โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลิ้มรสชาติแสนหวาน “เค้ก” สัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองทุกโอกาสที่อยากจะกิน

นิตยสารคิด

อัพเดต 01 ม.ค. 2567 เวลา 19.52 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2567 เวลา 19.52 น.
cake-celebration-cover

ในโลกของขนมหวาน “เค้ก” ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งยังเป็นตัวแทนของความรัก ความสามัคคี และความสุขที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่รัก ทั้งในงานวันเกิด งานฉลองแต่งงาน โอกาสอันสนุกสนาน หรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิตครั้งใด ๆ ก็ไม่อาจจะสมบูรณ์แบบไปได้ หากปราศจาก “เค้ก”

ตลอดการเดินทางอันน่าทึ่งของเค้กในโลกของขนมหวาน บางทีอาจจะมีมากกว่าแค่เพียงรสชาติอันแสนหวานและความนุ่มฟู ลองมาสำรวจประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่ารื่นรมย์ของการทำเค้กตั้งแต่จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ไปจนถึงเค้กสุดแปลกในยุคสมัยใหม่นี้ พร้อมเจาะลึกอินไซต์ตัวแทนธุรกิจร้านเบเกอรีที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย

Diliara Garifullina / Unsplash

เค้ก: จากต้นกำเนิดโบราณสู่ความอร่อยสมัยใหม่
ว่ากันว่า ต้นกำเนิดของเค้กชิ้นแรกถูกทำขึ้นในยุคอียิปต์โบราณ โดยชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่า เมื่อฟาโรห์องค์ใดได้รับการสวมมงกุฎแล้ว จะถูกแปลงสถานะจากคนปกติให้กลายเป็นเทพเจ้า ดังนั้นในวันราชาภิเษก ฟาโรต์ชาวอียิปต์โบราณจึงได้ทำเค้กเพื่อเฉลิมฉลองวันดังกล่าวที่เชื่อกันว่าเป็น “วันเกิดของเทพเจ้า” เค้กในยุคอียิปต์โบราณนั้นจะทำจากแป้งและถั่ว โรยด้วยยีสต์ และใช้น้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวาน มักใส่ผลไม้แห้งเพื่อเพิ่มรสชาติ เค้กที่ได้จะมีลักษณะแบนและแห้งคล้ายขนมปัง

อารยธรรมการบูชาเทพในวันเกิดเทพของอียิปต์โบราณได้ถูกส่งต่อและถ่ายทอดไปสู่อารยธรรมของกรีกโบราณ ชาวกรีกโบราณได้คิดค้นและรังสรรค์อาหารเซ่นไหว้เทพที่ทำมาจากแป้ง ไข่ ยีสต์ และน้ำตาล เพื่อใช้ในพิธีบูชาวันเกิดเทพเจ้าเช่นกัน โดยชาวกรีกโบราณนิยมอบขนมเค้กเป็นรูปพระจันทร์เพื่อถวายแด่อาร์เทมีส เทพีแห่งดวงจันทร์ เป็นเครื่องบูชา เค้กที่ทำขึ้นนั้นจึงเปรียบดั่งดวงจันทร์ที่ถูกประดับประดาไปด้วยเทียนเพื่อให้เค้กที่ส่องสว่าง เทียนที่จุดไว้ถือเป็น "เทียนวันเกิด" ซึ่งถูกนำมาใช้ในวัฒนธรรมอื่น ๆ ต่อมา เชื่อกันว่าไฟจากเทียนที่จุดไว้จะช่วยให้วิญญาณชั่วร้ายหายไป และควันจากเทียนก็นำพาคำอธิษฐานไปถึงเทพเจ้า ผู้คนจึงจุดเทียนวันเกิดเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายในวันเกิดของบุคคลนั้นเป็นต้นมา และจุดเริ่มต้นของการจุดและเป่าเทียนเค้กวันเกิดอันน่ารื่นรมย์ก็ได้ส่งต่อเรื่อยมาจนแพร่ขยายไปทั่วโลก

