โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบันทึกการ "ดำหัว" แบบล้านนาโบราณ เอาน้ำราดหัวเจ้าหลวงเชียงใหม่

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 เม.ย. 2568 เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2568 เวลา 13.05 น.
พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 6 (ภาพจาก ประวัติมหาวิทยาลัยพายัพ)

การดำหัวแบบล้านนาโบราณ เอาน้ำราดหัวเจ้าหลวงเชียงใหม่ จากบันทึกชาวอเมริกัน

“ดำหัว” คือการรดน้ำในประเพณีสงกรานต์ รูปแบบการดำหัวที่เห็นกันในปัจจุบัน คือจะนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาราดรดที่มือ หรือเพียงเทใส่ในขันเงิน (สลุง) แล้วคนเฒ่าคนแก่ก็จะนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาพรมหรือลูบหัวพอเป็นพิธี แต่การดำหัวตามแบบล้านนาโบราณนั้น จะนำน้ำราดไปบนหัวจริง ๆ

เรื่องนี้มีอยู่ในบันทึกของ ศาสนาจารย์ ดอกเตอร์ แมคกิลวารี (Daniel Mcgilvary) มิชชันนารีชาวอเมริกันที่เข้ามาเผยแพร่คริสต์ศาสนาในล้านนา ซึ่งเดินทางถึงเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1867 (พ.ศ. 2410)

ศาสนาจารย์ แมคกิลวารี ได้จดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ในหนังสือ “A Half Century Among The Siamese and The Lao” หรือในชื่อแปลภาษาไทยว่า “กึ่งศตวรรษในหมู่คนไทยและคนลาว” (สำนักพิมพ์มติชน, 2544) ตอนหนึ่งเล่าถึงการเดินทางกลับถึงเชียงใหม่ของ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 6 หลังจากทรงยกกองทัพไปปราบพวกเงี้ยว เมื่อเสด็จนิวัตินครจึงจัดพิธีดำหัว มีรายละเอียดดังนี้

“ในวันขึ้นปีใหม่ของพวกลาว มีธรรมเนียมว่า ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้า ขุนนางหรือผู้ทรงอิทธิพลจะต้องอวยพรให้กับองค์เจ้าหลวงและเข้าร่วมในพิธี ‘ดำหัว’ เพื่ออวยพระพรปีใหม่ สืบเนื่องมาจากพระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ในเมืองเชียงใหม่ในช่วงปีใหม่ ประเพณีดังกล่าวจึงไม่อาจทำได้ในเวลาปกติ แต่เมื่อพระองค์เสด็จกลับได้สองสามวันก็มีการจัดพิธีนี้อย่างหรูหราสมพระเกียรติ

คำว่า ‘ดำหัว’ นั้นหมายถึง ‘อาบน้ำศีรษะ’ หรือ ‘ล้างศีรษะ’ และเป็นพิธีกรรมที่ชำระล้างเศียรขององค์เจ้าหลวงจริง ๆ ด้วยการเทน้ำลงไป โดยเริ่มจากพวกเจ้า และขุนนางตามลำดับตำแหน่งลงมาถึงประชาชนที่อยู่เบื้องล่างสุดของสังคม

พิธีกรรมที่สำคัญอันดับแรกจัดขึ้นในคุ้มหลวง ผม (ศาสนาจารย์ ดอกเตอร์ แมคกิลวารี) ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมอวยพระพรกับผู้อื่นด้วย ท้องพระโรงขนาดใหญ่แน่นขนัดไปด้วยคนในราชตระกูลและขุนนางตำแหน่งต่าง ๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดที่จัดวางอยู่เต็มโต๊ะและบนหิ้งที่มีอยู่ทั้งหมด ทุกคนต่างถือขันเงินที่มีน้ำเต็มเปี่ยมและต่างก็เฝ้ารอคอย

