โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Back to School...จับประเด็นหลากเรื่องราวภายใต้ชุดนักเรียนทั่วโลกที่หลายคนไม่เคยรู้

นิตยสารคิด

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 20.28 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2566 เวลา 20.28 น.
World-uniform-school-cover

หลังจากปิดเทอมมาหลายเดือนก็ได้เวลาหยิบชุดนักเรียนมาปัดฝุ่นและสวมใส่อีกครั้งในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ นอกจากเครื่องแบบชุดนักเรียนของเด็กไทยที่เราเห็นกันชินตาแล้ว ยังมีชุดนักเรียนของประเทศอื่น ๆ ที่เราได้เห็นกันผ่านซีรีส์และภาพยนตร์ทั้งฝั่งเอเซียและฝั่งตะวันตก ซึ่งต่างก็มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่สร้างภาพจำให้กับคนดูอยู่ไม่น้อย…เรามาลองไขข้อสงสัยในหลากหลายคำถามเกี่ยวกับชุดนักเรียนเหล่านั้น ที่บางอย่างก็เป็นประเด็นน่าสนใจที่เรามองข้ามไป

“ญี่ปุ่น” กับมาตรฐานความยาวกระโปรง
หลายคนอาจสังเกตเห็นตามอนิเมะ ซีรีส์ และภาพยนตร์ของญี่ปุ่นเกือบ 90% ที่นักเรียนหญิงมักใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า ทำให้คนดูหลายคนต่างสงสัยกันว่า เด็กผู้หญิงในโรงเรียนญี่ปุ่นใส่กระโปรงสั้นแบบนั้นจริงเหรอ?

“Seifuku” หรือ เครื่องแบบนักเรียนผู้หญิงของประเทศญี่ปุ่นนี้มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ และขึ้นชื่อเป็นอย่างยิ่งเรื่องความสั้นของกระโปรง ซึ่งเทรนด์การแต่งตัวแบบนี้มีชื่อเรียกว่า วัฒนธรรม “Gyaru” ที่ได้รับอิทธิพลมาจากแฟชั่นยุค 90’s แม้ความยาวมาตรฐานของกระโปรงนักเรียนจะอยู่ในระดับหัวเข่าหรือยาวเหนือเข่าไม่เกิน 2 เซนติเมตร แต่เด็กนักเรียนหญิงในขณะนั้นก็เริ่มต่อต้านกฎระเบียบการสวมเครื่องแบบของโรงเรียน และตั้งใจใส่กระโปรงให้สั้นขึ้นด้วยการพับหรือม้วนขอบกระโปรง ทำให้โรงเรียนถึงกับต้องจ้างคนให้มาตรวจสอบและควบคุมความยาวของกระโปรงนักเรียน และเป็นเหตุให้นักเรียนหญิงจะดัดแปลงกระโปรงให้สั้นในเวลาหลังเลิกเรียนหรือตอนที่พวกเธอออกไปนอกรั้วโรงเรียนแล้วเท่านั้น โดยความยาวของกระโปรงยังแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่แต่ละเมืองของญี่ปุ่นด้วย

การสวมใส่กระโปรงสั้นของนักเรียนหญิงไม่ได้เกิดจากความต้องการเรียกร้องความสนใจจากเพศตรงข้าม ทว่าเป็น “สไตล์แฟชั่น” และความชอบส่วนบุคคลที่จะได้มีรูปลักษณ์และอิสระในการเคลื่อนไหว ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นเรื่องน่าอายที่จะโชว์เรียวขาเวลาสวมใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นในตอนที่อายุมากขึ้น ดังนั้นการที่พวกเธอใส่กระโปรงสั้นจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสาวและความเยาว์วัย ดังนั้นแม้จะอยู่ในช่วงฤดูหนาว นักเรียนสาว ๆ ก็มักจะอดทนและยินดีที่จะสวมกระโปรงสั้นในแบบที่ตัวเองชอบ ประกอบกับโรงเรียนบางแห่งที่ไม่อนุญาตให้นักเรียนหญิงสวมกางเกง แต่ให้สวมถุงเท้าและกระโปรงยาวแทน เพื่อฝึกความอดทนกับความหนาวเย็น นอกจากนี้ ก็ยังมีความเชื่อที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมเฉพาะตัวของชาวญี่ปุ่นที่เชื่อว่า การใส่กระโปรงยาวอาจสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของเหล่าทายาทมาเฟีย ยากูซ่า หรือผู้มีอิทธิพลที่น่าเกรงขามอีกด้วย

