โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“สุกี้” นายกองมอญของอยุธยา แต่ “แปรพักตร์” ไปเข้ากับพม่า

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 เม.ย. 2568 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 02.35 น.
สงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ภาพจิตรกรรมฝาผนังจัดแสดงภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

สุกี้ นายกองมอญของอยุธยา แต่แปรพักตร์ไปเข้ากับพม่า

สุกี้ คือ“เจ้าทองสุก” ผู้นำชุมชนชาว “มอญ” ค่ายโพธิ์สามต้นในสงคราม เสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 มีบทบาทในการพิชิตค่ายบางระจัน และดูแลพื้นที่กรุงเก่าหลังกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย

“สุกี้” ตรงกับคำว่า“ชุกคยี”ในภาษาพม่า แปลว่า “นายกองใหญ่” หรือ “พระนายกอง” ในภาษาไทย เป็นคำเดียวกับ “ซุ่งหยี”ในเอกสารจีน ซึ่งเพี้ยนจากชุกคยีอีกที และใช้เรียกบุคคลเดียวกัน

เจ้าทองสุกได้รับยศ “ชุกคยี” หรือสุกี้ จากเนเมียวสีหบดีแม่ทัพของพระเจ้ามังระกษัตริย์พม่า ผู้บัญชาการรบในสงครามปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2309-2310

ทั้งนี้ ในระบบการปกครองสมัยอยุธยา มีการแต่งตั้งขุนนางตำแหน่ง “นายกอง” ทำหน้าที่ดูแลและควบคุมคนในชุมชน โดยเฉพาะชุมชนลาวกับชุมชนมอญที่มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสมัยอยุธยาตอนปลาย ดังนั้น ก่อนเจ้าทองสุกจะเป็นนายกองของกองทัพพม่า คนผู้นี้คือ “นายกองมอญ” ของฝ่ายอยุธยา “สุกี้” จึงไม่ใช่นายกองพม่าที่เพิ่งถูกแต่งตั้ง

บันทึกของ นิโกลาส์ แชรแวส(Nicolas Gervaise) บาทหลวงชาวฝรั่งเศส กล่าวถึงสาเหตุการมีตำแหน่ง “นายกองมอญ” ไว้ว่า

“โดยที่คนเหล่านี้ (คนลาวและมอญ-ผู้เขียน) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เกรงว่าเมื่อรวมกำลังกันเข้าแล้วจะก่อความกระด้างกระเดื่องขึ้น จึงได้จัดแจกแยกย้ายให้อพยพไปอยู่ที่ต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร พระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้งนายกองให้คอยไปดูแลควบคุมความประพฤติและจัดระบบการปกครองให้เป็นไปตามกฎหมายของบ้านเมือง”

“…คนลางคนเหล่านี้มีพื้นเพดั้งเดิมเป็นคนลาวและคนมอญ ซึ่งคนสยามจับเป็นเชลยศึกและกวาดต้อนเข้ามาในราชอาณาจักร”

หลักฐานทางโบราณคดีและศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนมอญในย่านเก่าของเมือง ชาวมอญไม่เพียงเป็นประชากรหลักของราชธานีกรุงศรีอยุธยา แต่รวมถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย

สำหรับค่ายโพธิ์สามต้น แม้จะเรียกว่าค่าย แต่บริเวณนี้คือชุมชนชาวมอญ อนึ่ง เข้าใจว่า “ค่าย” ใช้เรียกอาณาเขตชุมชนยามปกติที่มิได้อยู่ในห้วงสงครามด้วย เช่น ค่ายโปรตุเกส ค่ายญี่ปุ่น ก็คือ หมู่บ้านโปรตุเกส หมู่บ้านญี่ปุ่น นั่นเอง

เมื่อพระเจ้าอลองพญายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาในต้นสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ปรากฏชื่อ “ค่ายโพธิ์สามต้น” เป็นสถานที่ตั้งทัพของทัพหน้าพม่า จากจุดนี้ กองทัพพม่าสามารถตีทัพของขุนนางจีนฝ่ายอยุธยาแตกพ่ายถอยไป ก่อนจะยกมาตั้งอยู่ที่วัดหน้าพระเมรุและวัดหัสดาวาส จึงเชื่อได้ว่าชาวมอญแห่งโพธิ์สามต้นอาจเข้ากับฝ่ายพม่าตั้งแต่นั้น

นายกองมอญมีหน้าที่ควบคุมชาวมอญให้อยู่ในระเบียบบ้านเมือง แต่หากเป็นผู้นำการละเมิดเสียเอง ย่อมสร้างความเสียหายไม่น้อย เพราะขนาดและศักยภาพของชุมชนชาวมอญนั้นมีมาก นอกจากชาวจีนแล้ว มอญคือกลุ่มชนที่ตั้งถิ่นฐานกุมเส้นทางคมนาคมทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจการค้าทั้งในและนอกราชอาณาจักร

จึงไม่น่าแปลกใจว่า เหตุใดชาวมอญกลายเป็นชาติพันธุ์ที่มีบทบาทต่อการดำรงอยู่หรือล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพม่าเองเล็งเห็นประโยชน์จากเรื่องนี้ แล้วอาศัยความใกล้ชิดทางภาษาและวัฒนธรรมดึงมอญมาเป็นพันธมิตรในสงครามปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา

อย่างไรก็ดี นอกจาก มอญ ที่เป็น “กบฏ” ต่ออยุธยา หรือแปรพักตร์ไปเข้ากับพม่า ยังมีกลุ่มที่อยู่ข้างอยุธยา และร่วมทำศึกต่อต้านพม่าอย่างกล้าหาญ เช่น กลุ่มของ หลวงเถกิง พระบำเรอภักดิ์ พระยาเกียรติ พระยาราม และชาวมอญจากบ้านสามโคก บ้านป่าปลา และหัวรอ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์ และโมโมทาโร่. (2566). Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัตน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน.

นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2540). การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 กันยายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สุกี้” นายกองมอญของอยุธยา แต่ “แปรพักตร์” ไปเข้ากับพม่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...