ตร.พบข้อมูล “หมิงเฉิน ซัน” เชื่อมโยงสแกมเมอร์กัมพูชา
วันนี้ (12 พ.ค.2569) ความคืบหน้าการขยายผลสืบสวนสอบสวนคดีของ หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนในคดีเกี่ยวกับอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และความมั่นคง หลังตำรวจตรวจค้นพบอาวุธจำนวนมาก ภายในบ้านพักและรถยนต์ในพื้นที่ จ.ชลบุรี
พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการขยายผลเส้นทางทางการเงิน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และประวัติการสื่อสารจากโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบพฤติการณ์สะสมอาวุธตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 มูลเหตุสำคัญของการสะสมอาวุธเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ระหว่างเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล รวบรวมพยานหลักฐาน หาความเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีธนาคาร และบัญชีสกุลเงินดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หลายสิบล้านบาท ซึ่งแนวทางการสืบสวนยังเชื่อว่า มีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังผู้ต้องหา ที่ต้องขยายผลเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่พบว่า นายเหมิงเฉินซัน ไปฝึกยุทธวิธีและการใช้อาวุธ กับหน่วยฝึกทหารของประเทศกัมพูชาด้วย รวมถึงการได้มาของอาวุธปืน และการดัดแปลงเสื้อเกราะติดวัตถุระเบิด จากของกลางที่พบยังไม่มีพยานหลักฐานชี้ชัดหรือบ่งชี้ว่า ตัวผู้ต้องหาจะก่อเหตุกับประชาชนคนไทย หรือมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทยแต่อย่างใด
แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งหน่วยงานในความรับผิดชอบสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่า จะเป็นแหล่งที่มาของอาวุธ การจัดหา การดำเนินการเส้นทางการเงินตลอดจนผู้ที่มีส่วนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในทุกด้านกับนายหมิงเฉิน ซันอย่างละเอียด
ส่วนประเด็นการจดบริษัทรับเหมาประเภทธุรกิจ ระบุเป็นรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ร่วมกับอดีตภรรยาตั้งแต่ปี 2564 และใช้บ้านพักในพื้นที่เขตคลองสามวาจดทะเบียนนั้น จะมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ได้สั่งให้ขยายผลเรื่องนี้ด้วยแล้ว พร้อมตรวจสอบเรื่องการจัดหาคนงาน ลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลของการจดทะเบียนสมรส เพื่อหาความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดทั้งหมด สำหรับสถานะการเข้าประเทศ พบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้าไทยอย่างถูกต้อง โดยถือวีซ่าประเภท หรือ Privilege Entry Visa (PE) สำหรับกลุ่มผู้มีกำลังทรัพย์ และมีสถานะพำนักระยะยาวในประเทศเกาหลีใต้
จ่อคัดกรองต่างชาติ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำคดีนี้มาทบทวนมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติ โดยจะเสนอให้เชื่อมข้อมูลด้านความมั่นคงกับหน่วยงานพิจารณาออกวีซา และอาจใช้ระบบประเมินความเสี่ยงชาวต่างชาติในอนาคต เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มอาชญากรรมใช้สิทธิพิเศษเข้าประเทศ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า แม้คดีจะเริ่มต้นจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ แต่การขยายผลจับกุมเกิดจากไหวพริบของตำรวจชุดแรกที่เข้าตรวจสอบเหตุ และพบความผิดปกติจนสามารถขยายผลทลายคลังอาวุธได้สำเร็จ จนนำไปสู่การดำเนินคดี กับผู้เกี่ยวข้องแล้วในขณะนี้ 6 คน
ส่วนการได้มาของอาวุธปืนสวัสดิการตำรวจ ก็อยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งหากพบมีการกระทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษทางวินัย และดำเนินคดีทางอาญา
ส่วนกรณีผู้ต้องหามีอาการป่วย จนต้องถูกส่งตัวรับการรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองพัทยา เมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.2569) ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ควบคุมและดูแลผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
“สำนักข่าวกรองฯ” ยืนยัน “หมิงเฉิน ซัน” โยงแก๊งค์สแกมเมอร์
นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ ในระดับหัวหน้าสั่งการว่า เรื่องนี้ตนพูดไม่ได้มาก แต่ก็คล้าย ๆ ในลักษณะนั้น
เมื่อถามย้ำว่า มีความเชื่อมโยงกับทุนเทาสแกมเมอร์ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็ยอมรับว่า มีความเชื่อมโยง
อ่านข่าว :
“กัมพูชา” แถลง ปฏิเสธ “หมิงเฉิน ซัน” เชื่อมโยง BHQ
รมว.ยธ.เผย “หมิงเฉิน ซัน” ช็อกจนต้องส่ง รพ.ล่าสุดปลอดภัยแล้ว
หาม "หมิงเฉิน ซัน" ส่งโรงพยาบาล ชักเกร็งระหว่างนำตัวเข้าคุก
สะเทือนใคร "หมิงเฉิน ซัน" ซุกคลังแสง จีนเทาในเงามืด ?
แจ้งข้อหา "ค้าอาวุธ" ทหารเรือ-พลเรือน โยงขายอาวุธสงครามให้ชาวจีน
ตร.สอบเส้นทางเงินคดี "หมิงเฉิน ซัน" ยังไม่สรุปก่อการร้ายหรือไม่
รู้จัก "บัตรสีชมพู" ใครบ้างที่ต้องมีติดตัว กับเรื่องที่ควรรู้
ผบช.น.ชี้ซื้อขาย "ปืนสวัสดิการ" เข้าข่ายผิดเงื่อนไข หลังอยู่ในมือ "หมิงเฉิน ซัน"
ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธ ของคนในเครื่องแบบ
ตร.เผย "เฉิงเจ้า หวู" ได้สัญชาติไทยถูกต้อง เจ้าตัวยันไม่รู้จักชายจีนซุกอาวุธ
อธิบดีกรมการปกครอง สั่งเร่งตรวจสอบทะเบียนราษฎร 2 ชาวจีน