะที่จะเห็นกลุ่มคนเหล่านี้เดินทางกลับไปพักผ่อน หรือเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่บ้านเกิด มีนักมนุษยวิทยาตั้งนิยามสถานะของกลุ่มคนเหล่านี้ว่าพวกเขากำลังอยู่ใน ช่องว่างหรือพื้นที่ธรณีประตู (liminal threshold) เมื่อใช้เล่ากับเทศกาลสงกรานต์ กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ใหม่จะมีความก้ำกึ่งระหว่างสองสถานะ คือ การไม่ใช่คนเมือง และก็ไม่ใช่คนท้องถิ่นเสียทีเดียว พอมาถึงเทศกาลสงกรานต์ พวกเขาสามารถเบลอสองสถานะนี้ออกไปได้ทำให้รู้สึกมีตัวเองอยู่ถูกที่ถูกทาง และท้ายที่สุด สามารถกลับคืนสู่สังคมเดิม (หลังสงกรานต์) ด้วยตัวตนที่ใหม่จากเดิม
แนวคิดนี้เป็นแนวคิดของ อาร์โนลด์ แวน เกนเนป (Arnold van Gennep) และสานต่อโดย วิคเตอร์ เทอร์เนอร์ (Victor Turner) แวน เกนเนป นั้นเป็นนักคติชนวิทยาที่พยายามศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและวัฒนธรรมของมนุษย์ ในกรณีของเทศกาลสงกรานต์ แนวคิดของ แวน เกนเนป สามารถใช้อธิบายว่าเทศกาลสงกรานต์เป็นเหมือนกับพิธีกรรมที่ทุกคนเริ่มถอดหัวโขนออกเพื่ออยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน ทั้งหมดนี้สามาถอธิบายด้วยหลักสภาวะกึ่งกลาง (liminality) ซึ่งแบ่งออกเป็นกระบวนการทั้ง 3 ขั้นตอน คือ:
Preliminal rites (การแยกตัว): การที่เราสละสถานะหรือลำดับชั้นของตัวเองไปชั่วคราวเพื่อเข้าสู่พิธีการเดียวกัน เป็นการถอดหัวโขนออกไปจากตัวเรา อาจเป็นด้วยการสวมเสื้อลายดอก หรืออยู่ในพื้นที่ที่คนเล่นน้ำกัน หรือแวดวงครอบครัว
Liminal rites (สภาวะธรณีประตู): ช่วงเวลาแห่งการเล่นน้ำและรดน้ำดำหัว เป็นช่วงที่ตัวตนเดิมพร่าเลือน แต่มีความสุขร่วมกับผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไขชนชั้น การลำดับชั้นทางสังคมไม่มีความหมาย เกิดเป็นภราดรภาพ (communitas)
Postliminal rites (การรวมตัวใหม่): การกลับสู่โลกการทำงานด้วย ‘ตัวตนใหม่’ ที่ได้รับการเติมเต็มพลังใจ มีเป้าหมายชัดเจนขึ้นจากการกลับไปยืนยันรากเหง้า ทุกคนได้รับตัวตนใหม่จากการมีส่วนร่วมในพิธีกรรม ได้ทำความเข้าใจคติของการไหว้ญาติผู้ใหญ่ หรืออีกนัยหนึ่งอาจเป็นในเรื่องของพลังใจ หรือขวัญกำลังใจ หรือเป้าหมายใหม่ในชีวิต
แวน เกนเนป อธิบายว่าเรื่องของสภาวะกึ่งกลาง หัวใจหลักของมันคือ ภราดรภาพ หรือ communitas ที่กล่าวไปแล้วในขั้นตอนของ ธรณีประตู (Liminal rites) เสนอว่ามันเป็นสภาวะที่คนรู้สึกเชื่อมโยงกันกับคนอื่นๆ ในฐานะ ‘มนุษย์ที่เท่าเทียมกัน’ และบอกกับเราว่า สังคมที่แข็งแรงต้องมีพื้นที่ให้คนต่างชนชั้นได้รู้สึกเท่าเทียมกันบ้าง มิเช่นนั้นสังคมจะเกิดความตึงเครียดเกินไปจนแตกหัก
