โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หน้าบันวัดเบญจมบพิตร 14 ด้าน สะท้อนคติอะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 04.07 น.
พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตร (ภาพจาก หนังสือ : พระพุทธชินราช ในประวัติศาสตร์สมบูรณาญาสิทธิราชย์), สงวนลิขสิทธิ์ภาพ

ถอดความหมายหน้าบันวัดเบญจมบพิตรทั้ง 14 ด้าน สะท้อนคติรัฐสมัยใหม่ยุครัชกาลที่ 5

หน้าบันวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร มีความพิเศษแตกต่างจากวัดอื่น ๆ เพราะแฝงคติเรื่องรัฐสมัยใหม่ยุครัชกาลที่ 5 เข้าไปผสมผสานอย่างลงตัว

โดยหน้าบันภายในวัดมีทั้งหมด 14 ด้าน แบ่งออกเป็น หน้าบันพระอุโบสถ 4 ด้าน และหน้าบันพระระเบียง 10 ด้าน

หน้าบันพระอุโบสถ ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นการนำตราพระราชลัญจกรที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ประทับสั่งว่าราชการ 4 แบบ มาเป็นต้นแบบของลวดลายบนหน้าบันพระอุโบสถทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย พระครุฑพ่าห์, มหาอุณาโลม, ไอยราพต และจักรรถ

หน้าบันพระระเบียง ออกแบบโดยพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นวรวัฒน์สุภากร เป็นการนำตราประจำกระทรวงต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 มาประยุกต์กลายเป็นลวดลายใหม่บนหน้าบันพระระเบียงทั้ง 10 ด้าน

หากเริ่มจากทิศใต้มุขตะวันออกเวียนไปทางขวา จะมีลำดับดังนี้ 1. ตราราชสีห์ – กระทรวงมหาดไทย 2. ตราพระยมทรงสิงห์ – กระทรวงนครบาล 3. ตราพระสุริยมณฑล (ใหญ่) มีนกยูงรำแพนอยู่ท้ายรถที่เทียมราชสีห์ – กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ 4. ตราพระเพลิงทรงระมาด – กระทรวงธรรมการ 5. ตราบัวแก้ว – กระทรวงต่างประเทศ

6. ตราพระพิรุณทรงนาค – กระทรวงเกษตราธิการ 7. ตราพระรามทรงรถ – กระทรวงโยธาธิการ 8. ตราจันทรมณฑล – กระทรวงยุติธรรม 9. ตราพระราม (?) ทรงยักษ์ – กระทรวงวัง (แบบเดิมก่อนจะปรับปรุงเป็นตรามหาเทพทรงนนทิกร) 10. ตราคชสีห์ – กระทรวงกลาโหม

ศาสตราจารย์ ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิเคราะห์ไว้ว่า หน้าบันวัดเบญจมบพิตรเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนแนวคิดการเมืองการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

สำหรับหน้าบันพระระเบียงที่มาจากตราสัญลักษณ์ทั้ง 10 กระทรวงนั้น กระทรวงเหล่านี้ก็เป็นระบบการบริหารราชการแผ่นดินแบบใหม่ที่มีการแบ่งกรมกองและหน้าที่ในการทำงานตามแบบตะวันตก กระทรวงต่าง ๆ ยังสะท้อนการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจสู่ส่วนกลางและสู่องค์พระมหากษัตริย์

ศาสตราจารย์ ดร. ชาตรี กล่าวว่า “แม้ว่าถ้าดูโดยทั่วไปภาพวาดลวดลายเหล่านั้นจะเป็นเพียงรูปเทพเทวดาต่าง ๆ อันชวนให้คิดว่าเป็นการสะท้อนเรื่องราวในคติความเชื่อแบบเก่าที่อิงอยู่กับเทพเทวดา ตำนาน และความเชื่อต่าง ๆ ในไตรภูมิ แต่แท้จริงแล้วลวดลายหน้าบันเหล่านี้มิได้สร้างขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายในการสะท้อนความเชื่อแบบดั้งเดิมแต่อย่างใด”

ดังนั้น พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์จึงถูกสะท้อนผ่านพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร โดยใช้สัญลักษณ์บนหน้าบันพระอุโบสถทั้ง 4 ด้านเป็นสื่อแสดงถึงการประทับสั่งว่าราชการต่าง ๆ และใช้สัญลักษณ์บนหน้าบันพระระเบียงทั้ง 10 ด้านเป็นสื่อแสดงถึงการบริหารราชการแผ่นดินในรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสมัยรัชกาลที่ 5

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชาตรี ประกิตนนทการ. พระพุทธชินราช ในประวัติศาสตร์สมบูรณาญาสิทธิราชย์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2551.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หน้าบันวัดเบญจมบพิตร 14 ด้าน สะท้อนคติอะไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...