โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TNP หุ้นไกลปืนเที่ยงที่ยั่งยืน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ราคาหุ้นที่ซื้อขายบนกระดานของหุ้นค้าปลีกบริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ที่ปักหลักที่เชียงราย ดินแดนเหนือสุดของประเทศ ยังคงย่ำอยู่ที่ฐานต่ำที่แถว ๆ 5.15 บาท เมินต่อเสียงเชียร์ให้ซื้อของนักวิเคราะห์ที่ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 6.40 บาท เนื่องจากคาดหมายว่าจะทำกำไรได้สวยงามอีกครั้ง หลังจากที่ที่เซอร์ไพร้ส์มาทั้งปี โดยคาดว่าจะมีกำไรไตรมาสสุดท้ายทิ้งทวนที่ 51 ล้านบาท

หากเป็นตามคาดว่าจะมีกำไรดังที่นักวิเคราะห์คาดหมายปี 2564 จะเป็นปีที่ทำสถิติใหม่ทั้งยอดขาย และกำไร สวยงามอีกครั้ง โดยจะมีกำไรสุทธิประมาณ 187 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิสูงเกือบ 8%

กำไรที่เติบโตสวนทางกับร้านค้าปลีกอื่น ๆ สะท้อนว่า ผู้บริหารบริษัทนี้ จัดจุดเด่นของภัยจากโควิด-19 ได้อย่างชาญฉลาด สามารถเพิ่มยอดขายได้มากจากการแปลงวิกฤตเป็นโอกาส มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยสาขาเดิมก็สามารถทำกำไรมากขึ้นจาก 1) ขยายสาขาเพิ่มขึ้น และความสามารถในการต่อยอดของธุรกิจจากธุรกรรมใหม่ ๆ ได้ดี นอกเหนือจากการหาจังหวะจากบัตรสวัสดิการของรัฐที่หนุนให้ยอดขายเติบโตขึ้น

ในปี 2565 นี้ TNP ยังคงมีความคึกคักจากยอดขายและกิจกรรมเสริมสร้างโอกาสที่เข้ามา เช่นล่าสุดจับมือกับพันธมิตรใหม่ที่ไม่ขัดแย้งกันอย่างกลุ่มธุรกิจแฟลช เพื่อให้สาขาของTNP เปิดจุดส่งพัสดุ (Drop Off) จำนวน 38 สาขาทั่วภาคเหนือตอนบน เพื่อให้การขยายธุรกิจเป็นไปตามทิศทางของ แฟลช เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งสัญชาติไทยแบบครบวงจร สตาร์ทอัพไทยรายแรกที่ก้าวสู่ยูนิคอร์นระดับสากล ที่ได้วางเป้าหมายขยายช่องทางการให้บริการขนส่งพัสดุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ความสำเร็จจากการเปิดสาขาใหม่นอกเชียงราย ภายใต้คอนเซ็ปต์  "ธนพิริยะ ราคาถูกจริง ช้อปปิ้งถูกใจ อยู่ใกล้บ้าน” ที่ทำให้ TNP ในปีที่ผ่านมาเปิดสาขาใหม่จำนวน 6 สาขา ทำได้เกินกว่าเป้าหมาย โดยปัจจุบัน TNP มี 38 สาขา ครอบคลุม 3 จังหวัดโซนภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จ.เชียงราย 30 สาขา จ.เชียงใหม่ 3 สาขา และจ.พะเยา 5 สาขา

สาขาที่เพิ่มมากขึ้นและการจับมือกับพันธมิตรในการทำธุรกิจใหม่น่าจะทำให้ยอดขาย  และกำไรของ TNP เติบโตเร็วกว่าต้นทุนการขยายเครือข่ายค้าปลีกที่ยังมีช่องทางเติบโตต่อไปได้อีก

ผลประกอบการได้ดีเกินกว่าจะบอกว่า “เฮง” ดังที่ได้กล่าวมานั้น เกิดจากเบื้องหลังความสำเร็จที่น่าอิจฉา ของกลยุทธ์ที่นักการตลาดระดับโลกรู้จักกันในนามของ “focusing” อย่างแท้จริง

TNP มีฐานรากจากธุรกิจค้าปลีกที่เชียงราย เข้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2558 แล้วใช้เงินที่ระดมทุนได้อย่างแน่วแน่ เจาะช่องโหว่ของตลาดค้าปลีกชนิดไม่หวั่นกลัวการรุกข้ามถิ่นของค้าปลีกประเภท “คอนวีเนียนสโตร์” จนสามารถขยายสาขาของตนเองโดยไม่มีการเติบโตด้วยแฟรนไชส์

ล่าสุดสามารถรุกเจาะตลาดค้าปลีกในเขต 3 จังหวัดอย่างต่อเนื่องในตลาด “ปราบเซียน” อย่างเชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ ……ที่น่าสนใจอยู่ตรงที่การขยายตัวและพุ่งขึ้นของยอดขาย ไม่ได้ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร แต่กลับเพิ่มขึ้น

จากอัตรากำไรสุทธิในปี 2559 ที่ระดับ 3.82% มาสิ้นไตรมาสสามของปีก่อนที่ระดับ 7% เกิดจากความสามารถเติบโตของกำไรที่สูงกว่ายอดขายด้วยการดำเนินงานปกติล้วน ๆ มาจากสามีภรรยาผู้บุกเบิกตลาดค้าปลีกแบบนี้อย่างนายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ และนางอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ ที่นำพาให้ธุรกิจครอบครัวพ้นจากสภาพเดิมเป็นบริษัทมหาชนตามเจตจำนงที่ตั้งเอาไว้ ไม่มีว่อกแว่ก

หนี้น้อย เพราะบริษัทไม่เน้นการสร้างสินทรัพย์ด้วยหนี้ แถมยังรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ได้ต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหนี้การค้าสบายใจว่าได้รับเงินสดแน่นอน อย่างนี้ แม้จะมีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับต่ำกว่า 10% ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทมีปัญหาอะไร

คำอธิบายของนายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ TNP ที่ว่า ยอดการเติบโตที่งดงาม มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม 12.50% รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายรวมจากการขยายสาขาของบริษัทฯ โดยในปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายสาขาจำนวนเกินเป้า

ประเด็นที่ผิดคาดคือ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงไตรมาส 1/2563 ถึงปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา กลับส่งผลบวกให้ยอดขายในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 สูงขึ้นจากการที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าล่วงหน้าในช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นสถานการณ์ส้มหล่นที่นอกเหนือคาดหมาย

ความสำเร็จต่อ ๆ มา ไม่ได้ทำให้ TNP หยุดยั้ง เพราะทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศจะได้รับผลกระทบในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ร้านธนพิริยะอยู่ในกลุ่มร้านค้าปลีกที่ยังคงเปิดให้บริการ และลูกค้าหลักของบริษัทฯ ไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยว แต่เป็นกลุ่มลูกค้าในพื้นที่

ยอดขายเพิ่มขึ้น จากการซื้อสินค้าเพื่อใช้อุปโภคบริโภคของประชาชนเขตท้องถิ่นเฉพาะในจำนวนที่มากกว่าปกติ ส่งผลให้โดยรวมแล้วของ TNP ยังคงมียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะสามารถทำให้มาตรการเพิ่มจุดคัดกรองแก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมทั้งทำความสะอาดร้านค้า และอุปกรณ์ภายในร้านทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้อย่างไร้กังวล

ธุรกิจที่ผู้บริหารไม่ว่อกแว่กกับเกมการเงินจนเกินกำลัง แต่รู้จุดเด่นของตนเองอย่าง TNP น่าสนใจไม่น้อย เมื่อมองเห็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ปัญหาประการเดียวของหุ้นขนาดเล็กแบบนี้คือเรื่องที่นักวิเคราะห์มักจะมองข้ามเสมอ เพราะมีขนาดเล็กในแง่มูลค่าการตลาด แต่สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นที่เติบโตต่อเนื่องมีอนาคตดี  ทำให้ค่าพี/อีที่ต่ำกว่า 20 เท่า ต่ำกว่าระดับปกติ ถือว่าหากไม่ได้ซื้อลงทุน ถือว่าพลาดไปพอสมควร

การที่ราคาหุ้น TNP ย่อตัวลงมากลับเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนตาแหลมที่รู้จักเลือกซื้อหุ้นที่มีศักยภาพในราคาต่ำ ที่เป็น “ของดีที่ถูกมองข้าม

ยามนี้แหละที่จะมีโอกาสเก็บของดีราคาต่ำก่อนจะต้องชะเง้อหากราคาหุ้นทะยานฟ้าหลังงบการเงินออกมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...