“ยากกว่าการได้มา คือการรักษาไว้” ปักษ์ใต้ดีไซน์วีกครั้งแรกของชาวภูเก็ตที่อยากขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนของจังหวัด
จุดหมายปลายทางระดับโลกที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต การได้พักโรงแรมหรู 5 ดาวพร้อมวิวทะเลอันดามันสุดตระการตา ชื่นชมธรรมชาติที่งดงามรอบเกาะ และล่องเรือยอชต์กลางท้องทะเลสุดลูกหูลูกตา นี่เป็นภาพจำในสายตานักท่องเที่ยวนานาชาติรวมถึงคนไทยที่มีต่อจังหวัดภูเก็ต
จังหวัดหนึ่งเดียวของไทยที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะและสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล แต่การได้มาซึ่งความนิยมนี้ก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่หากไม่รักษาสมดุลให้ดี ตัวตนและเอกลักษณ์ของเมืองก็อาจจางหายไปสำหรับคนรุ่นหลัง
ความท้าทายที่ภูเก็ตกำลังเผชิญอาจแตกต่างจากหลายจังหวัดเพื่อนบ้าน ที่ต้องการให้คนรู้จักสินทรัพย์ในพื้นที่ เพราะทุกวันนี้ใคร ๆ ก็รู้จักภูเก็ตและคุณค่าของเมืองได้ดีโดยแทบไม่ต้องโปรโมตใด ๆ ความท้าทายจึงอยู่ที่การรักษาไว้ และการปรับสมดุลระหว่าง “ธุรกิจ” และ “คุณภาพชีวิต” ให้เมืองเดินหน้าไปพร้อมกัน
เราได้มีโอกาสคุยกับ โปร - ธนาฒย์ จันทร์อยู่ สถาปนิกและผู้อำนวยการออกแบบ (Design Director) จาก Locomo3ve Studio ตัวแทนผู้เล่าเรื่องราวของภูเก็ต และสิ่งที่ชาวภูเก็ตอยากสื่อสารในเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ ในฐานะคนภูเก็ตโดยกำเนิด เขาได้เห็นและสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของเมืองมาหลายยุคสมัย จึงอยากส่งต่อ “ความเป็นภูเก็ต” ในมุมที่หลายคนอาจมองข้าม ผ่านพาวิลเลียน “Island Infused กลิ่นเมืองเกาะ อายเมืองท่า” ในงาน Pakk Taii Design Week ปีนี้
เสน่ห์ของภูเก็ตและภาคใต้ในมุมของคุณ
ผมคิดว่าเรามีธรรมชาติที่สวยงาม ภูมิประเทศเป็นเกาะ ทำให้แตกต่างจากจังหวัดอื่นตรงที่มีหาดรอบด้านติดทะเลอันดามัน อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ วัฒนธรรมอาหาร ความเชื่อ และบรรยากาศเวลามาเที่ยวใต้ ก็จะต่างจากภาคอื่น มีความสบายใจ บวกกับนิสัยรวมถึงวัฒนธรรมของผู้คน ช่วยให้ผ่อนคลาย รู้สึกถึงความง่าย ๆ สบาย ๆ พิธีรีตองน้อย อาหารรสชาติตรงไปตรงมา เผ็ดก็เผ็ดสุด เปรี้ยวก็เปรี้ยวสุด ดังนั้นพอพูดถึงภาคใต้ สิ่งที่นึกถึงจึงเป็นเรื่องความสบายใจและความจริงใจของผู้คน
ความคิดสร้างสรรค์สำคัญยังไงต่อจังหวัดของเรา
ความคิดสร้างสรรค์มีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะบรรยากาศของโลกปัจจุบันที่เราอยู่ เพื่อที่จะบอกเล่าเรื่องดี ๆ และวัฒนธรรมของเราออกมา มันไม่สามารถทำได้โดยปราศจากความคิดสร้างสรรค์
