Back to School...จับประเด็นหลากเรื่องราวภายใต้ชุดนักเรียนทั่วโลกที่หลายคนไม่เคยรู้
หลังจากปิดเทอมมาหลายเดือนก็ได้เวลาหยิบชุดนักเรียนมาปัดฝุ่นและสวมใส่อีกครั้งในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ นอกจากเครื่องแบบชุดนักเรียนของเด็กไทยที่เราเห็นกันชินตาแล้ว ยังมีชุดนักเรียนของประเทศอื่น ๆ ที่เราได้เห็นกันผ่านซีรีส์และภาพยนตร์ทั้งฝั่งเอเซียและฝั่งตะวันตก ซึ่งต่างก็มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่สร้างภาพจำให้กับคนดูอยู่ไม่น้อย…เรามาลองไขข้อสงสัยในหลากหลายคำถามเกี่ยวกับชุดนักเรียนเหล่านั้น ที่บางอย่างก็เป็นประเด็นน่าสนใจที่เรามองข้ามไป
“ญี่ปุ่น” กับมาตรฐานความยาวกระโปรง
หลายคนอาจสังเกตเห็นตามอนิเมะ ซีรีส์ และภาพยนตร์ของญี่ปุ่นเกือบ 90% ที่นักเรียนหญิงมักใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า ทำให้คนดูหลายคนต่างสงสัยกันว่า เด็กผู้หญิงในโรงเรียนญี่ปุ่นใส่กระโปรงสั้นแบบนั้นจริงเหรอ?
“Seifuku” หรือ เครื่องแบบนักเรียนผู้หญิงของประเทศญี่ปุ่นนี้มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ และขึ้นชื่อเป็นอย่างยิ่งเรื่องความสั้นของกระโปรง ซึ่งเทรนด์การแต่งตัวแบบนี้มีชื่อเรียกว่า วัฒนธรรม “Gyaru” ที่ได้รับอิทธิพลมาจากแฟชั่นยุค 90’s แม้ความยาวมาตรฐานของกระโปรงนักเรียนจะอยู่ในระดับหัวเข่าหรือยาวเหนือเข่าไม่เกิน 2 เซนติเมตร แต่เด็กนักเรียนหญิงในขณะนั้นก็เริ่มต่อต้านกฎระเบียบการสวมเครื่องแบบของโรงเรียน และตั้งใจใส่กระโปรงให้สั้นขึ้นด้วยการพับหรือม้วนขอบกระโปรง ทำให้โรงเรียนถึงกับต้องจ้างคนให้มาตรวจสอบและควบคุมความยาวของกระโปรงนักเรียน และเป็นเหตุให้นักเรียนหญิงจะดัดแปลงกระโปรงให้สั้นในเวลาหลังเลิกเรียนหรือตอนที่พวกเธอออกไปนอกรั้วโรงเรียนแล้วเท่านั้น โดยความยาวของกระโปรงยังแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่แต่ละเมืองของญี่ปุ่นด้วย
การสวมใส่กระโปรงสั้นของนักเรียนหญิงไม่ได้เกิดจากความต้องการเรียกร้องความสนใจจากเพศตรงข้าม ทว่าเป็น “สไตล์แฟชั่น” และความชอบส่วนบุคคลที่จะได้มีรูปลักษณ์และอิสระในการเคลื่อนไหว ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นเรื่องน่าอายที่จะโชว์เรียวขาเวลาสวมใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นในตอนที่อายุมากขึ้น ดังนั้นการที่พวกเธอใส่กระโปรงสั้นจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสาวและความเยาว์วัย ดังนั้นแม้จะอยู่ในช่วงฤดูหนาว นักเรียนสาว ๆ ก็มักจะอดทนและยินดีที่จะสวมกระโปรงสั้นในแบบที่ตัวเองชอบ ประกอบกับโรงเรียนบางแห่งที่ไม่อนุญาตให้นักเรียนหญิงสวมกางเกง แต่ให้สวมถุงเท้าและกระโปรงยาวแทน เพื่อฝึกความอดทนกับความหนาวเย็น นอกจากนี้ ก็ยังมีความเชื่อที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมเฉพาะตัวของชาวญี่ปุ่นที่เชื่อว่า การใส่กระโปรงยาวอาจสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของเหล่าทายาทมาเฟีย ยากูซ่า หรือผู้มีอิทธิพลที่น่าเกรงขามอีกด้วย
“เกาหลีใต้” กับกระแสนิยมชุดนักเรียนแพงหูฉี่
อีกหนึ่งประเทศที่บรรดาสื่อซีรีส์และภาพยนตร์แทบทุกเรื่องมักจะปรากฏบางฉากบางตอนที่ตัวละครสวมใส่ชุดนักเรียนก็คือประเทศเกาหลีใต้ ที่เป็นเจ้าของชุดนักเรียนดีไซน์สุดทันสมัยจนกลายเป็นภาพจำให้กับคนดูทั่วโลกให้อยากสวมใส่ชุดนักเรียนแบบนั้นตาม แต่ใครจะรู้บ้างว่า ชุดนักเรียนที่เด็ก ๆ ชาวเกาหลีเหนือสวมใส่กันนั้นมีราคาแพงหูฉี่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชุดนักเรียนของประเทศอื่น ๆ