แต่ทว่าความนิยมของการเป่าเทียนวันเกิดในยุคปัจจุบันนี้ มีข้อสันนิษฐานว่า มาจากการเฉลิมฉลองวันเกิดของเด็ก ๆ ชาวเยอรมันที่เรียกว่า Kinderfest ซึ่งในวันเกิดของเด็ก ๆ จะได้รับเค้กพร้อมเทียนที่ปักไว้ตามจำนวนอายุของเด็ก แล้วบวกเพิ่มอีกหนึ่งเล่ม โดยเทียนที่เพิ่มมานั้นมีความหมายเท่ากับ “แสงสว่างแห่งชีวิต” ที่เป็นตัวแทนความหวังและความสุขของเจ้าของวันเกิด อย่างไรก็ตาม การเฉลิมฉลองดังกล่าวต่างจากปัจจุบันตรงที่ เทียนเหล่านั้นจะถูกปล่อยให้เผาไหม้ตลอดทั้งวัน หากเทียนดับก็จะถูกจุดอีกครั้ง ก่อนจะอธิษฐานขอพร จากนั้นจึงเป่าเทียนแล้วลงมือรับประทานเค้กในตอนกลางคืน

เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีและอุปกรณ์การทำเค้กมีความก้าวหน้าขึ้นไปพร้อม ๆ กับความนิยมของเค้กที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ทำให้เค้กกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จนกระทั่ง เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดความก้าวหน้างทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของการทำเค้ก ทำให้เค้กกลายเป็นของกินประจำบ้านที่คนทุกชนชั้นในสังคมชื่นชอบ มิหนำซ้ำ เค้กรูปแบบสมัยใหม่ก็เริ่มปรากฏให้เห็น ซึ่งมีเค้าโครงและลักษณะแบบในปัจจุบันในยุคนี้เอง

Karly Gomez / Unsplash

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ทั่วโลกมีอุปกรณ์อบขนมที่ทันสมัยจนคนทั่วไปเข้าถึงการลิ้มรสเค้กได้มากขึ้น ร้านขายขนมและเบเกอรีเติบโตขึ้น มีการพัฒนาแม่พิมพ์วงแหวนทรงกลมที่ทำให้เค้กมีรูปทรงที่สวยงามสม่ำเสมอ คนทำเค้กจึงสามารถควบคุมรูปร่างและขนาดของเค้กได้ตามต้องการ นอกจากนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเตาอบก็ช่วยให้ควบคุมอุณหภูมิได้ดีขึ้น ส่งผลให้เค้กมีน้ำหนักเบา ฟู และไม่กระด้างดังเดิม อีกทั้งการนำผงฟูมาใช้ก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการทำขนมปังและเค้กไปตลอดกาล ประจวบเหมาะที่ช่วงเวลานั้น มีส่วนผสมที่ถูกผลิตออกจากโรงงานอุตสาหกรรมมาจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ทำให้ส่วนผสมมีราคาถูกลงและร้านเบเกอรีเริ่มหันมาจำหน่ายเค้กสำเร็จรูป ขนมหวานยอดนิยมอย่างเค้กจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะคนชนชั้นสูงอีกต่อไป คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จนเกิดการพัฒนารูปแบบและรสชาติของเค้กเรื่อยมา นำไปสู่การสร้างสรรค์เค้กสมัยใหม่ ที่ตามมาด้วยกองทัพขนมอบอื่น ๆ เช่น คุกกี้ บิสกิต และขนมประเภทอื่น ๆ อีกมากมายที่เห็นกันได้ในปัจจุบัน

“Let Them Eat Cake” วลีอมตะที่แท้จริงพระนางมารี อ็องตัวแน็ต อาจไม่เคยพูด!
“Let Them Eat Cake” หรือ “ให้พวกเขากินเค้กสิ” คือวลีอมตะที่เป็นที่รู้จักและถูกระบุว่ามาจากปากของราชินีคนดังอย่างพระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette) ทั้งยังเป็นวลีที่ทำให้ภาพลักษณ์ของพระนางเป็นเสมือนราชินีที่ไม่แยแสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ครั้งหนึ่ง เมื่อประชาชนชาวบ้านที่อดอยากมาเรียกร้องขอให้ลดราคาขนมปัง พระนางจึงตอบกลับไปอย่างติดตลกว่า “ถ้าไม่มีขนมปัง ก็ให้พวกเขากินเค้กแทนสิ” ด้วยวลีที่กล่าวออกไปได้นั้นแสดงถึงความไม่ใส่ใจต่อความทุกข์ยากของชาวบ้านประชาชน และถูกประโคมว่าเป็นคำพูดพระนางมารีไปเป็นที่เรียบร้อย

ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง โดยหนึ่งในข้อสันนิษฐานที่เชื่อได้ว่าพระองค์ไม่ใช่ผู้ที่ตรัสประโยคนี้คือ หากเป็นคำพูดของพระองค์จริง ก็ควรเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่าง “Qu’ils mangent de la brioche” ซึ่งเจ้า brioche ที่ว่าก็คือขนมปังบรีย็อซของฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นอาหารมื้อหรูหราในช่วงเวลานั้น แต่คำพูดอันโด่งดังนี้กลับมาจากบทพูดในหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ “คำสารภาพ” (Confessions) ของฌอง ชาค รุสโซ (Jean Jacque Rousseau) นักปรัชญาการเมืองคนสำคัญของฝรั่งเศส ซึ่งตีพิมพ์ต้นฉบับเมื่อปีค.ศ. 1765 ในสมัยที่พระนางมารี อ็องตัวแน็ตยังเป็นเจ้าหญิงที่มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา หรือเทียบเท่าเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้นเอง ทั้งยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดด้วยว่า เจ้าประโยคนี้มาจากปากของพระองค์จริง ๆ

การฉีกกรอบเดิม ๆ กับเทรนด์เค้กสมัยใหม่
ปัจจุบันการทำเค้กได้กลายเป็นการผสมผสานระหว่างรสชาติและสไตล์จากทั่วโลก ทำให้มีเค้กที่เหมาะกับทุกรสนิยมและความชอบด้านอาหาร ตั้งแต่รสชาติแสนหวานคลาสสิกไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่ที่มีให้เลือกนับไม่ถ้วน ไม่เพียงเท่านั้นคนทำเค้กก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความคิดสร้างสรรค์ โดยการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันน่าทึ่ง ที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติแสนอร่อย แต่ยังสวยงามตระการตาอีกด้วย กล่าวได้ว่า ศิลปะได้มาบรรจบกับการทำเค้กอย่างแท้จริง เราจึงได้เห็นเค้กที่ถูกเนรมิตให้เป็นรูปสัตว์ ตัวละคร หรือแม้แต่ทิวทัศน์เสมือนจริงราวกับเวทมนตร์ ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับโอกาสหรือการเฉลิมฉลองใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่เค้กแต่งงานสุดหรูที่ประดับประดาด้วยดอกไม้และน้ำตาลปั้นตุ๊กตาบ่าวสาวอันละเอียดอ่อน ไปจนถึงเค้กวันเกิด ซิกเนเจอร์แห่งการเติบโตขึ้นอีกปีที่ปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้มีสีสันสดใสและดีไซน์แปลกตากว่าที่เคย เค้กจึงกลายเป็นความเป็นไปได้ไม่มีที่วันสิ้นสุด และพร้อมที่จะผันแปรไปตามรสนิยมความชอบของผู้คนในแต่ละช่วงเวลานั้น ๆ ได้

เจาะลึกกับตัวแทนธุรกิจเบเกอรีเค้กออนไลน์ที่กำลังมาแรง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาธุรกิจเบเกอรี่หรือธุรกิจร้านเค้กมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ และตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เค้กได้ค่อย ๆ หลุดกรอบแนวคิดรูปแบบการทำเค้กในอดีต จนทำให้ธุรกิจเบเกอรีหรือคนทำเค้กในปัจจุบันต้องปรับเปลี่ยนเพื่อตอบรับกับความท้าทายอันแสนสร้างสรรค์และไม่สิ้นสุดของรูปแบบเค้กได้อย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมรังสรรค์เค้กให้เป็นเสมือนการแสดงที่น่าทึ่งและจับใจจับตาผู้ชม

Creative Thailand ขอพาทุกคนมาเจาะลึกอินไซต์ของตัวแทนธุรกิจร้านเค้กออนไลน์ที่กำลังฮิตฮอตในโลกโซเชียลมีเดียอยู่ ณ ตอนนี้ในหัวข้อ “เทรนด์การทำเค้กในปัจจุบัน” และ “การทำธุรกิจร้านเค้กออนไลน์”

