โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับราชายาบ้า! หนีหมายจับ3ปี ซุกบ้านเมียใช้ชีวิตหรูหราที่ลาว

แนวหน้า

เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

ป.ป.ส.ร่วมตำรวจลาวจับข้ามประเทศ ราชายาบ้าหนีหมายจับ 3 ปีซุกบ้านเมียใช้ชีวิตหรูหรา มีค่าหัว 1 ล้านบาท สั่งการผ่านเครือข่ายส่งยานรกเข้าไทย

4 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00 น. ที่ริมแม่น้ำโขง บริเวณท่าเทียบเรือการท่องเที่ยว ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบก.ปส.2 ปปส.) พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ผกก.ตม.จว. นครพนมพร้อมคณะได้รับตัวนายปิยะนันท์ บุญพันธ์ อายุ 37 ปี ชาว จ.สกลนคร ซึ่งเป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญ ที่หลบหนีหมายจับนานถึง 3 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ควบคุมตัวได้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต ฝั่งตรงข้ามกับ จ.มุกดาหาร จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปลงบันทึกการจับกุมที่ ตม.นครพนม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และรอแถลงข่าว

ต่อมาช่วงบ่าย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 4 นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รอง ผวจ.นครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 กกล.สุรศักดิ์มนตรี/ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.จว.นครพนม พ.ต.อ. คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 และหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมแถลงข่าวที่จุดตรวจเอกสารฝั่งขาออกประเทศ

โดยเลขาฯ ปปส. เปิดเผยว่าการรับมอบและจับกุมตัว นายปิยะนันท์เป็นไปตามนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน “Seal Stop Safe” ของรัฐบาล ที่ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดนในการปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้นายปิยะนันท์ผู้ต้องหารายนี้ มีค่าหัวเป็นรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท เพราะเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่หลบหนีหมายจับไปอาศัยอยู่ที่ สปป.ลาว

โดยกรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด กรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบ และ สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด กรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao National Commission for Drug Control and Supervision : LCDC) ได้สืบสวนสอบสวนจนทราบว่า นายปิยะนันท์หลบมาอยู่กับภรรยาชาวลาวในแขวงสะหวันนะเขต ปลูกบ้านหลังใหญ่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ และใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายจากเงินที่ค้ายาเสพติด จึงส่งภาพถ่ายขณะนายปิยะนันท์ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน ให้ทาง ปปส.ยืนยันว่าใช่บุคคลที่ทางการไทยต้องการตัวหรือไม่ หลังได้รับการยืนยันชัดเจนจึงเข้าควบคุมตัวทันที พร้อมประสานส่งตัวผู้ต้องหาในฐานะหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

โดยนายปิยะนันท์เป็น 1 ใน 21 คนตามโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสติดรายสำคัญ ตามหมายจับประจำปี 2568 หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ สปป.ลาว ไทยจึงขอให้ทางการลาว ช่วยติดตามจับกุม เพื่อผลักดันส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในการประชุมทวิภาคีไทย - ลาว ระดับรัฐมนตรี เรื่อง ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2567 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่านายปิยะนันท์มีครอบครัวอยู่ฝั่งไทย และไม่มีทรัพย์สินใดที่เป็นชื่อของผู้ต้องหา ตรงกันข้ามกลับมีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ที่ สปป.ลาว จึงจะหารือกับทางการลาวเพื่อยึดทรัพย์ต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ติดตามพฤติกรรมของนายปิยะนันท์ตั้งแต่ปี 2565 พบว่าผู้ต้องหามีหน้าที่เป็นผู้จัดหา และติดต่อประสานงานระหว่างเครือข่ายนักค้ายาเสพติดชาวไทย และ สปป.ลาว โดยใช้ประเทศลาวเป็นทางผ่านในการลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทย โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ บช.ปส. ขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายปิยะนันท์ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ในคดีเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 7,970,000 เม็ด ที่บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 (บุรีรัมย์ – นครราชสีมา) บ้านหนองนกกวัก หมู่ที่ 7 ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา

กล่าวคือ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 08.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.จักราช จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินสาย 226 ฝั่งขาเข้า จ.นครราชสีมา บ้านหนองนกกวัก หมู่ 7 ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา พบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กทม.ประสบอุบัติเหตุอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบผู้ขับขี่ บริเวณเบาะหลังรถพบถุงกระสอบปุ๋ยขนาดใหญ่ จำนวน 18 กระสอบ ภายในเป็นยาบ้าจำนวน 7,920,000 เม็ด สืบสวนเชิงลึกจึงทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายปิยะนันท์ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไปยังบ้านในพื้นที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร พบว่านายปิยะนันท์ไหวตัวทันได้หลบหนีไป กระทั่งทราบจากผู้ต้องหาเครือข่ายยาบ้า ว่า นายปิยะนันท์หลบหนีมาอยู่กับภรรยาชาวลาวในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

ระหว่างอยู่ที่ สปป.ลาว นายปิยะนันท์ได้ผันตัวมาเป็นผู้ประสานงานการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จัดส่งยาบ้าครั้งละเป็นล้านเม็ด ยาไอซ์อีกนับร้อยกิโลกรัม โดยลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยจำนวนมาก ผ่านช่องทางธรรมชาติแม่น้ำโขง ซึ่งการติดตามจับกุมตัว ต้องอาศัยความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ สปป.ลาว ซึ่งการจับกุมตัวนายปิยะนันท์ในครั้งนี้ จะส่งผลให้ปริมาณยาบ้าที่ลักลอบนำเข้าประเทศไทย ทางพื้นที่ภาคอีสานลดลง 5-10 เปอร์เซ็นต์ และสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายของนายปิยะนันท์ที่เหลือ เพื่อกวาดล้างนักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญนี้ให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว

.012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...