โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คัดค้านคำชี้แจงรัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ทำลายวินัยทางการคลัง

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มิถุนายน 2569 เวลา 1.58 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ค้าน คำแจงรัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ตามอำเภอใจ ปักหมุดรักษาวินัยการคลัง

16 มิถุนายน 2569 - ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท โดยนายกรณ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี ไม่สามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจออก พ.ร.ก. กู้เงินว่า เข้าเกณฑ์รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 172 อย่างไร เพราะตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการคลัง และโดยทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมานั้นได้ให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการคลัง ซึ่งในที่นี่หมายความว่ารัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินได้แต่ต้องเป็นการกู้ยืมเงิน ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ

“การขาดทุนงบประมาณตามปกติ ซึ่งรัฐบาลนี้ ก็มีงบขาดทุนเกือบเต็มเพดานอยู่แล้ว บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้เปิดความยืดหยุ่นไว้ให้กับรัฐบาลว่าในกรณีที่มีภัยที่มีผลกระทบต่อระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลสามารถที่จะกู้ยืมเพิ่มเติมได้ด้วยการออก พ.ร.ก. ขณะที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดเกณฑ์ไว้ชัดเจนนะครับว่าอะไรถึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่มีผลต่อความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ในอดีตจะเห็นได้ว่าในหลายรัฐบาลได้เคยออก พ.ร.ก.ในยามวิกฤตระดับนั้นมาก่อนและเมื่อย้อนไปตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเป็นวิกฤติต้มยำกุ้ง ประเทศชาติมีความวิกฤตถึงระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และในปี 2552 ซึ่งเป็นวิกฤตซับไพร์ม หรือที่เรียกว่าวิกฤตแฮมเบอร์กเกอร์ ก็เป็นอีกครั้งที่เศรษฐกิจติดลบอย่างแรง จนมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าไปเกือบ 200,000 ล้านบาท ทำให้มีผลความเสี่ยงที่จะกระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจประเทศได้ มาถึงครั้งล่าสุดในช่วงโควิดก็มีการออก พ.ร.ก. ไป 2 ครั้ง โดยในช่วงโควิดนั้น เศรษฐกิจได้ติดลบอย่างรุนแรง ประชาชนไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ เศรษฐกิจประเทศได้รับผลกระทบอย่างแรง จึงเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ว่ารัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม นอกเหนือจากการขาดทุนในงบประมาณปกติในแต่ละปี

นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับในการกู้เงินครั้งนี้ หากนำมาเปรียบเทียบกับการกู้เงินในอดีต จะเห็นได้ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็เป็นปกติ โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเกินเป้าที่กำหนดไว้ด้วยซ้ำ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.8 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในปีนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องทุนสำรองระหว่างประเทศที่เคยเป็นปัญหาในช่วงต้มยำกุ้งนั้น ในตอนนี้ก็อยู่ในระดับที่สูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งการจัดเก็บภาษี รัฐบาลก็จัดเก็บได้เกินเป้า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ระดับหนี้สาธารณะก็อยู่ภายในกรอบของ พ.ร.บ.วินัยทางการคลังที่กำหนดไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะพิจารณาจากตัวชี้วัดใด ๆ ก็ตาม วันนี้ไม่สามารถที่จะอ้างได้ว่าเศรษฐกิจอยู่ในระดับวิกฤตที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลอื่น ๆ ที่รัฐบาลหยิบยกขึ้นมาอ้างในการที่จะออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ จึงเป็นการอ้างที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ มาตรา 53

“พรรคประชาธิปัตย์มองว่าถ้าเราปล่อยให้รัฐบาลยังสามารถที่จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ในสถานเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ถือว่าเป็นปัญหาระดับปกติของทุกรัฐบาลที่คงจะต้องเผชิญ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายวินัยทางการคลังของประเทศ และเป็นการเปิดช่องให้ทุก ๆ รัฐบาลในอนาคต สามารถที่จะอ้างเป็นประเด็นปัญหาซึ่งเป็นความท้าทายตามปกติมาเป็นเงื่อนไขในการออก พ.รก.เงินกู้ แล้วจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการสร้างภาระหนี้สินของประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า เราไม่ควรปล่อยให้รัฐบาลสามารถออก พ.ร.ก.กู้เงิน ได้ตามอำเภอใจ ความจริงวันนี้สงครามก็มีสัญญาณว่าจะยุติลงแล้ว ราคาน้ำมันก็ปรับลดลงแล้วและปรับลดลงอยู่ทุกวัน ถ้ารัฐบาลต้องการที่จะให้ราคาน้ำมันถูกลงเพื่อที่จะลดภาระค่าของชีพของพี่น้องประชาชน รัฐบาลก็มีช่องทางอื่นที่สามารถดำเนินการได้ และพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยให้คำแนะนำไปแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่การลดภาษีสรรพสามิต ที่จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับลดลงทันที หรือการปรับวิธีการกำหนดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ที่ในปัจจุบันยังคงใช้ราคาอ้างอิงของสิงคโปร์อยู่เหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเองก็เคยพูดหลายครั้งว่าวิธีการคำนวณหรือกำหนดราคาน้ำมันแบบนี้ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...