คุณชนากานต์ ศรีพิพัฒนกุล เจ้าของร้าน The Muggle's

คุณภาวิดา พรวนิชเจริญ เจ้าของร้าน Bonbon.Mer

ร้าน The Muggle’s โดยคุณฮารุ ชนากานต์ ศรีพิพัฒนกุล ผู้สร้างสรรค์เค้กวันเกิดตามสั่งจากการออกแบบของลูกค้าหรือตามสไตล์ร้านแนวมินิมอล ตัวการ์ตูน และสไตล์เกาหลี โดยเน้นการจัดวางองค์ประกอบของผลไม้เพื่อดึงดูดให้เค้กมีความน่ารับประทานมากขึ้น และ ร้าน Bonbon.Mer โดยคุณเจนนี่ ภาวิดา พรวนิชเจริญ ผู้เริ่มต้นการรังสรรค์เค้กจากชีสเค้กหน้าไหม้ และได้พัฒนาปรับเปลี่ยนการทำเค้กตามเทรนด์ที่ใช้บัตเตอร์ครีมในการตกแต่งได้ตามความต้องการ ซึ่งสามารถนำไปประกอบการเฉลิมฉลองใด ๆ ได้อย่างสวยงามอลังการ

แน่นอนว่าเทรนด์การแต่งหน้าเค้กได้พัฒนาและมีรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยทั้งสองร้านมักจะศึกษาและติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram ของธุรกิจร้านเค้กหรือคนทำเค้กชาวเกาหลีที่มีการสร้างสรรค์การตกแต่งเค้กที่สวยงามและทันสมัย เพื่อนำมาเป็นไอเดียในการประยุกต์เข้ากับทางร้าน โดยคุณเจนนี่ได้บอกเล่าถึงรูปแบบการแต่งเค้กที่กำลังเป็นเทรนด์ในตอนนี้ไว้ว่า “เทรนด์การแต่งเค้กที่นิยมในช่วงนี้จะเป็นเค้กเจ้าหญิง เค้กริบบิ้น เค้กดอกไม้ และเค้กตัวการ์ตูนสามมิติ ทำให้รูปแบบเค้กที่มีอยู่ในตอนนี้มีความหลากหลายเป็นอย่างมาก”

ร้าน The Muggle's

ร้าน The Muggle's

ร้าน The Muggle's

นอกจากนี้ จะพลาดไม่ได้กับเทรนด์การทำเค้กในรูปแบบที่แปลกตาและน่าประหลาดใจแบบที่ใครหลายคนก็ไม่คาดคิดว่าเค้กแบบนี้ก็มีด้วย “ทางร้าน The Muggle’s มีการทำรูปแบบแปลก ๆ เช่น เค้กอุจจาระ เค้กหวย เค้กหน้าตาประหลาดไว้แกล้งเพื่อน เค้กหน้าสัตว์ต่าง ๆ เค้กยันต์ หรือแม้กระทั่งเค้กพระเครื่อง ทางร้านก็เคยทำมาหมดแล้ว” คุณฮารุกล่าว

ร้าน Bonbon.Mer

ร้าน Bonbon.Mer

ร้าน Bonbon.Mer

สำหรับการเริ่มต้นทำเค้กรูปแบบใหม่ ๆ อาจจะตามมาด้วย “อุปสรรค” ที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สามารถเรียนรู้และพยายามแก้ไขออกมาให้ดีที่สุดได้ โดยคุณเจนนี่ เจ้าของร้าน Bonbon.Mer ได้เล่าถึงอุปสรรคในการทำเค้กไว้ว่า “มักจะพบเจออุปสรรคอยู่ตลอดในทุกครั้งที่หยิบอุปกรณ์เบเกอรีขึ้นมา แต่ในทางกลับกันนั้นก็ถือว่าเป็นสีสันชีวิตก็ว่าได้ ไม่ครีมละลายจนเหลว ก็บีบครีมเบี้ยวจนต้องทำใหม่ หรือไม่ก็ทำผิดไปเลย แต่สุดท้ายก็สามารถแก้ไขทุกความผิดพลาดให้ลูกค้าด้วยความเรียบร้อยได้ทุกออร์เดอร์”

เช่นเดียวกันกับร้าน The Muggle’s ที่คุณฮารุก็ได้พบเจอกับอุปสรรคในการทำเค้กเช่นกัน “ทุกครั้งที่เริ่มทำเค้กรูปแบบใหม่ จะรู้สึกเครียดไปเป็นวันและเกิดความวิตกกังวลกลัวทำออกมาได้ไม่ดี เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ในระหว่างที่รับออร์เดอร์จึงต้องคอยประเมินตัวเองก่อนว่าไหวไหม พอตกลงรับแล้ว ก็จะศึกษารูปแบบสไตล์นั้น ๆ ให้เข้าใจเสียก่อน แล้วค่อย ๆ ลงมือทำอย่างเต็มที่” เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรยากเกินความสามารถและความพยายาม ทั้งสองร้านจึงสร้างสรรค์เค้กออกมาได้อย่างสวยงาม แม้จะเป็นเค้กรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยทำก็ตาม

