โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้หรือไม่? ทำไมคนญี่ปุ่นชอบเล่าเรื่องผีในหน้าร้อน

conomi

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 15.17 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

อีกหนึ่งกิจกรรมหน้าร้อนของคนญี่ปุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือกิจกรรมผี ๆ นั่นเองค่ะ! ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องผี, การเที่ยวบ้านผีสิง, ตามรายการทีวีต่าง ๆ ก็มักจะฉายรายการพิเศษต่าง ๆ หรือมีกระทั่งจัดเป็นอีเวนต์เทศกาลเลยทีเดียว ทีนี้ชักสงสัยขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมถึงต้องจัดกรรมเหล่านี้ในช่วงหน้าร้อนด้วย?

ที่มาของเรื่องผีในหน้าร้อนญี่ปุ่น

ผี สยองขวัญ

ที่มานี้อาจจะคล้าย ๆ วันปล่อยผีของต่างชาติอย่างวัน Halloween อยู่บ้าง แต่วัน Halloween นั้นตรงกับช่วงสิ้นปี แต่ของญี่ปุ่นกลับเป็นช่วงกลางปี หรือตรงกับช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั่นเอง เหตุที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าฤดูร้อนเป็นฤดูที่วิญญาณของคนตายจะหวนกลับมา หรือที่เรารู้จักกันคือ “ช่วงเทศกาลโอบ้ง” นั่นเอง

ความหมายและกิจกรรมของเทศกาลโอบ้ง

โอบ้ง (お盆) เป็นประเพณีของญี่ปุ่นที่สืบเนื่องกันมาเป็นเวลานาน เป็นเทศกาลคล้าย ๆ กับวันหยุดปีใหม่ เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ทุกคนก็จะเดินทางกลับบ้าน ต้อนรับบรรพบุรุษ และอยู่พร้อมหน้ากัน ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะปิดทำการเพราะผู้คนนิยมเดินทางกลับบ้าน

โอบ้ง

ช่วงโอบ้งนี้เป็นช่วงที่วิญญาณของเหล่าบรรพบุรุษจะกลับบ้าน ซึ่งมีเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในช่วงเทศกาลนี้แต่ละบ้านจะจุดไฟต้อนรับไว้ที่หน้าบ้านเพื่อเป็นการนำทางดวงวิญญาณให้เดินทางกลับบ้านได้โดยไม่หลงทาง รวมถึงมีการจัดสำรับอาหาร ส่วนวันสุดท้ายของเทศกาลจะมีการทำพิธีส่งดวงวิญญาณกลับ ปกติแล้วเทศกาลโอบ้งจะจัดขึ้นช่วงวันที่ 13 – 16 กรกฎาคมหรือสิงหาคม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาคด้วย เช่น แถบคันโตจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม เป็นต้น

การตกแต่งด้วยแตงกวาและมะเขือยาว

แตงกวา มะเขือยาว โอบ้ง

ทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นเหมือนยานพาหนะที่ช่วยนำพาดวงวิญญาณบรรพบุรุษกลับมายังโลกมนุษย์ แตงกวาเปรียบเสมือนม้า และมะเขือยาวเปรียบเสมือนวัว ตอนประดับของ 2 สิ่งนี้ก็จะอธิษฐานขอให้บรรพบุรุษรีบเดินทางกลับมาโดยเร็วด้วย

ความหมายของบงโอโดริ

บงโอโดริ

ในวันสุดท้ายของเทศกาลโอบ้งจะมีพิธีสังสรรค์เต้นรำที่ให้ฟีลคล้ายกับการรำวงของบ้านเรา บรรยากาศภายในงานจะครึกครื้นทีเดียว ซึ่งเป็นการส่งดวงวิญญาณบรรบุรุษกลับ เรียกว่า “บงโอโดริ”

นอกจากนี้ว่ากันว่าในบรรดาวิญญาณที่กลับมายังโลกมนุษย์นั้นบางดวงก็มีความโกรธแค้น, บางดวงเป็นวิญญาณไร้ญาติ ทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นได้จึงได้กลายเป็นผีเร่ร่อนที่ปรากฎตัวออกมาหลอกหลอนผู้คนในที่สุด ซึ่งนี่ก็อาจเป็นจุดกำเนิดสำหรับกิจกรรมผีๆ ช่วงหน้าร้อนด้วย

รู้หรือไม่ว่ามีวันของวิญญาณด้วยนะ!