ในเกาหลีใต้ การสวมใส่ชุดนักเรียนถือเป็นกฎระเบียบบังคับเฉพาะช่วงเรียนระดับมัธยม ชุดนักเรียนจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของการย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยระเบียบการแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋านักเรียน บางโรงเรียนก็ต้องมีกฎที่เข้มงวดและข้อบังคับให้ใช้สีเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันหลาย ๆ โรงเรียนมีการผ่อนปรนระเบียบเหล่านี้ เหลือเพียงการสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนเพียงอย่างเดียว
ชุดนักเรียนเกาหลีใต้ เรียกว่า “คโยบก” (교복) โดยโรงเรียนในเกาหลีใต้จะมีเครื่องแบบที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศ 2 แบบคือ ชุดนักเรียนฤดูร้อนที่เรียกว่า “ฮาบก” (하복) และชุดเรียนฤดูหนาวที่เรียกว่า “ทงบก” (동복) ซึ่งชุดฤดูร้อนจะมีราคาอยู่ที่ราว 3,000-4,000 บาท ส่วนชุดนักเรียนฤดูหนาวจะอยู่ที่ราคา 7,000-8,000 บาท ซึ่ง นอกจากชุดนักเรียนที่มีราคาสูงแล้ว ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนของเสื้อกันหนาวหรือเสื้อโค้ทตัวยาวเพิ่มขึ้นมา ที่นับเป็นอีกภาระที่กดดันเหล่าผู้ปกครอง (สำหรับบางครอบครัว) ด้วยเช่นกัน
ปัจจัยที่ทำให้ชุดนักเรียนเกาหลีใต้มีราคาแพงนั้นมาจากค่าครองชีพในประเทศที่สูง ราคาจึงสูงตามไปด้วย อีกทั้งการเลือกวัสดุที่นำมาใช้ที่ต้องป้องกันอากาศที่หนาวเย็นได้ กันลมได้ดี จึงมีราคาค่อนข้างสูง และการใช้งบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่นิยมจ้างไอดอลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์เสื้อผ้าชุดนักเรียนอย่าง Ivy Club, SK Networks, Elite Basic และ School Looks เพื่อดึงดูดความสนใจเด็กมัธยม ก็ยิ่งส่งผลให้ราคาชุดนักเรียนแพงขึ้นอย่างมากจนกลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสถานะทางการเงิน และส่งผลให้รัฐบาลเกาหลีสั่งแบนการจ้างไอดอลเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชุดนักเรียนเพื่อลดราคาชุดนักเรียนให้ถูกลง แต่ทว่ามาตรการนี้กลับใช้ได้ไม่นาน จึงยังทำให้ปัญหาชุดนักเรียนราคาแพงนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน
“จีน” กับปัญหาชุดพละที่นักเรียนไม่ปลื้ม
เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมซีรีส์และภาพยนตร์จีนหลาย ๆ เรื่อง เด็กนักเรียนจีนจึงมักจะแต่งกายด้วยชุดพละกันตลอดแทบทุกตอนและดูเหมือนจะใส่กันทุกวันด้วย ซึ่งต่างกับประเทศไทยที่จะใส่ชุดพละเฉพาะวันที่มีเรียนวิชาพละหรือบางโอกาสเท่านั้น ซึ่งสำหรับประเทศจีน สิ่งที่เรียกว่า “เครื่องแบบชุดนักเรียน” แบบปกติทั่วไปนั้นมีมานานแล้วตั้งแต่ระดับชั้นประถมจนถึงมัธยมปลาย แต่ด้วยเทรนด์การแต่งชุด “เมี่ยนโข่วไต้” หรือ “ชุดพละ” ที่เกิดขึ้นในช่วง 1990 - ต้นศตวรรษที่ 21 กลับทำให้นักเรียนทั้งชายหญิงหันมาสวมใส่ชุดพละกันมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน เพราะด้วยความสะดวกสบายในการเคลื่อนไหวและยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่านักเรียนทุกคนจะชื่นชอบการใส่ชุดพละ เพราะมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยให้ความเห็นเกี่ยวกับชุดพละว่า เป็นชุดที่ไม่สวย ไม่น่าดึงดูด และไม่เหมาะกับนักเรียนผู้หญิง แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้นักเรียนจีนยังนิยมแต่งกายไปโรงเรียนด้วยชุดพละก็เพราะรู้สึกว่า การสวมใส่ชุดนักเรียนนั้นเป็นสิ่งที่แบ่งแยกชนชั้นและฐานะทางครอบครัวได้ชัดเจนมากกว่าการใส่ชุดพละ ขณะที่ยังมีครอบครัวชาวจีนจำนวนมากที่มีรายได้ค่อนข้างต่ำ แต่ชุดนักเรียนที่ทันสมัยและสวยงามมักจะมีราคาแพง ส่งผลให้นักเรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำต้องอับอายที่ไม่มีชุดนักเรียนดี ๆ สวมใส่ บวกกับที่รัฐบาลจีนเองก็พยายามรณรงค์ไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ด้วยการเลือกใช้เครื่องแบบราคาประหยัดในทุกจังหวัดและทุกเมืองของจีนแทน อีกทั้งผู้ปกครองชาวจีนบางส่วนเองก็เชื่อว่า ชุดนักเรียนที่ดูสวยงามเกินไปจะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของนักเรียนไปโฟกัสกับเสื้อผ้าจนอาจทำให้ไม่ใส่ใจและละเลยการเรียนได้ เป็นต้น
ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศจีนก็มีเครื่องแบบชุดเรียนที่สวยงามอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเรียนเช่นกัน แต่จะได้รับความนิยมในกลุ่มนักเรียนโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนมัธยมเอกชนในประเทศจีนมากกว่า ขณะที่โรงเรียนในท้องถิ่นของจีนหลายแห่งยังคงยึดติดและสนับสนุนการให้นักเรียนสวมใส่ชุดพละมาโรงเรียนอยู่
“สหราชอาณาจักร” กับกฎหมายเครื่องแบบนักเรียนที่ช่วยเซฟเงินผู้ปกครอง
นอกจากชุดนักเรียนในฝั่งเอเชียแล้ว ชุดนักเรียนในฝั่งตะวันตกก็ยังมีให้เห็นอยู่ แม้ว่าในหลายประเทศจะยกเลิกการใส่เครื่องแบบนักเรียนไปแล้ว แต่การแต่งเครื่องแบบในสหราชอาณาจักร ทั้งอังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ก็ยังคงดำเนินสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงจะไม่มีกฎหมายบังคับในระดับชาติ แต่ในระดับท้องถิ่นและในแต่ละโรงเรียนเอง ส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกันกำหนดให้มีการแต่งเครื่องแบบนักเรียนอยู่
ซึ่งในสหราชอาณาจักรนั้น หากพูดถึงเครื่องแบบชุดนักเรียนแล้ว ประเด็นเรื่อง “โลโก้” บนเครื่องแบบชุดนักเรียนนับเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปี 2022 ที่ผ่านมา โดยชุดนักเรียนปกติทั่วไป การมีโลโก้ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงชื่อเสียงของโรงเรียนได้ แต่เหล่าผู้ปกครองในเวลส์เชื่อว่า การที่ค่าใช้จ่ายของเครื่องแบบชุดนักเรียนมีราคาแพงนั้นมาจากการที่ต้องมีโลโก้บนเครื่องแบบนั่นเอง เพราะทำให้ต้องซื้อชุดนักเรียนจากซัพพลายเออร์ของโรงเรียนที่มีการตัดเย็บชุดนักเรียนโดยเฉพาะเท่านั้น ไม่สามารถที่จะเลือกจากช่องทางอื่นได้อย่างอิสระ
The Children's Society องค์กรการกุศลเพื่อเด็กแห่งชาติของสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนของผู้ปกครองจำนวน 1,000 คน พบว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องแบบชุดนักเรียนมัธยมโดยเฉลี่ยคิดเป็น 337 ปอนด์ หรือราว 14,395 บาท ขณะที่เครื่องแบบชุดนักเรียนประถมมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 315 ปอนด์ หรือราว 13,455 บาท และค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนที่พวกเขาคิดว่าสมเหตุสมผลสำหรับเครื่องแบบชุดนักเรียนมัธยมควรเป็น 105 ปอนด์ หรือราว 4,485 บาท และ 85 ปอนด์ หรือราว 3,630 บาท สำหรับเครื่องแบบชุดนักเรียนประถม ด้วยค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนที่ค่อนข้างแพง ทำให้เหล่าผู้ปกครองต้องแบกรับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นไปด้วย