มากกว่านั้น ทุกวันนี้ธุรกิจเค้กยังค่อนข้างเฟื่องฟูเนื่องจากทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับเค้กได้ในหลายโอกาส ทำให้ในงานเทศกาลไม่ได้มีปริมาณการสั่งเค้กมากกว่าช่วงปกติมากนัก เพราะจะมี “เค้กงานวันเกิด” ที่มีการจัดอยู่ตลอดทั้งปี ทำให้มีการสั่งออร์เดอร์เค้กเข้ามาจำนวนมากและค่อนข้างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปเฉลิมฉลองให้เจ้าของวันเกิดหรือคนที่เรารัก รวมถึงสั่งให้เนื่องในวันเกิดตัวเองก็มี

ร้าน The Muggle's

คุณฮารุ ได้เล่าถึงการสั่งออร์เดอร์เค้กว่า “ลูกค้าส่วนมากมักจะสั่งเค้กวันเกิดเพื่อนำไปเฉลิมฉลอง บางท่านก็สั่งให้ตัวเอง บางท่านก็นำไปส่งมอบให้ผู้ใหญ่หรือคนที่รัก” เช่นเดียวกันกับคุณเจนนี่ที่บอกเล่าในทิศทางเดียวกัน “ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งเป็นเค้กวันเกิด เพื่อนำไปให้คนรักหรือเพื่อนในวันเกิด”

ในด้านการทำธุรกิจร้านเค้กออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า อิทธิพลของสื่อโซเชียลมีเดียทำให้ธุรกิจเบเกอรีเติบโตในโลกออนไลน์แบบก้าวกระโดด ธุรกิจทั้งหลายจึงได้หันมาใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการทำการตลาดด้วยการครีเอตคอนเทนต์สร้างสรรค์ในสไตล์ของตัวเอง เพื่อให้ร้านโดดเด่นพอที่จะดึงดูดผู้คนทั่วไปให้กลายเป็นลูกค้าได้ อย่างทางร้าน Bonbon.Mer ที่คุณเจนนี่ได้สร้างสรรค์คอนเทนต์สายฮา โดยมักจะนำความผิดพลาดและอุปสรรคในการทำเค้กแต่ละก้อนมาเล่าให้คนดูด้วยความสนุกสนานและได้ตลกไปด้วยกัน จนบางครั้งลูกค้าที่เข้ามาสั่งออร์เดอร์ก็ขอให้ถ่ายคลิปและทำคอนเทนต์จากเค้กของเขาด้วย นอกจากนี้ทางร้าน The Muggle’s ก็ยังใช้แพลตฟอร์ม TikTok ในการทำคอนเทนต์ด้วย โดยคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้คนทั่วไปให้รู้จักทางร้านได้ก็คือ คอนเทนต์พากย์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างการทำเค้ก รวมถึงมีการสอนเทคนิคการทำเค้กต่าง ๆ ทำให้คนทั่วไปเห็นขั้นตอนและเกิดแรงบันดาลใจในการทำเค้ก จนเกิดเป็นกระแสและเกิดการอุดหนุนเค้กของทางร้านมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาธุรกิจเบเกอรีมีการขยายตัวจนเกิดคู่แข่งนับไม่ถ้วน ทว่าทั้งสองร้านก็สามารถดึงความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ให้แตกต่างจากร้านอื่น โดยทั้งสองร้านต่างก็ให้แนะนำสำหรับคนที่สนใจหรือเพิ่งเริ่มทำธุรกิจเบเกอรีโดยการใช้โซเชียลมีเดียในการทำการตลาดไว้ว่า

ร้าน Bonbon.Mer

“ต้องหาจุดขายที่เป็นตัวของตัวเอง เพื่อที่เราจะสามารถทำได้นานและไม่รู้สึกเบื่อจนอยากล้มเลิกความตั้งใจ เชื่อว่าการทำธุรกิจเค้กในรูปแบบออนไลน์นั้นไม่จำกัดเพศ วัย และความเป็นตัวเอง เพียงแค่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเองแล้วเริ่มลงมือทำ เชื่อว่าจะทำได้อย่างแน่นอนค่ะ” คุณเจนนี่กล่าว

ด้านคุณฮารุ แนะนำว่า “การทำสื่อคอนเทนต์ก็เหมือนการสร้างตัวตน เราต้องดึงเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา เพื่อให้ผู้คนที่เห็นจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายคลิป ถ่ายรูป หรือการพากย์เสียง และที่สำคัญที่สุดคือการขยันและไม่ย่อท้อ เพราะกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ต่างก็ต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมาก ขอให้กำลังใจทุกท่านค่ะ”

ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งใจที่เต็มเปี่ยมของร้าน The Muggle’s และร้าน Bonbon.Mer ทำให้ทั้งสองร้านสามารถครองพื้นที่ในใจของผู้คนได้จำนวนมาก จนเกิดเป็นยอดการสั่งทำเค้กจำนวนนับไม่ถ้วนในทุกวันนี้

ปักร้าน เตรียมสั่งเค้ก! เพราะนี่คือช่องทางการติดตามและสั่งทำเค้กที่ห้ามพลาด
ร้าน The Muggle’s
TikTok: themuggle.s
Facebook: The Muggle's
Instagram: themuggle.s_
สั่งเค้กทาง Inbox Facebook

ร้าน Bonbon.Mer
TikTok: bonbon.mer
Facebook: Bonbon.mer
Instagram: bonbon.mer
สั่งเค้กทาง Line: @697davmw

เพราะเค้กคือการเดินทางข้ามกาลเวลา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นอันเรียบง่ายในสมัยโบราณไปจนถึงความอลังการในยุคปัจจุบันที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหล เค้กได้ก้าวข้ามวัฒนธรรมและยุคสมัย นำความสุขและความหวานมาสู่ชีวิตนับไม่ถ้วน กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองที่ไม่ว่าจะเพลิดเพลินกับการรับประทานเค้กร่วมกับเพื่อนและครอบครัว หรือลิ้มรสเค้กเพียงลำพัง “เค้ก” ก็ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่หอมหวานในชีวิตได้เสมอ

ที่มา : บทความ “Cake: A Delicious History” โดย Jobea Murray
บทความ “The History of Cake Making: From Ancient Origins to Modern Delights” โดย DR.GUSTO
บทความ “A Slice Of History: Who Invented Cake; How Did It Come To Be?” โดย Sumit Uppal
บทความ “The History of Cake: From Ancient Egypt to Modern Times” โดย Ester Cake Studio
บทความ “The Sweet History of Birthday Cakes” โดย Elizabeth Hagan, Family and Consumer Sciences Educator, Carrol, Iowa
บทความ “ทำไมต้องมี"เค้ก" ในงาน "วันเกิด" ?” โดย Gaolad
บทความ ““LET THEM EAT CAKE” ประโยคเด็ดที่ พระนาง ‘มารี อองตัวแน็ต’ อาจไม่เคยพูด!?!” โดย Khanakon Phettrakul
บทความ “Wedding Cake Alternatives for the Couple Who Just Doesn't Like Cake” โดย Hannah Nowack
บทสัมภาษณ์ โดย เจนนี่ ภาวิดา พรวนิชเจริญ เจ้าของร้าน Bonbon.Mer
บทสัมภาษณ์ โดย ฮารุ ชนากานต์ ศรีพิพัฒนกุล เจ้าของร้าน The Muggle’s

ภาพประกอบ : ร้าน Bonbon.Mer และ ร้าน The Muggle’s

เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

คนไทยกินทุกเมนู 5 อาหาร-เครื่องดื่ม กระตุ้นความเครียด

Khaosod

ELLE Lingerie ปลุกเสน่ห์ความมั่นใจรับซัมเมอร์ อวดลุคสง่างาม เซ็กซี่อย่างมีระดับ

สยามรัฐ

Zayn เผยว่าลูกสาวเป็นแรงบันดาลใจให้เขาร่วมงานกับ JISOO ในเพลง EYES CLOSED

THE STANDARD

EVEANDBOY ดันแบรนด์ไทย ‘T-Beauty’ สู่ Global

ประชาชาติธุรกิจ

อิตาลีจำศีล

ประชาชาติธุรกิจ

“ดนตรีอยู่กับฉันในทุกช่วงของชีวิต ทั้งช่วงที่ดีที่สุด เศร้าที่สุด และยากลำบากที่สุด” จากเหตุการณ์ถูกบุกรุกบ้าน สู่เพลง Run ที่ความหวาดกลัว และเปราะบาง กลายเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจของ Chloe Stroll ศิลปินผู้เลือกเขียนเพลงอย่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ผ่านอัลบั้มล่าสุด Bloom in the Break

Mirror Thailand
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...