วันวิญญาณ

วันที่ 26 กรกฎาคม = วันของวิญญาณ ซึ่งที่มาของวันดังกล่าวนี้ย้อนกลับไปสู่สมัยเอโดะช่วงปีค.ศ. 1825 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมมีการแสดงละครคาบูกิที่ Nakamura-za ซึ่งถือว่าเป็น 1 ในโรงละครคาบุกิชื่อดังยุคนั้น ได้แสดงเรื่อง “Yotsuya Kaidan” ขึ้นเป็นครั้งแรก มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ โออิวะ ลูกสาวของ โยสึยะ ซามง ที่ถูกสามีของเธอวางยาพิษ จึงกลายเป็นผีเพื่อแก้แค้น ซึ่งว่ากันว่าเนื้อเรื่องนี้แต่งขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเมืองเอโดะ และต่อมาก็ได้กลายเป็นเรื่องผีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นที่มีการเล่าสืบทอดต่อ ๆ กันมาหลายยุคหลายสมัยจนกลายเป็นต้นกำเนิดของเรื่องผีต่าง ๆ ของญี่ปุ่น

จากที่สังเกตได้ว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีของญี่ปุ่นนั้นมักจะเป็นผีผู้หญิง ซึ่ง Yotsuya Kaidan นี้ก็มีบางส่วนที่เป็นประวัติศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นจริงและอีกส่วนที่เป็นเรื่องแต่งผสมปนเปกันไป แต่ก็สร้างชื่อได้ไม่น้อย นอกจากจะการทำเป็นละครคาบูกิแล้วยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์นับครั้งไม่ถ้วนในหลายๆ เวอร์ชั่นอีกด้วย ดังนั้น Yotsuya Kaidan ที่โด่งดังนี้จึงกลายเป็นเป็นต้นแบบของเรื่องผีต่างๆ ของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

ส่วนกิจกรรมในวันของวิญญาณ ยังมีการจัดนิทรรศการภาพวาดผีต่าง ๆ, จัดอีเวนต์ตามพิพิธภัณฑ์หรือศาลเจ้า เป็นต้น

นอกจากการเล่าเรื่องผีแล้ว ในอนิเมะหลายเรื่องก็แสดงให้เราเห็นว่าหนึ่งในกิจกรรมช่วงหน้าร้อนยอดฮิตโดยเฉพาะในหมู่นักเรียนก็คือ “การทดสอบความกล้า” ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 肝試し (คิโมะดะเมะชิ) ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรมตอนไปตั้งแคมป์ฤดูร้อน หรือค้างแรมนอกสถานที่ ก็จะมีการจัดกิจกรรมทดสอบความกล้าที่ให้ไปเป็นกลุ่ม 2-3 คน เดินสำรวจตามสถานที่น่ากลัวต่าง ๆ ที่เป็นพื้นที่ป่า, บ้านร้าง หรือสุสาน เป็นต้น

ทดสอบความกล้า

นอกจากกิจกรรมทดสอบความกล้าก็จะมีการตั้งวงเล่าเรื่องผี ล้อมวงเล่นคกคุริซัง หรือไปบ้านผีสิงกันอีกด้วย! ซึ่งถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตในหมู่คนญี่ปุ่นประจำหน้าร้อนเลยล่ะค่ะ!

สรุปเนื้อหาจาก: allabout.co.jp, lovegreen.net, tenki.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...