ยกตัวอย่างเชฟมอนด์-สุวิจักขณ์ กังแฮ คนรุ่นใหม่จากร้าน Royd (หรอย) เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ในเมืองเก่าภูเก็ต เขาพยายามเล่าวัฒนธรรม “บ้านงาน” ของคนใต้เป็นคอนเซ็ปต์ ด้วยการตระเวนชิมอาหารและตีความในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง ภายในร้านนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจและสะท้อนวัฒนธรรมที่เขาพยายามนำเสนอ
ส่วนผมที่เป็นสถาปนิก ก็หยิบยกความเชื่อเรื่อง “ฉิ่นแจ้” หรือช่องแสงกลางบ้านแบบชิโน-ยูโรเปียน ที่มีคติความเชื่อเรื่องการรับทรัพย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีหรือ wellbeing ของผู้อยู่อาศัย บ้านลักษณะตึกแถวมักจะลึกและหน้าบ้านแคบ ทำให้ช่วงกลางบ้านไม่ได้รับแสงธรรมชาติ คติความเชื่อที่ว่ากลางบ้านควรรับแสงและมีฝนตกลงมาได้ จะช่วยให้คนที่อยู่ข้างในมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งเรื่องการระบายอากาศและแสงธรรมชาติที่เข้าถึงพื้นที่
เราปรับแนวคิดนี้มาใช้ในงานออกแบบ ทำให้ยังคงรักษาขนบความเชื่อเดิมไว้ได้ แต่ใช้ฟังก์ชันใหม่ อาจจะไม่ได้เป็นบ้านเหมือนเดิมเมื่อก่อนทั้งหมด แต่กลายเป็นโรงแรมที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน ในฐานะเป็นสถาปนิก เราต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เศรษฐกิจของพื้นที่ไปต่อได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาพื้นที่สีเขียวไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการอธิบายและโน้มน้าวลูกค้า
โปร - ธนาฒย์ จันทร์อยู่ สถาปนิกและผู้อำนวยการออกแบบ (Design Director) จาก Locomo3ve Studio
ตั้งใจจะเล่าอะไรใน Island Infused พาวิลเลียนครั้งแรกของจังหวัด
ผมคิดว่าภูเก็ตน่าจะเล่ามุมที่เน้นการรักษามากกว่าการผลักดัน จุดดีเรื่องวัฒนธรรมและธรรมชาติเราจะรักษาไว้ยังไงไม่ให้ธุรกิจหรือผลประโยชน์มาเปลี่ยนแปลง จนอีกสิบปีข้างหน้า จังหวัดอาจจะดูไม่มีตัวตน
ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวมาเยือนเพื่อเสพบรรยากาศทางวัฒนธรรมและความเชื่อของคนท้องถิ่น แต่ตอนนี้หลายพื้นที่กลายเป็นร้านขายของตามค่านิยมของสังคม ร้านดั้งเดิมก็เริ่มหายไป เลยคิดว่าถ้าภูเก็ตจะมีพาวิลเลียนที่เล่าเรื่องอะไร มุมที่น่าเล่าก็คือการรักษาอัตลักษณ์เหล่านี้
พาวิลเลียนถูกออกแบบให้มี 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเราตั้งใจให้เป็นเหมือนชัยภูมิของภูเก็ตที่มีความงามล้อมรอบ แล้วหัวใจหลักคือการสะท้อนคุณค่าของภูเก็ตผ่านธรรมชาติที่มันพิเศษ เราออกแบบเป็นทุ่งดอกไม้ มีที่นั่งอยู่กลางทุ่ง รอบข้างฉายวิดีโอจากโปรเจ๊กเตอร์ที่ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตกจากแต่ละหาดรอบเกาะ โดยเวลาในการฉายเชื่อมโยงระหว่างหาดต่าง ๆ ทุ่งดอกไม้ตรงกลางจึงเป็นเหมือนเกาะภูเก็ตขนาดย่อส่วนที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกของหาดแต่ละหาดได้ในเวลาเดียวกัน
