โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCCC ลุ้นยอดขายซีเมนต์พุ่ง-ต้นทุนลด หนุนกำไร Q2 แตะ 943 ล้านบาท พ่วงยีลด์ 7.6%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด คาดการณ์ในบทวิเคาะห์ว่า บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด(มหาชน) หรือ SCCC จะรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2568 ที่ระดับ 943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 7.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตในระดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน ได้รับแรงสนับสนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น อันเป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยในประเทศที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง แม้จะมีความผันผวนในตลาดภูมิภาค แต่การกำหนดราคาที่เป็นเชิงกลยุทธ์ และความมีวินัยในการดำเนินงานของบริษัท มีส่วนช่วยรักษาระดับกำไรได้อย่างยืดหยุ่น

ขณะเดียวกัน SCCC ยังคงแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการสภาวะตลาดที่หลากหลายอย่างคล่องตัว พร้อมเสริมสร้างสถานะทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2568 สะท้อนการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในระดับจากช่วงเดียวของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับเพิ่มจาก 27.1% เป็น 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นในประเทศ ต้นทุนพลังงานที่ลดลง ทั้งราคาน้ำมันดีเซลและไฟฟ้าที่เอื้อต่อการดำเนินงาน รวมถึงการรวมธุรกิจของ LANNA

อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไรในเชิงจากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการหยุดซ่อมบำรุงเตาเผาสองเตา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดจาก 34.1% ในไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 32.7%

ส่วนในแง่ของตลาดต่างประเทศ ผลประกอบการมีความหลากหลาย โดยในประเทศไทย ความต้องการซีเมนต์เทกองยังคงแข็งแกร่งจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน แม้ยอดขายซีเมนต์ถุงยังซบเซาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาขายเฉลี่ยในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (85 บาท/ตันในเดือนเมษายน และ 110 บาท/ตันในเดือนพฤษภาคม) เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่ออัตรากำไร

ขณะที่ในต่างประเทศ เวียดนามฟื้นตัวในเชิงปริมาณตามฤดูกาล แม้ยังเผชิญแรงกดดันด้านราคา ส่วนศรีลังกาได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมหภาค แม้จะมีความท้าทายด้านฤดูกาลและการแข่งขัน บังกลาเทศเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังถูกจำกัดจากปริมาณฝนและแรงกดดันด้านราคา ขณะที่กัมพูชามีกำไรเบื้องต้นในเชิงปริมาณและประสิทธิภาพ แม้จะมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก

สำหรับไตรมาส 3/2568 คาดว่ากำไรของ SCCC จะเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากราคาขายในประเทศที่ยังทรงตัวในระดับสูง และการฟื้นตัวของการดำเนินงานในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในเชิงจากไตรมาสก่อน อาจชะลอตัวจากผลกระทบของฤดูฝนในประเทศไทย และแผนการหยุดซ่อมบำรุงเตาเผาทั้งหมดห้าเตา

ความต้องการซีเมนต์เทกองในประเทศยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แม้จะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองซึ่งอาจส่งผลให้การอนุมัติงบประมาณล่าช้า เวียดนามและกัมพูชามีแนวโน้มการเติบโตของปริมาณอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศรีลังกาและบังกลาเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาตลาดและสภาพอากาศ การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจึงยังคงเป็นปัจจัยหลักในการรักษาอัตรากำไร

บล.ทิสโก้คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น SCCC โดยประเมินมูลค่าที่เหมาะสมที่ระดับ 195.00 บาทต่อหุ้น อิงจากอัตราส่วน PER ปี 2568 ที่ 14.7 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยในอดีต 6 ปี ขณะที่ระดับการประเมินปัจจุบันอยู่ที่เพียง 11 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 7.6% สะท้อนความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งในด้านแนวโน้มกำไรที่เป็นบวก และปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรที่ยังคงแข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...