“เกาหลีใต้” กับกระแสนิยมชุดนักเรียนแพงหูฉี่
อีกหนึ่งประเทศที่บรรดาสื่อซีรีส์และภาพยนตร์แทบทุกเรื่องมักจะปรากฏบางฉากบางตอนที่ตัวละครสวมใส่ชุดนักเรียนก็คือประเทศเกาหลีใต้ ที่เป็นเจ้าของชุดนักเรียนดีไซน์สุดทันสมัยจนกลายเป็นภาพจำให้กับคนดูทั่วโลกให้อยากสวมใส่ชุดนักเรียนแบบนั้นตาม แต่ใครจะรู้บ้างว่า ชุดนักเรียนที่เด็ก ๆ ชาวเกาหลีเหนือสวมใส่กันนั้นมีราคาแพงหูฉี่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชุดนักเรียนของประเทศอื่น ๆ

ในเกาหลีใต้ การสวมใส่ชุดนักเรียนถือเป็นกฎระเบียบบังคับเฉพาะช่วงเรียนระดับมัธยม ชุดนักเรียนจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของการย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยระเบียบการแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋านักเรียน บางโรงเรียนก็ต้องมีกฎที่เข้มงวดและข้อบังคับให้ใช้สีเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันหลาย ๆ โรงเรียนมีการผ่อนปรนระเบียบเหล่านี้ เหลือเพียงการสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนเพียงอย่างเดียว

ชุดนักเรียนเกาหลีใต้ เรียกว่า “คโยบก” (교복) โดยโรงเรียนในเกาหลีใต้จะมีเครื่องแบบที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศ 2 แบบคือ ชุดนักเรียนฤดูร้อนที่เรียกว่า “ฮาบก” (하복) และชุดเรียนฤดูหนาวที่เรียกว่า “ทงบก” (동복) ซึ่งชุดฤดูร้อนจะมีราคาอยู่ที่ราว 3,000-4,000 บาท ส่วนชุดนักเรียนฤดูหนาวจะอยู่ที่ราคา 7,000-8,000 บาท ซึ่ง นอกจากชุดนักเรียนที่มีราคาสูงแล้ว ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนของเสื้อกันหนาวหรือเสื้อโค้ทตัวยาวเพิ่มขึ้นมา ที่นับเป็นอีกภาระที่กดดันเหล่าผู้ปกครอง (สำหรับบางครอบครัว) ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ทำให้ชุดนักเรียนเกาหลีใต้มีราคาแพงนั้นมาจากค่าครองชีพในประเทศที่สูง ราคาจึงสูงตามไปด้วย อีกทั้งการเลือกวัสดุที่นำมาใช้ที่ต้องป้องกันอากาศที่หนาวเย็นได้ กันลมได้ดี จึงมีราคาค่อนข้างสูง และการใช้งบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่นิยมจ้างไอดอลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์เสื้อผ้าชุดนักเรียนอย่าง Ivy Club, SK Networks, Elite Basic และ School Looks เพื่อดึงดูดความสนใจเด็กมัธยม ก็ยิ่งส่งผลให้ราคาชุดนักเรียนแพงขึ้นอย่างมากจนกลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสถานะทางการเงิน และส่งผลให้รัฐบาลเกาหลีสั่งแบนการจ้างไอดอลเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชุดนักเรียนเพื่อลดราคาชุดนักเรียนให้ถูกลง แต่ทว่ามาตรการนี้กลับใช้ได้ไม่นาน จึงยังทำให้ปัญหาชุดนักเรียนราคาแพงนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