ในการเยี่ยมชมพาวิลเลียน เรายังเล่าเบื้องหลังที่ลึกซึ้งกว่าความสวยงามที่เราฉายบนจอ พอทำเกาะภูเก็ตย่อส่วน แล้วมีที่นั่งอยู่กลางทุ่งดอกไม้ คนก็อาจจะรู้สึกว่าที่นั่งน้อย ผมตั้งใจให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดนะ เพราะถ้าเพิ่มที่นั่งให้สะดวกสบายมากขึ้น ก็จะสะท้อนความปรารถนาพื้นฐานของมนุษย์ที่อยากให้เมืองใหญ่ขึ้นเพื่อความสะดวก แต่ถ้ามองย้อนกลับ ถ้าดอกไม้ลดน้อยหรือหายไป พื้นที่นี้ยังจะน่านั่งไหม ผมอยากให้คนเข้าไปที่พาวิลเลียนใช้ความรู้สึกตัวเองนำ เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวได้ดีกว่าการรู้โจทย์ตั้งแต่แรก
ส่วนที่สองของพาวิลเลียน บอกเล่าอะไร
ส่วนที่สองจะเชื่อมกับทะเลสาบสงขลา เราทำพื้นในฮอลล์เป็นพื้นน้ำทั้งหมด เพื่อให้พื้นที่จัดแสดงกับน้ำในทะเลสาบดูเชื่อมต่อเป็นผืนน้ำเดียวกัน ในพื้นที่ก็จะมีลมพัดเข้ามาด้วย เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงบริบทจริง เสียงคลื่น เสียงน้ำจากทะเลสาบสงขลา และเสียงเรือประมง ก็ก็ถูกจำลองให้เข้ามาผสมผสาน ผิวน้ำภายในฮอลล์ขยับไปตามแรงลม กลางผืนน้ำเราจัดเวทีเล็ก ๆ สำหรับวงดนตรีและวงสนทนา แต่ว่าเสียงคลื่นที่จะได้ยินในบริเวณนี้ จะเป็นเสียงคลื่นจากเกาะภูเก็ต ฮอลล์จึงเป็นการผสมผสานระหว่างพื้นที่จัดแสดงจากสงขลา และสิ่งของจัดแสดงที่มาจากคนภูเก็ต
ผมคิดว่าสำคัญที่สุดคือให้คนได้รับรู้ปัญหาและบริบทจริงก่อน แล้วจึงไปต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมืองเก่า หรือเรื่องธรรมชาติ เมื่อเห็นข้อดีและข้อเสียครบแล้ว ผู้ที่สนใจและมีศักยภาพก็สามารถเข้ามาช่วยสร้างสรรค์และต่อยอดได้
เปรียบเสมือนเราเป็นคนยักษ์ นั่งอยู่บนเกาะภูเก็ตแล้วก็ไหลเข้าสู่ทะเลอันดามัน (ทะเลสาบสงขลา) ในผืนนี้ เราก็จะมีเรือเล็ก ๆ ลอยอยู่ เรือเหล่านี้ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิลและสร้างด้วยการพิมพ์สามมิติ หลังจบงาน พวกมันจะกลายเป็นของที่ระลึกให้ทีมงานที่เชิญมาจัดงานครับ ไม่ได้กลายเป็นขยะ
อะไรคือสิ่งที่เราอยากต่อยอดจากกิจกรรมครั้งนี้
กิจกรรมครั้งนี้จะเชื่อมโยงกับทอล์กสามเซสชั่นใหญ่ ๆ หนึ่งในนั้นคือพี่หมอนิล-มารุต เหล็กเพชร ที่อยู่ในย่านเมืองเก่าภูเก็ตมา 20 กว่าปี ตั้งแต่ยุคที่ค่าเช่าหลักไม่กี่พันบาท แล้วยังเป็นเมืองเงียบ ๆ อยู่ แกก็ทำร้าน “หนัง (สือ) 2521” เป็นร้านฉายหนังอินดี้และจัดละครเวทีด้านบน ส่วนชั้นล่างก็วางขายหนังสือลึก ๆ ในยุคที่ประเทศไทยยังไม่มีใครสนใจกินกาแฟ หรือร้านแบบนี้ เขาก็จะเล่าในมุมของคนที่อยู่มานานและต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงของเมืองเก่า
อีกคนก็คือเชฟมอนด์จากรายการเชฟกระทะเหล็ก (IRON CHEF Thailand) ที่อยู่ในย่านเมืองเก่ามาประมาณ 4-5 ปี เป็นคนภูเก็ตดั้งเดิมที่ทำร้านไฟน์ไดนิ่งในย่านนี้ ซึ่งไม่ใช่ร้านในโรงแรม แต่เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ มาตลอดห้าปี ก็จะเป็นมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาอยู่ย่านเมืองเก่าและพยายามหาทางอยู่รอดต่อไป
