โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐ-อิหร่านตกลงระงับการโจมตีกัน ก่อนเริ่มการเจรจากันที่โดฮา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวแอ็กซิออส (Axios) รายงานว่า สหรัฐ และอิหร่านได้ตกลงที่จะยุติการโจมตีซึ่งกันและกัน ก่อนที่การเจรจาสันติภาพจะกลับมาเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและประเด็นอื่น ๆ ในการยุติสงคราม ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการลดความตึงเครียดลง หลังจากเกิดเหตุโจมตีตอบโต้กันไปมาหลายวันจนส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบาง

เหตุการณ์โจมตีตอบโต้กันในเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการค้าคลังน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 มิ.ย.69) โดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลให้รัฐบาลวอชิงตันตอบโต้ด้วยการโจมตีอิหร่านในวันถัดมา และสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีอีกครั้งในคืนวันเสาร์ หลังจากเตหะรานเข้าโจมตีเรือที่ขนส่งน้ำมันของกาตาร์ โดยทั้งสองฝ่ายต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

  • คาดเจรจากันที่กรุงโดฮา

ความรุนแรงดังกล่าวทำให้สถานการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้น หลังจากที่เพิ่งมีการทำข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ไปเมื่อต้นเดือนนี้ และยังเสี่ยงที่จะทำให้ความคืบหน้าในการฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบสำคัญแห่งนี้ให้กลับสู่ระดับก่อนช่วงสงครามนั้นล่าช้าออกไป โดยการเจรจาในรายละเอียดของข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวคาดว่าจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ที่กรุงโดฮา

เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยกับ Axios ว่า วอชิงตันและเตหะรานได้ตกลงที่จะระงับการโจมตี เพื่อให้เรือต่าง ๆ สามารถสัญจรได้อย่างเสรีในระหว่างการเจรจา โดย Axios รายงานเพิ่มเติมว่า การเจรจาซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการหารือทางเทคนิคเกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะเปลี่ยนมามุ่งเน้นไปที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก

ทางด้านทำเนียบขาว ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อประเด็นนี้ในทันที

  • การเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน

ในเหตุการณ์โจมตีระลอกล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงว่าได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าโจมตีฐานทัพอากาศอาลี อัลซาเลม (Ali Al Salem) ในคูเวต และฐานทัพเรือของกองเรือที่ 5 ที่ท่าเรือซัลมาน (Salman Port) ในประเทศบาห์เรน

ทางด้านคูเวตระบุว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 2 ลูก และไม่มีความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่บาห์เรนรายงานว่าอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งถูกโจมตี แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ขณะเดียวกัน สหรัฐระบุเมื่อวันเสาร์ว่าได้โจมตีที่ตั้งทางทหารของอิหร่าน

“มันอาจจะถึงจุดที่เราไม่สามารถใช้เหตุผลได้อีกต่อไป และจะถูกบีบให้ต้องใช้มาตรการทางทหารเพื่อสานต่อภารกิจที่เราเริ่มต้นไว้อย่างประสบความสำเร็จให้เสร็จสิ้น” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social เมื่อวันเสาร์ หลังจากการโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุด

ในเช้าวันอาทิตย์ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ทรัมป์ได้นั่งรถไปรอบกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อตรวจดูพื้นที่โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ต่าง ๆ ที่เขาลงมือทำด้วยตนเอง รวมถึงสระน้ำสะท้อนภาพ (Reflecting Pool) ที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ

ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center) ได้ยกระดับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซสู่ระดับ “รุนแรง” เมื่อวันเสาร์หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี พร้อมประกาศพื้นที่เตือนภัยที่อาจมีทุ่นระเบิดซึ่งครอบคลุมเส้นทางเดินเรือปกติเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ยังระบุว่า เส้นทางเดินเรือของโอมานที่กองทัพเรือตะวันตกแนะนำได้รับการขยายพื้นที่เพื่อให้เรือสามารถสวนทางกันได้พร้อมกันทั้งสองทิศทาง

โดยเมื่อเช้าวันอาทิตย์ มีเรือหลายลำเริ่มเดินทางข้ามช่องแคบโดยใช้ทั้งเส้นทางที่กำหนดของโอมานและอิหร่าน

นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รัฐบาลเตหะรานได้มุ่งเป้าโจมตีประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซียที่ให้ที่ตั้งฐานทัพและเป็นที่ประจำการของทหารอเมริกันหลายพันนายมาโดยตลอด

ในอีกด้านหนึ่ง อิสราเอลระบุว่าได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน แม้ว่าอิสราเอลจะตกลงหยุดยิงกับเลบานอนแล้วก็ตาม แต่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (ซึ่งสหรัฐ จัดให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายและเป็นเป้าหมายของอิสราเอลในเลบานอน) กล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงนั้น “เป็นโมฆะ” ทั้งนี้ อิหร่านได้พยายามนำประเด็นสงครามของอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลัง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงชั่วคราวนี้ด้วย แม้ว่าอิสราเอลจะไม่ได้เป็นภาคีในข้อตกลงดังกล่าวก็ตาม

สื่อ Press TV รายงานโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า กองกำลัง IRGC แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า ภายใต้ข้อตกลงที่รู้จักกันในชื่อ "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด" (Islamabad Memorandum of Understanding) “การจัดการควบคุมการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิทธิ์ของอิหร่าน และนับจากนี้เป็นต้นไป เรือที่ฝ่าฝืนจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาดและรุนแรงกว่าที่เคย”

ทั้งสองฝ่ายยังคงถกเถียงกันในข้อกำหนดสำคัญ ๆ รวมถึงประเด็นที่ว่าอิหร่านจะจัดเก็บค่าผ่านทางหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ กับเรือที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ตลอดจนประเด็นการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โอมานได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ยุโรปว่า ในท้ายที่สุดแล้วเรือต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมบางส่วน

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้เดินทางเยือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรักเมื่อวันอาทิตย์ และเปิดเผยว่าเขาได้หารือเกี่ยวกับข้อตกลงกับสหรัฐ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในกรุงแบกแดด

เขากล่าวในงานแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิรักที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่า อิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการฟื้นฟูการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และการแทรกแซงใด ๆ จะเสี่ยงทำให้สถานการณ์บานปลาย

การตัดสินใจเปิดฉากโจมตีของทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะใช้กำลังทหารเพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบ

อย่างไรก็ตาม การโจมตีของอิหร่านก็แสดงให้เห็นเช่นกันว่า อิหร่านพยายามที่จะรักษาอำนาจการควบคุมเส้นทางน้ำแห่งนี้ ซึ่งถูกปิดตายเป็นส่วนใหญ่มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงคราม

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลก ได้กลายเป็นจุดต่อรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลเตหะราน หลังจากที่การเกือบปิดช่องแคบนี้ได้ส่งผลกระทบและสร้างความปั่นป่วนต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...