“จีน” กับปัญหาชุดพละที่นักเรียนไม่ปลื้ม
เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมซีรีส์และภาพยนตร์จีนหลาย ๆ เรื่อง เด็กนักเรียนจีนจึงมักจะแต่งกายด้วยชุดพละกันตลอดแทบทุกตอนและดูเหมือนจะใส่กันทุกวันด้วย ซึ่งต่างกับประเทศไทยที่จะใส่ชุดพละเฉพาะวันที่มีเรียนวิชาพละหรือบางโอกาสเท่านั้น ซึ่งสำหรับประเทศจีน สิ่งที่เรียกว่า “เครื่องแบบชุดนักเรียน” แบบปกติทั่วไปนั้นมีมานานแล้วตั้งแต่ระดับชั้นประถมจนถึงมัธยมปลาย แต่ด้วยเทรนด์การแต่งชุด “เมี่ยนโข่วไต้” หรือ “ชุดพละ” ที่เกิดขึ้นในช่วง 1990 - ต้นศตวรรษที่ 21 กลับทำให้นักเรียนทั้งชายหญิงหันมาสวมใส่ชุดพละกันมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน เพราะด้วยความสะดวกสบายในการเคลื่อนไหวและยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่านักเรียนทุกคนจะชื่นชอบการใส่ชุดพละ เพราะมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยให้ความเห็นเกี่ยวกับชุดพละว่า เป็นชุดที่ไม่สวย ไม่น่าดึงดูด และไม่เหมาะกับนักเรียนผู้หญิง แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้นักเรียนจีนยังนิยมแต่งกายไปโรงเรียนด้วยชุดพละก็เพราะรู้สึกว่า การสวมใส่ชุดนักเรียนนั้นเป็นสิ่งที่แบ่งแยกชนชั้นและฐานะทางครอบครัวได้ชัดเจนมากกว่าการใส่ชุดพละ ขณะที่ยังมีครอบครัวชาวจีนจำนวนมากที่มีรายได้ค่อนข้างต่ำ แต่ชุดนักเรียนที่ทันสมัยและสวยงามมักจะมีราคาแพง ส่งผลให้นักเรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำต้องอับอายที่ไม่มีชุดนักเรียนดี ๆ สวมใส่ บวกกับที่รัฐบาลจีนเองก็พยายามรณรงค์ไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ด้วยการเลือกใช้เครื่องแบบราคาประหยัดในทุกจังหวัดและทุกเมืองของจีนแทน อีกทั้งผู้ปกครองชาวจีนบางส่วนเองก็เชื่อว่า ชุดนักเรียนที่ดูสวยงามเกินไปจะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของนักเรียนไปโฟกัสกับเสื้อผ้าจนอาจทำให้ไม่ใส่ใจและละเลยการเรียนได้ เป็นต้น

ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศจีนก็มีเครื่องแบบชุดเรียนที่สวยงามอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเรียนเช่นกัน แต่จะได้รับความนิยมในกลุ่มนักเรียนโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนมัธยมเอกชนในประเทศจีนมากกว่า ขณะที่โรงเรียนในท้องถิ่นของจีนหลายแห่งยังคงยึดติดและสนับสนุนการให้นักเรียนสวมใส่ชุดพละมาโรงเรียนอยู่

“สหราชอาณาจักร” กับกฎหมายเครื่องแบบนักเรียนที่ช่วยเซฟเงินผู้ปกครอง
นอกจากชุดนักเรียนในฝั่งเอเชียแล้ว ชุดนักเรียนในฝั่งตะวันตกก็ยังมีให้เห็นอยู่ แม้ว่าในหลายประเทศจะยกเลิกการใส่เครื่องแบบนักเรียนไปแล้ว แต่การแต่งเครื่องแบบในสหราชอาณาจักร ทั้งอังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ก็ยังคงดำเนินสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงจะไม่มีกฎหมายบังคับในระดับชาติ แต่ในระดับท้องถิ่นและในแต่ละโรงเรียนเอง ส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกันกำหนดให้มีการแต่งเครื่องแบบนักเรียนอยู่

