โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบสาวแสบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายเฉียด 3 ล้าน พบประวัติเคยหลอกพาคนทำงานต่างแดน

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รวบสาวแสบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายเฉียด 3 ล้าน พบประวัติเคยหลอกพาคนทำงานต่างแดน
กองกับการกองบังการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) โดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ. และ ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาว สุข (นางสมมุติ) กระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน,ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด” ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 8 เมษายน 2568 จับกุมได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกมิจฉาชีพหลอกให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ “Shopping Center” เพื่อลงทะเบียนเปิดร้านค้าออนไลน์ โดยคนร้ายอ้างว่าหากมียอดขายแล้วต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อ “เปิดการมองเห็นร้านค้า” และทำการสต็อกสินค้าเพื่อทำกำไร ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปรวม 11 ครั้ง เข้าบัญชีต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบัญชีของ นางสาว สุข (นางสมมุติ) ที่มียอดโอนเงินสูงถึง 1,021,118.80 บาท ในคราวเดียว จากยอดความเสียหายรวมในคดีนี้กว่า 2.9 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าภาษีเพื่อถอนเงินทั้งหมดออกจากระบบ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถถอนเงินได้จริง พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหานี้ไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ.ฯ ได้สืบทราบว่า นางสาว สุข (นางสมมุติ) ผู้ต้องหานี้จะมีการเดินทางมาจากจังหวัดทางภาคใต้ โดยใช้รถโดยสารสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมฯ จึงวางกำลังตรวจสอบพื้นที่จุดจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร พบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณฯ ตรงตามหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ฯ พร้อมทั้งได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดูและตรวจสอบจนเป็นที่พอใจ โดยยอมรับว่าตนเองคือ นางสาว สุข (นางสมมุติ) เป็นบุคคลตามหมายจับนี้ มีชื่อที่อยู่ เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้จับกุม พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ นำตัวไปทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า นางสาว สุข (นางสมมุติ) ยังมีหมายจับติดตัวของ สภ.เมืองราชบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บุญชีธนาคารโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด” โดยพฤติการณ์ในคดีนี้คือ การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกลวงประชาชนว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้ เหยื่อในคดีราชบุรีถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและโอนเงินค่าดำเนินการเข้าบัญชี นางสาว สุข (นางสมมุติ) จำนวน 10 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 852,000 บาท เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การว่าเคยไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา ได้รับเงินเดือนๆ ละ 18,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...