ในที่สุดเจ้าพนักงานที่ถือหอกเงินด้ามยาวได้ป่าวร้องว่าองค์เจ้าหลวงเสด็จมาถึงแล้ว ทุกคนในท้องพระโรงนั้นให้ความเคารพด้วยการคุกเข่าคำนับติดพื้นตามประเพณี และเมื่อเห็นผมยืนอยู่ พระองค์ทรงให้เจ้าพนักงานนำเก้าอี้มาให้ผมนั่ง พร้อมกับกล่าวว่า พิธีนี้ใช้เวลายาวนานซึ่งผมอาจจะเมื่อยได้

อาลักษณ์จึงได้อ่านสุนทรพจน์ถวายแด่องค์เจ้าหลวง ที่ได้นิวัติกลับคืนมาสู่นครหลังจากที่พระองค์ประสบความสำเร็จจากการรบ แล้วจึงมีการอัญเชิญมวลดอกไม้ทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่สูงหรือต่ำ ไม่ว่าจะเป็นจินตนาการหรือความเป็นจริง เพื่อนำมาปกป้อง นำทางและอวยพระพรองค์เจ้าหลวงกับอาณาจักรและประชาชนของพระองค์ ในขณะเดียวกับที่ได้สาปแช่งศัตรูของพระองค์ให้พินาศไป

หลังจากนั้นจึงมีพิธีดำหัว นำโดยราชตระกูลสายตรงของพระองค์ แล้วจึงตามมาด้วยเจ้านายองค์อื่น ๆ ตลอดจนขุนนางตำแหน่งสูงเรียงลงไปตามลำดับ พระองค์ทรงยืนประทับอยู่ในขณะที่น้ำขันแล้วขันเล่าถูกเทราดลงบนพระเศียรจนทรงเปียกปอนไปทั้งพระวรกาย พื้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำ พิธีดังกล่าวเหมาะกับอากาศเมืองร้อน แต่ไม่เหมาะกับอากาศเมืองหนาวอย่างยิ่ง**

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงแต่การเริ่มต้นเท่านั้น ตามประเพณีโบราณแล้ว กระโจมชั่วคราวจะถูกจัดขึ้นบนเกาะทรายกลางแม่น้ำ ภายหลังพิธีกรรมในคุ้มหลวงแล้ว องค์เจ้าหลวงเสด็จออกประทับบนหลังช้าง ที่ประดับประดาด้วยทองคำอย่างเต็มยศ ครั้งนี้ องค์เจ้าหลวงเสด็จออกเพื่อทรงรับการดำหัวจากประชาชนที่จงรักภักดีของพระองค์ พิธีก็เหมือนกับที่ทำไปแล้วในท้องพระโรง คือเริ่มด้วยขุนนางผู้ใหญ่แล้วจึงค่อยลดหลั่นลงไปสู่สามัญชน ซึ่งเข้าร่วมพิธีที่แปลกประหลาดเช่นนี้…

การดำหัวแบบล้านนาจึงเป็นการดำหัวจริง ๆ คือราดน้ำลงไปบนหัวจนเปียกไปทั้งตัว ก่อนที่ต่อมา รูปแบบการดำหัวเช่นนี้น่าจะวิวัฒน์ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและกาลสมัย

สำหรับการดำหัวในปัจจุบันมักจะเริ่มกันตั้งแต่วันพญาวัน หรือวันเถลิงศก ในตอนเช้าชาวบ้านจะจัดอาหารคาว-หวาน ใส่สำรับไปถวายพระสงฆ์ที่วัดเรียกว่า “ตานขันข้าว” ในตอนสายมีการฟังเทศน์อานิสงส์ปีใหม่หรือเรื่องอื่น ๆ และมีการสรงน้ำพระพุทธรูป พระเจดีย์ และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

รวมทั้งมีการปล่อยนกปล่อยปลา สะเดาะเคราะห์ ในตอนบ่ายก็จะไปดำหัวพระสงฆ์ คนเฒ่าคนแก่ บิดามารดา หรือญาติมิตรที่เคารพนับถือ เพราะถือกันว่าวันนี้เป็นวันดีที่สุดในรอบปี คือเป็น “วันพญาวัน” วันยิ่งใหญ่กว่าวันทั้งหลายนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดบันทึกการ “ดำหัว” แบบล้านนาโบราณ เอาน้ำราดหัวเจ้าหลวงเชียงใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...