อีกพาร์ตหนึ่งก็คือ ทอรี่ วงศ์วัฒนกิจ จาก Torry’s Ice Cream จะเล่าถึงขนมพื้นเมืองภูเก็ตที่ชื่อ “บีโกหมอย” ซึ่งผสมผสานระหว่างข้าวเหนียวดำกับกะทิ ผมคิดว่าการที่ทอรี่เอาขนมพื้นเมืองมาทำเป็นไอศกรีมและนำไปคอลแล็บกับแบรนด์ต่าง ๆ ได้ เช่น Gucci หรือ Dior ก็จะเป็นการต่อยอดเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับวัฒนธรรมท้องถิ่น
แล้วนอกจากด้านอาหาร และความท้าทายในเมืองเก่า มีอะไรที่ภูเก็ตอยากเล่าอีก
นอกจากเรื่องอาหารและความท้าทายในเมืองเก่า เซสชั่นที่สาม เป็นเซสชั่นพิเศษสำหรับผม โดยเน้นเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ทะเล มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐสองท่าน และอีกหนึ่งท่านเป็นอิสระ
เริ่มจากคุณหมอฟ้า-สพ.ญ. พัชราภรณ์ แก้วโม่ง ที่ทำงานอยู่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เธอจะเล่าให้เห็นว่าจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างรายได้มหาศาล มีผลกระทบต่อสัตว์ทะเลอย่างไรบ้าง แต่ละวัน ทีมหมอต้องทำอะไร พวกเขาต้องวิ่งเข้าออกดูแลสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากมนุษย์ เหมือนเป็น “ป่อเต็กตึ๊ง” ของสัตว์ทะเล งานนี้หนักและสำคัญ ผมก็เลยอยากให้เขามีส่วนแชร์ในมุมของผลกระทบ
อีกคนคือ พี่โต-หิรัญ กังแฮ วิจัยที่ดูแลเต่ามะเฟืองซึ่งเป็นสปีชีส์หายากและสำคัญต่อระบบนิเวศในโลก พื้นที่ภูเก็ตกับพังงาเป็นแหล่งวางไข่ของเต่ามะเฟือง พี่โตก็เป็นหนึ่งในนักวิจัยที่สามารถเพาะเลี้ยงเต่ามะเฟืองให้อยู่ในโรงเพาะเลี้ยงได้รอดเกิน 1 ปี แล้วค่อยนำไปปล่อยสู่ทะเล ซึ่งในโลกนี้มีประเทศที่ทำได้อยู่แค่ 5 ประเทศ และภูเก็ตถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด พี่โตยังพัฒนาสูตรอาหารสำหรับอนุบาลเต่าทะเลขึ้นมาเอง รอบหนึ่งจะมีลูกเต่าที่เกิดประมาณพันตัว แต่รอดแค่ 0.1% การเพาะเลี้ยงให้เต่ามีขนาด 30 เซนติเมตรก่อนปล่อยลงทะเลช่วยเพิ่มโอกาสรอดมากกว่าปล่อยออกจากไข่โดยตรง การทำงานนี้เผยให้เห็นความท้าทายและความสำคัญของการอนุรักษ์เต่ามะเฟือง ซึ่งคนทั่วไปอาจไม่รู้มากนัก
ผมคิดว่าสำคัญที่สุดคือให้คนได้รับรู้ปัญหาและบริบทจริงก่อน แล้วจึงไปต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมืองเก่า หรือเรื่องธรรมชาติ เมื่อเห็นข้อดีและข้อเสียครบแล้ว ผู้ที่สนใจและมีศักยภาพก็สามารถเข้ามาช่วยสร้างสรรค์และต่อยอดได้
ในมุมของสถาปนิก หรือแม้แต่คนทั่วไป เราสามารถทำอะไรได้บ้าง
มีลูกค้าบางรายของผมที่ผลิตพลาสติกจากขยะ เขามาช่วยกันปรับระบบหลังคาที่ศูนย์พักฟื้นสัตว์ทะเลให้มีแสงธรรมชาติส่องลงไป นี่คือการต่อยอดที่ไม่จำเป็นต้องเป็นงานออกแบบโดยตรง แต่เกิดจากการเชื่อมโยงคนในวงการต่าง ๆ เราในฐานะนักสร้างสรรค์รู้จักคนหลากหลาย และบางคนก็มีกำลังและความสนใจที่จะช่วย สิ่งสำคัญคือทำให้คนเข้าใจปัญหา