จะเห็นว่าเทศกาลสงกรานต์สามารถทำงานเป็นพื้นที่ซ่อมแซม 'คนพลัดถิ่น' ที่มีการใช้ชีวิตก้ำกึ่งระหว่าง ‘คนเมือง’ กับ ‘คนต่างจังหวัด’ จนรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ใดเลย สงกรานต์จึงทำหน้าที่เป็นหมุดหมายที่ช่วยให้พวกเขากลับไปเชื่อมต่อ หรือ 're-connect' กับตัวเองและครอบครัว เป็นการซ่อมแซมตัวตนที่แตกสลายจากการทำงานหนักในเมืองใหญ่
สำหรับใครหลายคนที่ใช้ชีวิตก้ำกึ่งอยู่ระหว่างเมืองกรุงที่ทำกินกับท้องถิ่นที่จากมา จนมีความรู้สึกแปลกแยกและไม่รู้จะวางตัวเองอยู่ตรงไหนจนกลายเป็นสิ่งที่กัดกินใจ หากเราทำความเข้าใจเทศกาลสงกรานต์ผ่านแนวคิดของ แวน เกนเนป เราจะเข้าใจรูปแบบการทำงานของพิธีกรรมว่า พื้นที่รอยต่อที่เรากำลังยืนอยู่นั้นเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ และสงกรานต์ก็คือหมุดหมายสำคัญในการโอบรับสถานะที่คลุมเครือนี้โดยเฉพาะ
การเดินทางกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ จึงไม่ใช่แค่การเคลื่อนย้ายทางกายภาพ แต่เป็นการเดินทางกลับไปยืนยันตัวตนว่าเรายังมีรากเหง้า มีคนรอคอย และมีพื้นที่ที่ปลอดภัย เมื่อผ่านพ้นพิธีกรรมแห่งความสุขนี้ไป พลังใจที่ได้รับจากครอบครัวและสายน้ำ จะประกอบร่างเราขึ้นมาเป็นตัวตนใหม่ที่เข้มแข็งขึ้น ทำให้เรากล้ามากขึ้น พร้อมกับแรงใจ กับเป้าหมายใหม่ในการกลับมาทำงานอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้ว เราไม่ได้เดินทางกลับไปทำงานในฐานะของคนต่างถิ่นโดยทั่วไป แต่ในฐานะคนต่างถิ่นที่มีเป้าหมาย และรู้ว่าตัวเองกำลังสู้ไปเพื่ออะไร
อ้างอิง:
van Gennep, Arnold (1977). The Rites of Passage. Routledge & Kegan Paul. p. 21. ISBN 978-0-7100-8744-7.
บทความต้นฉบับได้ที่ : สงกรานต์คือเทศกาลฮีลใจคนพลัดถิ่น เมื่อปีใหม่ไทยคือช่วงเวลาที่ทุกคนต่างถอดหัวโขน กลับสู่บ้าน และซ่อมแซมตัวตนในวันที่ทุกอย่างเหน็ดเหนื่อย
บทความที่เกี่ยวข้อง
- 5 วิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตพลังงาน ในวันที่รัฐผลักภาระและชวนให้ใช้ขนส่งสาธารณะในราคาแสนแพง
- การเอาตัวรอดจาก Survivor Guilt เมื่อความสุขทำให้เรารู้สึกผิด ในวันที่โลกเต็มไปด้วยวิกฤตและความสูญเสีย
- ยืนขี่หมู และกินเลือดเป็นอาหาร ถอดรหัส ‘รากษสเทวี’ คำทำนายสงกรานต์ จากกุศโลบายเตือนภัยรัฐโบราณ สู่วิกฤตปากท้องและโลกเดือดในชีวิตจริง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath