โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

5 เรื่องราวสะท้อนระบอบการปกครองของ "อิหร่าน"

Thai PBS

อัพเดต 20 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ระบอบการปกครองของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเป็นระบบ "เทวาธิปไตย" (Theocracy) ที่ผสานศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เข้ากับโครงสร้างรัฐสมัยใหม่ เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ซึ่งล้มล้างราชวงศ์ปาห์ลาวีและสถาปนาระบอบใหม่ภายใต้หลัก "การปกครองโดยนักนิติศาสตร์อิสลาม" (Velayat-e Faqih) ผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) มีอำนาจสูงสุดเหนือทุกสถาบัน ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาแม้จะมีอยู่ แต่ถูกจำกัดและควบคุมอย่างเข้มงวดโดยสภาผู้พิทักษ์และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

ระบอบนี้ถูกวิจารณ์จากนานาชาติว่าเป็นเผด็จการทางศาสนาที่ปราบปรามเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิสตรีและผู้เห็นต่าง ขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษนิยมภายในและพันธมิตรในภูมิภาค เว็บไซต์ Realclear Policy ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผย 5 เรื่องราวที่สะท้อนลักษณะเด่นของระบอบการปกครองอิหร่านในปัจจุบัน

1.ผู้นำสูงสุด กุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ

ระบอบการปกครองของอิหร่านนำโดยผู้นำสูงสุดผู้นำสูงสุดคนล่าสุดคือ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 1989 จนเสียชีวิตในวันที่ 28 ก.พ.2569 ผู้นำสูงสุดมีหน้าที่กำกับดูแลกองทัพ รวมถึงกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ทรงอิทธิพล แต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายตุลาการ และควบคุมสื่อของรัฐ

รวมถึงการแต่งตั้งสมาชิกครึ่งหนึ่งของสภาผู้พิทักษ์ (6 คน) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบผู้สมัครรับเลือกตั้งและสามารถยับยั้งกฎหมายของรัฐสภาได้ และสมาชิกของสภาพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งทำหน้าที่แก้ไขข้อพิพาททางกฎหมายและให้คำแนะนำด้านนโยบาย

อำนาจของประธานาธิบดีอิหร่าน ซึ่งได้รับเลือกจากการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเป็นเพียงในนามเท่านั้น มีจำกัดอย่างมาก เนื่องจากนโยบายและการแต่งตั้งต้องได้รับการอนุมัติจากผู้นำสูงสุด ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้นำสูงสุดมีอำนาจควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ

2.IRGC ครอบงำการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอิหร่าน

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติปี 1979 โดย อยาตอลลาห์ รูฮอลลาห์ โคมัยนี ผู้นำสูงสุดคนแรก เพื่อปกป้องสาธารณรัฐอิสลามและการปฏิวัติของประเทศ ต่อมาขยายอิทธิพลไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยบังคับใช้กฎหมายศาสนาอย่างเคร่งครัด นำไปสู่การประท้วงอย่างกว้างขวาง

IRGC ทรงอิทธิพลทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน IRGC สามารถเข้าบริหารจัดการโครงการสำคัญ ๆ เช่น แหล่งก๊าซ South Pars และ "ท่อส่งก๊าซสันติภาพ หรือ Peace Pipeline" ไปยังปากีสถานและอินเดีย ขณะที่บริษัท Etemad Mobin ซึ่งเป็นเครือข่ายของ IRGC ได้เข้าถือหุ้นร้อยละ 51 ในบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน

3.หนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายด้วยเงินและอาวุธ

รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่าอิหร่านเป็น "ประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุด" ในฐานะผู้นำของกลุ่มต่อต้านอเมริกาและอิสราเอลที่เรียกว่า "แกนแห่งการต่อต้าน" อิหร่านให้เงินสนับสนุนเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธและกลุ่มก่อการร้ายเพื่อปฏิบัติการในภูมิภาคและทั่วโลก รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินและโลจิสติกส์จำนวนมากแก่เฮซบอลลาห์ ประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ทำให้เฮซบอลลาห์สามารถรักษาคลังอาวุธขนาดใหญ่และดำเนินการในเลบานอนและซีเรียได้

