‘35 ปีสัมพันธ์ไทย-คาซัคสถาน’ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์มหาอำนาจขนาดกลาง
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสร็จสิ้นภารกิจเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 24 - 27 มิ.ย. 2569 ตามคำเชิญของนายเยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน
การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียกลาง รวมถึงผลักดันนโยบายการทูตเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ โดยรองนายกฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน และหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน รวมถึงร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน
นอกจากนี้รองนายกฯ ยังได้นำคณะภาคเอกชนไทยจาก 11 บริษัท เข้าร่วมงาน Thailand - Kazakhstan Business Forum ที่เมืองอัลมาตี เพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ก่อนที่ทั้งสองจะประเทศจะเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570
รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับคณะสื่อมวลชนไทยถึงการเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานครั้งนี้
- การหารือประธานาธิบดี
สีหศักดิ์: มีสองเรื่องครับ เรื่องแรกคือไทยมองความสัมพันธ์ไทยกับคาซัคสถานเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ทวิภาคี ซึ่งในทวิภาคีก็มีหลายเรื่องที่เราจะร่วมมือกันได้ แต่เราก็มีความเห็นหลายเรื่องตรงกันเกี่ยวกับสถานการณ์โลกที่ไร้ระเบียบมากขึ้น โลกที่ความร่วมมือและกติการะหว่างประเทศถูกบั่นทอน ในฐานะที่ไทยและคาซัคสถานอยู่ในข่ายที่เรียกว่า Middle Powers หรือมหาอำนาจขนาดกลาง คาซัคสถานถือว่าเป็นผู้นำในแถบเอเชียกลาง ส่วนไทยก็เป็นประเทศที่มีบทบาทในอาเซียน
ความร่วมมือระหว่างคาซัคสถานกับไทยก็อาจเป็นเรื่องใหม่ในการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร หรือความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพกติกาของระเบียบโลก การค้าเสรีซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ
เรื่องที่ 2 ได้หารือกันเรื่องการค้าการลงทุนของทั้งสองฝ่าย ผมคิดว่าเอกชนไทยมีความกระตือรือร้น เห็นลู่ทางที่จะมาทำธุรกิจประกอบธุรกิจในคาซัคสถาน แม้เป็นตลาดไม่ใหญ่ประชากรราว 20 ล้านคน แต่โดยรวมคาซัคสถานเป็นประตูสู่ประเทศในเอเชียกลางและตั้งอยู่บนเส้นทางที่เรียกว่า Trans-Caspion International Transportation Corridor เป็นเส้นทางที่ไทยสามารถส่งสินค้าไปรัสเซียไปยุโรปได้ เอกชนไทยจึงมีความสนใจ
- ทำไมต้องคาซัคสถาน
สีหศักดิ์: ด้วยเหตุผลหลากหลาย ส่วนหนึ่งเขาต้องการอาหาร เขาอาจผลิตสินค้าอาหารโภคภัณฑ์ได้ แต่ไม่ได้ผลิตสินค้าอาหารเพื่อการบริโภคแบบเรา เขาก็อาจเป็นตลาดสินค้าอาหารของเรา แต่เรามองไกลกว่านั้น อยากจะมาผลิตในคาซัคสถาน มีบริษัทไทยหลายบริษัทมาดูลู่ทาง ตอนแรกอาจเป็นการส่งมาขาย ต่อไปก็คงอยากจะมีการผลิตในคาซัคสถานเพื่อใช้จุดแข็งในการเป็นประตูสู่เอเชียกลางไปรัสเซียไปยุโรปต่อไป
- อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแกร่ง
ในด้านการท่องเที่ยวอุตสาหกรรม โรงแรม สปา คาซัคสถานมีอำนาจซื้อสูงขึ้น รายได้ต่อหัวประชากร ประมาณ 14,000-15,000 ดอลลาร์ เขาเองก็มีศักยภาพในแง่การท่องเที่ยวเหมือนกัน ถ้าเรามาร่วมลงทุนในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ก็มีโอกาสมากซึ่งเอกชนไทยก็สนใจ
- แหล่งแรร์เอิร์ธเอื้ออีวีไทย
สีหศักดิ์: ในด้านพลังงาน เราสนใจพวกวัตถุดิบบางอย่างที่จำเป็นในเรื่องพลาสติก แล้วที่น่าสนใจอีกอย่างคือคาซัคสถานมีแร่หายากซึ่งเป็นที่ต้องการของไทยในตอนนี้ โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมอีวีของเราที่ต้องผลิตแบตเตอรี่ เราต้องมีขีดความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เขามีแร่ที่สำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรีในประเทศไทย คงต้องมาเจอกันบ่อยๆ ทำเน็ตเวิร์คกิงระหว่างกัน ผมว่าน่าจะไปได้ดีนะครับ
- ภาครัฐเปิดประตูให้เอกชน