ซึ่งในสหราชอาณาจักรนั้น หากพูดถึงเครื่องแบบชุดนักเรียนแล้ว ประเด็นเรื่อง “โลโก้” บนเครื่องแบบชุดนักเรียนนับเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปี 2022 ที่ผ่านมา โดยชุดนักเรียนปกติทั่วไป การมีโลโก้ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงชื่อเสียงของโรงเรียนได้ แต่เหล่าผู้ปกครองในเวลส์เชื่อว่า การที่ค่าใช้จ่ายของเครื่องแบบชุดนักเรียนมีราคาแพงนั้นมาจากการที่ต้องมีโลโก้บนเครื่องแบบนั่นเอง เพราะทำให้ต้องซื้อชุดนักเรียนจากซัพพลายเออร์ของโรงเรียนที่มีการตัดเย็บชุดนักเรียนโดยเฉพาะเท่านั้น ไม่สามารถที่จะเลือกจากช่องทางอื่นได้อย่างอิสระ

The Children's Society องค์กรการกุศลเพื่อเด็กแห่งชาติของสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนของผู้ปกครองจำนวน 1,000 คน พบว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องแบบชุดนักเรียนมัธยมโดยเฉลี่ยคิดเป็น 337 ปอนด์ หรือราว 14,395 บาท ขณะที่เครื่องแบบชุดนักเรียนประถมมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 315 ปอนด์ หรือราว 13,455 บาท และค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนที่พวกเขาคิดว่าสมเหตุสมผลสำหรับเครื่องแบบชุดนักเรียนมัธยมควรเป็น 105 ปอนด์ หรือราว 4,485 บาท และ 85 ปอนด์ หรือราว 3,630 บาท สำหรับเครื่องแบบชุดนักเรียนประถม ด้วยค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนที่ค่อนข้างแพง ทำให้เหล่าผู้ปกครองต้องแบกรับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นไปด้วย

จากปัญหาค่าชุดนักเรียนแพง เจเรมี ไมลส์ (Jeremy Miles) รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของสหราชอาณาจักรจึงได้ประกาศข้อเสนอที่นำไปสู่การออกกฎหมายใหม่เพื่อให้ชุดนักเรียนมีราคาถูกลง และโรงเรียนไม่ควรบังคับใช้โลโก้ หรือให้ใช้ “โลโก้เหล็ก” แทน เนื่องจากโลโก้มีส่วนเพิ่มต้นทุนให้กับเครื่องแบบชุดนักเรียนได้ และสิ่งนี้จะช่วยให้ครอบครัวซื้อหาเครื่องแบบชุดนักเรียนต่าง ๆ ได้ในราคาถูกลงจากร้านค้าที่พวกเขาเลือกได้เองแทนที่จะต้องซื้อกับทางโรงเรียนเท่านั้น ทั้งยังสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้ซ้ำด้วยการส่งต่อชุดนักเรียนให้กับเด็กนักเรียนคนอื่นได้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีความคิดเห็นอีกมากมายที่ถูกกล่าวถึงขึ้นมา เช่น การเลิกใช้โลโก้ไม่ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้ทั้งหมด เพราะยังมีค่าใช้จ่ายเครื่องแบบชุดนักเรียนอื่น ๆ ที่ไม่มีโลโก้อยู่แล้ว อย่างเช่นเสื้อเบลเซอร์ กระโปรง กางเกง หรือรองเท้าอยู่ อีกทั้งการซื้อหาชุดนักเรียนจากที่ใดก็ได้ ยังก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมระหว่างนักเรียนที่ซื้อชุดจากร้านดีไซเนอร์หรูกับนักเรียนที่ซื้อจากร้านค้าทั่วไป ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ตามมาได้อีกเช่นกัน

มาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวเบื้องหลังของชุดนักเรียนในความเป็นจริงที่อาจไม่ได้ถูกพูดถึงกันบ้างแล้ว ครั้งหน้าหากมีโอกาสได้ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวหรือฉากตัวละครใส่เครื่องแบบชุดนักเรียนล่ะก็ หวังว่าประเด็นที่เราหยิบยกมาคุยกันเหล่านี้ อาจช่วยทำให้เกิดความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของชุดนักเรียนเหล่านั้นมากขึ้นก็เป็นได้

ที่มา :
บทความ “Korean School Uniforms Overview” โดย Jennifer L. Betts จาก https://www.lovetoknow.com
บทความ “Infographic 66 : ชุดนักเรียนเกาหลี” โดย กชกร สมทรง จาก Facebook: Korean classroom
บทความ “ย้อนดูชุดนักเรียนจีน กับความหมายที่เปลี่ยนไป” โดย จีนไทยนิวส์ จาก https://www.jeenthainews.com
บทความ “Why doesn't China have pretty school uniforms like Korea/Japan?” จาก https://www.quora.com/บทความ “Chinese School Uniforms’ History: Why They Unappealing Now?” โดย Sunica Du จาก https://sunicadesign.com
บทความ “These Chinese School Uniforms Have Korean Students Super Jealous” โดย Koreaboo จาก https://www.koreaboo.com
บทความ “Why are school uniform dresses and skirts so short in Japan?” จาก https://www.quora.com
บทความ “Why Are Japanese School Uniforms So Short? Aren’t They Cold in Winter?” โดย Guidable Writers จาก https://guidable.co/
บทความ “SHORT SKIRT IN JAPANESE SCHOOL UNIFORM” โดย KEVIN จาก https://skdesu.com/
บทความ “DO JAPANESE STUDENTS WEAR SHORT SKIRTS IN WINTER?” โดย KEVIN จาก https://skdesu.com/
บทความ “School uniform logos could be scrapped in bid to make clothes more affordable amid cost of living crisis” โดย Isabella Boneham จาก https://www.nationalworld.com
บทความ “New school uniform law explained - it could save parents hundreds of pounds” โดย Levi Winchester จาก https://www.mirror.co.uk
บทความ “Cost-of-living crisis: School uniform logos could be ditched in Wales” โดย Kate Buck จาก https://www.yahoo.com
บทความ “Welsh Government to consider changes to school uniform policies that could save parents hundreds” โดย Will Hayward จาก https://www.walesonline.co.uk
บทความ “Parents back plan to ditch school uniform logos” โดย Elizabeth Thomas จาก https://www.walesonline.co.uk

เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

ไฉน “หลิวปัง” ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้นำแบบ “ร่วมทุกข์ได้ ร่วมสุขไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

สมเด็จพระพันวัสสา ทรงมีพระนามมาก ถึงกับรับสั่งว่า “จนจะจำชื่อตัวเองไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

เหตุใด จอมพล ป. หนุนการสร้าง “พระบรมรูปรัชกาลที่ 6” ที่สวนลุมพินี?

ศิลปวัฒนธรรม

เออิอีดอู๊ด! เสียงไก่ขัน มีหลายแบบ? สำรวจเสียงไก่ในชาติต่างๆ โดย เสฐียรโกเศศ

ศิลปวัฒนธรรม

กำเนิด “ลูกชุบ” สมัยอยุธยา ต้นตำรับใช้อัลมอนด์ ไม่ใช่ถั่วเขียว!

ศิลปวัฒนธรรม

“เจดีย์ประธาน” วัดใหญ่ชัยมงคล ไม่ได้สร้างสมัยสมเด็จพระนเรศวร!?

ศิลปวัฒนธรรม
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...