จากปัญหาค่าชุดนักเรียนแพง เจเรมี ไมลส์ (Jeremy Miles) รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของสหราชอาณาจักรจึงได้ประกาศข้อเสนอที่นำไปสู่การออกกฎหมายใหม่เพื่อให้ชุดนักเรียนมีราคาถูกลง และโรงเรียนไม่ควรบังคับใช้โลโก้ หรือให้ใช้ “โลโก้เหล็ก” แทน เนื่องจากโลโก้มีส่วนเพิ่มต้นทุนให้กับเครื่องแบบชุดนักเรียนได้ และสิ่งนี้จะช่วยให้ครอบครัวซื้อหาเครื่องแบบชุดนักเรียนต่าง ๆ ได้ในราคาถูกลงจากร้านค้าที่พวกเขาเลือกได้เองแทนที่จะต้องซื้อกับทางโรงเรียนเท่านั้น ทั้งยังสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้ซ้ำด้วยการส่งต่อชุดนักเรียนให้กับเด็กนักเรียนคนอื่นได้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีความคิดเห็นอีกมากมายที่ถูกกล่าวถึงขึ้นมา เช่น การเลิกใช้โลโก้ไม่ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้ทั้งหมด เพราะยังมีค่าใช้จ่ายเครื่องแบบชุดนักเรียนอื่น ๆ ที่ไม่มีโลโก้อยู่แล้ว อย่างเช่นเสื้อเบลเซอร์ กระโปรง กางเกง หรือรองเท้าอยู่ อีกทั้งการซื้อหาชุดนักเรียนจากที่ใดก็ได้ ยังก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมระหว่างนักเรียนที่ซื้อชุดจากร้านดีไซเนอร์หรูกับนักเรียนที่ซื้อจากร้านค้าทั่วไป ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ตามมาได้อีกเช่นกัน
มาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวเบื้องหลังของชุดนักเรียนในความเป็นจริงที่อาจไม่ได้ถูกพูดถึงกันบ้างแล้ว ครั้งหน้าหากมีโอกาสได้ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวหรือฉากตัวละครใส่เครื่องแบบชุดนักเรียนล่ะก็ หวังว่าประเด็นที่เราหยิบยกมาคุยกันเหล่านี้ อาจช่วยทำให้เกิดความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของชุดนักเรียนเหล่านั้นมากขึ้นก็เป็นได้
ที่มา :
บทความ “Korean School Uniforms Overview” โดย Jennifer L. Betts จาก https://www.lovetoknow.com
บทความ “Infographic 66 : ชุดนักเรียนเกาหลี” โดย กชกร สมทรง จาก Facebook: Korean classroom
บทความ “ย้อนดูชุดนักเรียนจีน กับความหมายที่เปลี่ยนไป” โดย จีนไทยนิวส์ จาก https://www.jeenthainews.com
บทความ “Why doesn't China have pretty school uniforms like Korea/Japan?” จาก https://www.quora.com/บทความ “Chinese School Uniforms’ History: Why They Unappealing Now?” โดย Sunica Du จาก https://sunicadesign.com
บทความ “These Chinese School Uniforms Have Korean Students Super Jealous” โดย Koreaboo จาก https://www.koreaboo.com
บทความ “Why are school uniform dresses and skirts so short in Japan?” จาก https://www.quora.com
บทความ “Why Are Japanese School Uniforms So Short? Aren’t They Cold in Winter?” โดย Guidable Writers จาก https://guidable.co/
บทความ “SHORT SKIRT IN JAPANESE SCHOOL UNIFORM” โดย KEVIN จาก https://skdesu.com/
บทความ “DO JAPANESE STUDENTS WEAR SHORT SKIRTS IN WINTER?” โดย KEVIN จาก https://skdesu.com/
บทความ “School uniform logos could be scrapped in bid to make clothes more affordable amid cost of living crisis” โดย Isabella Boneham จาก https://www.nationalworld.com
บทความ “New school uniform law explained - it could save parents hundreds of pounds” โดย Levi Winchester จาก https://www.mirror.co.uk
บทความ “Cost-of-living crisis: School uniform logos could be ditched in Wales” โดย Kate Buck จาก https://www.yahoo.com
บทความ “Welsh Government to consider changes to school uniform policies that could save parents hundreds” โดย Will Hayward จาก https://www.walesonline.co.uk
บทความ “Parents back plan to ditch school uniform logos” โดย Elizabeth Thomas จาก https://www.walesonline.co.uk
เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง