สยบศึกเมืองภูเก็ต เบื้องหลัง "งัดข้อ" เด็กนายเปิดวอร์ใหญ่ "ท้าชน"
ปิดฉากแล้วในที่ประชุมครม. ภายใต้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย วันนี้ (16 มิ.ย.2569) มีมติโยกสลับ “นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” หรือ “ผู้ว่าเซมเบ้” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วขยับ “นายโชตินรินทร์ เกิดสม” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปนั่งตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทน หลังเกิดปัญหาขัดแย้งระหว่าง “พ่อเมือง” และ “รองพ่อเมือง” ในจังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งย้าย 5 รองผวจ. แล้วเด้ง รองผวจ.ภูเก็ต 2 คน ไปจังหวัดอื่น เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยปลัด มท. เซ็นคำสั่งที่ 1483/2569 กระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 มิ.ย.2569 มีคำสั่งย้ายข้าราชการ 5 ราย ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น (ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) กำหนดให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งในวันที่ 16 มิ.ย.2569 ประกอบด้วย
นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
นายธีรศักดิ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็น รองผู้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช
ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็น รองผู้ว่าการราชการจังหวัดภูเก็ต
ขณะที่นายอนุทิน ให้เหตุผลการย้ายคู่ขัดแย้งออกจาก จ.ภูเก็ตด้วยกันทั้งคู่ คือให้ “นายนิรัตน์” ผู้ว่าเซมเบ้” มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายธีรศักดิ์ “รองซีฟู้ด” ไปเป็นรองผวจ.เมืองคอน ด้วยเหตุผลว่า เอาคนทำงานร่วมกันไม่ได้ออก
“ภูเก็ตก็มีหลายเรื่อง …ผมลงไปดำเนินการสองสามวันก็ยังไม่ดีขึ้น พอมีอะไรขึ้นมา ก็มีการแฉนั้นแฉนี่ มันทำงานกันไม่ได้หรอกแบบนี้ เราก็ต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกัน เอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ ไปทำงาน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล
แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่ยอมให้เกิดประเด็น เช่น การบุกยึดที่ดินชายหาดไล่ชาวบ้าน ข่มขู่ มาเฟีย ต่าง ๆ นานา และแอบอ้างกันอะไรเช่นนี้ แล้วจะให้ผมรอรับฟังรายงานว่า ขอเวลาอีก 9 เดือนไปสืบสวนสอบสวนตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ผมก็มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ช่วงนี้มีปัญหาเยอะ ต้องเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด” นายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่ง หลังการประชุมครม.
เบื้องหลังความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารในจ.ภูเก็ต ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่ถูกซุกถูกซ้อนหมักหมมมายาวนาน โดยมีผลประโยชน์ล่อตาล่อใจจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีการวัดพลังระหว่างเด็กนาย ที่ต่างฝ่ายต่างมี “แบ็ค” คอยหนุนหลัง แม้การประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ที่นายอนุทิน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสําคัญ เมื่อวานนี้ ( 15 มิ.ย.2569) ช่วงหนึ่งจะบอกว่า
“คนพูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน รองผู้ว่าฯ จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่า ฯ มท.1 ก็นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากรู้…หากมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนใด ไปกล่าวอ้างว่า มีอำนาจเหนือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือสามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก็ถือว่า "ดูตลกเชิญยิ้ม"”
แต่เพียงข้ามคืน รุ่งเช้าตำแหน่งผวจ.ภูเก็ต ที่ ผู้ว่าเซมเบ้ “นายนิรัตน์” นั่งอยู่ กลายเป็นอดีต แม้จะได้ขยับในระนาบเดียวกันก็ตาม คือ ซี 10 ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือบริหารสูง
ในอดีตผู้ว่าฯเซมเบ้ เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมการปกครอง สมัยนายภูมิธรรม เวชยชัย ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย และย้ายมาเป็น ผู้ว่าฯภูเก็ต ในสมัยที่นายอนุทิน กลับมาเป็นรมว.มหาดไทย อีกรอบ
ท่ามกลางสัญญาณก่อนหน้านี้ มีการแชร์ข้อความผ่านต่าง ๆ ผ่านเพจเมืองภูเก็ตว่อนโลกโซเชียล ในหลายข้อความ เช่น "รองซีฟู้ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับรองฯ ซีฟู้ดใครไปก่อนกัน แบ็คใครใหญ่กว่ากัน"
บริเวณหลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุก "ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ เหมือนหมาหวงชามข้าว ถูกทีมงานรองฯ บุกรุก" "ตั้งคำถาม คนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุกหาด คิดหรือว่าประชาชนจะไม่รู้ผลประโยชน์"
อย่างไรก็ตาม สำหรับรองผวจ.ภูเก็ต ที่ถูกพาดพิงนั้น มี 2 คน ทั้ง “รองกุ้ง” นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ “รองกุ้ง” นายอดุลย์ ชูทอง แต่กลับเป็นที่รับรู้ว่าภายในพื้นที่ว่า ผู้ที่ถูกเรียกว่า “รองซีฟู้ด” หรือ “รองกุ้ง” นั้น คือ นายธีรพงศ์”
ขณะที่ นายโชตินรินทร์ พ่อเมืองคนใหม่ จ.ภูเก็ต หากยังจำกันได้ เคยเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และเคยทำหนังสือถึงนายอำเภอเมืองสงขลา ขอความอนุเคราะห์อำนวยความสะดวกให้ "นายเดชอิศม์ ขาวทอง" รมช.มหาดไทย (ในขณะนั้น) ซึ่งเดินทางมาราชการในพื้นที่จังหวัดสงขลา) เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2568 แม้ภายหลังจะปฏิเสธว่า เอกสารดังกล่าวไม่ใช่หนังสือราชการจริง
นายโชตินรินทร์ ไม่ใช่สิงห์ดำ หรือ สิงห์แดง แต่จบปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์สหกรณ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นชาวอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
ส่วนนายนิรัตน์ หรือ ผู้ว่าเซมเบ้ เป็นสิงห์ดำ จบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 44 และยังเป็นรุ่นน้องของ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ หรือ “ปลัดป๊อบ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็น “สิงห์ดำรุ่น 42”
“เราต้องการคลี่คลายปัญหา บางทีเหมือนตอนที่เราใส่รองเท้า แล้วมีเม็ดทรายอยู่ในรองเท้า เราลําบากที่จะแก้มัน บางทีเราก็ต้องถอดมันออกมา เพื่อจัดสวมเข้าไปใหม่ คนที่ไปใหม่ เขาไม่เคยเห็นในพื้นที่เขาก็จะใช้ประสบการณ์เข้าไปแก้ปัญหา โดยที่เขาไม่เคยอยู่ในพื้นที่มาก่อน คนที่อยู่เก่ารู้ปัญหา แต่ปัญหาไม่คลี่คลายสักที” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
และยืนยันว่า การย้ายทั้งหมดไม่มีเรื่องผลประโยชน์อะไรเลย สิ่งเดียวที่สําคัญที่สุด เพื่อให้การบริหารราชการที่จังหวัดภูเก็ต ต้องเดินหน้าต่อไปได้ และสิ่งที่มีปัญหาอยู่ต้องคลี่คลายโดยเร็วที่สุด จึงมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งนายนิรัตน์ เป็นผู้ว่าฯที่มีความอาวุโสและรู้ปัญหา แต่บางทีปัญหามันยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ และมีรองผู้ว่าที่อาจจะไม่เข้าทีมกัน จึงต้องมีการเปลี่ยนยกทีม และเอาทีมใหม่เข้าไป เพื่อให้การแก้ปัญหาลุล่วงแค่นั้นเอง
แม้จะเป็นที่รับรู้กันโดยนัยในหมู่สิงห์คลองหลอดว่า การสลับโยกตำแหน่งภายในกระทรวงมหาดไทย ทุกครั้งจะจัดเป็นเพียง “ปาหี่” ทางการเมืองเท่านั้น หากพิจารณาจากจังหวัดที่มีสลับตำแหน่ง ในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สงขลา สมุทรสาคร ก็เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง และไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในจังหวัดเท่านั้น เพราะล้วนแต่เป็นจังหวัดใหญ่ และจัดเป็นเขตพื้นที่โซนเศรษฐกิจ
ด้วยเหตุหากจะย้ายเพื่อลงโทษ หรือลดชั้น ควรต้องย้ายไปอยู่จังหวัดเล็ก ๆ แล้วเอาคนเก่งจากจังหวัดเล็ก ๆ โยกมานั่งแทน แต่ที่ผ่านมา ยากจะปฏิเสธว่า “มหาดไทย” ก็ล้วนมีพื้นที่ทำเลทอง จังหวัดเกรดเอ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่พื้นที่ท่องเที่ยวและเขตอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ที่ไปดำรงตำแหน่ง ส่วนใหญ่ หากไม่ใช่ “เด็กนาย” และมีนายเป็น “แบ็ค” ให้ รวมทั้งสายสัมพันธ์สิงห์สีต่าง ๆ ก็ยากก้าวกระโดดนั่งเก้าอี้ตัวนี้
เหตุการณ์ปะทะในครั้งนี้ เหล่าสิงห์คลองหลอด เห็นตรงกันว่า เกิดจากผลประโยชน์ไม่ลงตัว “ระบบการบังคับบัญชาล้มเหลว” มีปัญหา และต่างฝ่ายต่างถือว่ามีแบ็คดีด้วยกันทั้งคู่ ส่วนกลางจึงจำต้องเข้าไปไกล่เกลี่ย “มหาดไทย” กระทรวงใหญ่เกรดเอ หากไม่มีแบ็คดี ใครเล่าจะกล้างัดข้อกับนาย..!!
อ่านข่าว
“มหาดไทย” สั่งย้าย 2 รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็น รองผู้ว่าฯ นครศรีฯ - สงขลา