ตอนที่เราไปจัดงานปักษ์ใต้ดีไซน์วีกปีแรก (2566) เราได้ไปรู้จักกับกลุ่ม ThaiWhales ที่ขับเคลื่อนเรื่องโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราเข้าใจเรื่องผลกระทบต่อธรรมชาติ และได้รู้จักกับผู้คนในวงใหม่ ทำให้เราอยากมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้
แรงบันดาลใจเกิดจากการเข้าใจว่าเราอาจทำเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งเล็ก ๆ นั้นก็มีค่า สำหรับคนที่กำลังต่อสู้จริง ๆ เขาไม่ได้ต้องการให้เราลงเรือไปกับเขา แต่ต้องการให้เราช่วย กระจายสิ่งที่พวกเขาทำออกไป
ผมยกตัวอย่างคุณป๊อป-ธีรศักดิ์ ศักดิ์ศรีทวี ช่างภาพถ่ายโดรน เขาคอยบันมทึกและอัปเดตภาพพะยูนในพื้นที่ซึ่งจำนวนพะยูนเพิ่มมากขึ้นในช่วงต้นปี งานของเขาเป็นตัวอย่างของ พลเมืองนักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้คนทั่วไปเห็นปัญหาและสนับสนุนการแก้ไข
นี่แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ หรือเพียงพลเมืองทั่วไป เราก็สามารถต่อยอดและมีส่วนร่วมได้ ผ่านการฟังและกระจายความรู้
Creative Ingredients
เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต จะพัฒนาอะไรต่อได้อีก
สำหรับผม มันไม่ใช่การเพิ่มโรงแรม ยอชต์ฮับ หรือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพราะเรื่องเหล่านี้ภาครัฐและเอกชนก็ทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ โครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางสาธารณะ น้ำ ไฟ และการจัดการผลกระทบ ถ้าภูเก็ตจะเรียกตัวเองว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกจริง ๆ มันควรหมายถึงการเดินทางที่ง่าย ปลอดภัย และสะดวก ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคนภูเก็ตที่จะต้องใช้ชีวิตต่อไป
ฝากบอกคนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานสร้างสรรค์ในภูเก็ต
ผมคิดว่าต้องมีความกล้าและอดทน เพราะแม้ที่นี่จะเต็มไปด้วยโอกาส แต่หลายครั้งก็มีแรงกดดันให้ทำงานแบบง่าย เร็ว คุณภาพไม่ต้องสูง ก็ขายได้ นักออกแบบจึงต้องยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อว่าดี แม้อาจไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่เมื่อมีคนทำงานคุณภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ภูเก็ตก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป และเปิดทางให้ง่ายขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคต
Island Infused กลิ่นเมืองเกาะ อายเมืองท่า
สถานที่:ท่าน้ำนพรัมภา 35
28 ส.ค. - 7 ก.ย. | 11.00 - 21.00 น.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pakktaiidesignweek.com