สีหศักดิ์: เอกชนไทยเก่ง มีความสามารถ แต่การเข้ามาสู่ตลาดใหม่ๆ เขาจะต้องมีความมั่นใจ อันนี้จะมาด้วยในเรื่องของทางการเมืองนะครับ เรื่องของการมีความร่วมมือที่ชัดเจน มีความตกลงคุ้มครองส่งเสริมการลงทุน ความตกลงเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีซ้อน เรื่องพวกนี้รัฐบาลช่วยในการเปิดประตูสร้างบรรยากาศที่ดีในการวางกรอบ แล้วเอกชนไทยก็เริ่มศึกษาตลาด
- ตอบโจทย์การทูตเศรษฐกิจ
สีหศักดิ์: กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการทูตเศรษฐกิจ เราจะต้อง diversify เพื่อต้องหาตลาดใหม่ๆ แน่นอนว่าสหรัฐก็ยังเป็นตลาดสำคัญแต่ตอนนี้เรากำลังมีปัญหาเรื่องภาษี ยุโรปอาจมีเรื่องมาตรการกีดกันซึ่งเราก็กำลังเจรจาเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูอยู่ที่ต้องเดินหน้าได้ แต่เราก็ต้องไปตลาดอื่นบ้าง แม้กระทั่งในแอฟริกาก็มีหลายประเทศที่มีศักยภาพ ส่วนเอเชียกลางนี่มีแน่นอน อย่างคาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน เป็นประเทศที่ร่ำรวยเราก็ต้องพยายามไปสู่ตลาดใหม่ๆ
- สนับสนุน FTA ยูเรเซีย
สีหศักดิ์: ขณะนี้กติกาการค้าเสรีภายใต้ WTO กำลังถูกบั่นทอน เราก็ต้องหา วิธีการที่จะรักษาการเข้าถึงตลาดที่สำคัญ กลไกนึงก็คือเรื่องของข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งตอนนี้เรากำลังเจรจากับอียู เราทำกับศรีลังกา, FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association: EFTA หรือ เอฟตา) ก็เพิ่งเข้าสภา
สำหรับคาซัคสถานปีนี้เป็นประธาน Eurasian Economic Union (EAEU ประกอบด้วยอาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และรัสเซีย) เราก็เคยเสนออยากจะมีการเจรจาการค้าเสรีกับกลุ่ม Eurasian Economic Union แต่มันยังค้างอยู่ ไม่ค่อยขับเคลื่อนเท่าไหร่ วันนี้ก็ถือโอกาส การมาเยือนเพื่อขอให้เขาช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยเพราะเขาเป็นประธานอยู่ในตอนนี้ เขาก็บอกยินดีเลยเขาอยากจะสนับสนุนประเทศไทยในการเปิดการเจรจาการค้าเสรีกับกลุ่ม Eurasian Economic Union
- ปูตินเห็นชอบแล้ว
สีหศักดิ์: แม้ตำแหน่งประธาน EEU จะเป็นตำแหน่งหมุนเวียน แต่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีระกูล ก็เพิ่งไปเยือนรัสเซีย ได้พูดคุยทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และหยิบยกเรื่องนี้มาคุยด้วย
แน่นอนรัสเซียก็เป็นพี่เบิ้มในในกลุ่มนี้ ทางเขาก็รับทราบความประสงค์ของเรา เขาก็บอกจะช่วยสนับสนุนนะครับ เพราะฉะนั้นก็มาครั้งนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจากคาซัคสถาน รัสเซียก็ทราบความประสงค์ของเราแล้ว
ส่วนโอกาสของความสำเร็จ อันดับแรกคือขอให้เปิดการเจรจาก่อน ซึ่งการเจรจากับ EEU น่าจะง่ายกว่าทางอียู เพราะอียูมีประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามาก เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อมเนี่ย แต่ในบริบทของ EEU ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการค้าเป็นหลัก
- ไทย-คาซัคสถาน มหาอำนาจขนาดกลาง
สีหศักดิ์: ไทยและคาซัคสถานเป็นประเทศมหาอำนาจขนาดกลาง (Middle powers) เมื่อพูดถึงคำนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราทะเยอทะยาน เราไม่ได้มองการเป็นมหาอำนาจขนาดกลางในแง่ของความอยากมีอิทธิพล แต่มองในแง่ของการอยากทำอะไรเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
เรามองมิดเดิลพาวเวอร์เป็นประเทศที่มีความเห็นตรงกันว่า เราอยากจะทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์กับส่วนรวม แต่เราไม่สามารถทำได้โดยลำพัง
มิดเดิลพาวเวอร์คือประเทศที่เน้นกติกา เน้นกฎระเบียบ และความร่วมมือ ประเทศเราไม่อยู่ในฐานะที่ไปกำหนดว่าจะต้องเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้น แต่เรารู้สึกว่าเราต้องร่วมกัน ระดมพลังร่วมกัน ผลักดันเรื่องที่เราคิดว่ามันเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันตอนนี้ก็เรื่องของกติกา ความร่วมมือระหว่างประเทศ การรักษาไว้ซึ่งความสำคัญของสถาบันอย่างยูเอ็นและองค์การระหว่างประเทศทั้งหลาย โลกนี้ไม่ควรจะเป็นโลกที่ใครเป็นใหญ่ก็สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองได้นะครับ