อิหร่านให้การสนับสนุนฮามาสและกลุ่มญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ด้วยอาวุธและเงินทุน เสริมศักยภาพในการโจมตีอิสราเอลในอิรัก และยังสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธ เช่น คาตาอิบ เฮซบอลลาห์ ด้วยอาวุธที่ทันสมัยและการฝึกฝน ขณะที่ในเยเมน อิหร่านจัดหาอุปกรณ์ขั้นสูง รวมถึงโดรน ให้แก่กลุ่มกบฏฮูตี นอกจากนี้ อิหร่านยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมก่อการร้ายในบาห์เรน อินเดีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

4.ละเมิดสิทธิมนุษยชน จับกุม-ประหารผู้ประท้วง

ปี 2022 รัฐบาลอิหร่านประหารชีวิตประชาชนไป 582 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 75 จากปีก่อนหน้า โดยคำตัดสินประหารชีวิตเกิดขึ้นหลังจากการประท้วง ประชาชนประมาณ 20,000 คน รวมถึงเด็กหลายพันคน ถูกควบคุมตัวระหว่างการชุมนุมประท้วง ซึ่งเป็นการประท้วงต่อการเสียชีวิตของ "มาห์ซา อามินี" หญิงสาวที่เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจ ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กอย่างน้อย 44 คนที่ถูกสังหารโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัย

รายงานเกี่ยวกับการทรมานและการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมระหว่างการจับกุมและการสอบสวนมีอยู่ทั่วไป สภาพในเรือนจำที่เลวร้าย รัฐบาลปราบปรามคนที่มีความคิดเห็นต่าง โดยการมุ่งเป้าไปที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และนักกิจกรรม คนเหล่านี้ถูกนำตัวไปสู่การพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมและจำคุกเป็นเวลานาน

ทางการยังบังคับใช้กฎหมายฮิญาบอย่างเข้มงวดและปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมการประท้วง ขณะเดียวกันก็ใช้เทคโนโลยีการเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย

5.อิหร่านสะสมยูเรเนียมกว่า 1,440 กก.

ต้นปี 2024 อิหร่านขยายขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ โดยสะสมยูเรเนียมได้มากกว่า 1,440 กิโลกรัม ปริมาณดังกล่าวจะทำให้อิหร่านสามารถผลิตยูเรเนียมเกรดอาวุธได้อย่างรวดเร็วหากต้องการ ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ลดความสามารถของผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศในการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของตน ทำให้เกิดความลับมากขึ้นในช่วงเวลาที่ตึงเครียด

อ่านข่าวอื่น :

72 ชม.เขย่าตะวันออกกลาง เรารู้อะไรบ้างจากการโจมตี "อิหร่าน" ของสหรัฐฯ-อิสราเอล

ซาอุฯ ประณาม "อิหร่าน" ขี้ขลาด ส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดประเทศ

เจาะลึกประวัติศาสตร์ "อิหร่าน" จากมหาจักรวรรดิเปอร์เซียสู่สมรภูมิเทวาธิปไตย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สมช.ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง-เตรียมอพยพคนไทย (2 มี.ค. 69) I ตรงประเด็น

4 นาทีที่แล้ว

ส่องวิกฤตเกษตรไทย สู่ศึกชิงเก้าอี้ “รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ” (2 มี.ค. 69) I ตรงประเด็น

8 นาทีที่แล้ว

“บัวขาว” เหมาสวนมะพร้าว ช่วยเกษตรกรไทยแก้โจทย์ราคากดทับ

29 นาทีที่แล้ว

สปสช.ไฟเขียว ฉีดวัคซีน PCV ทารกทั้งประเทศ เข็มไม่เกิน 200 บาท

42 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...