โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กุ้ยโจว" ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างอาชีพผู้หญิง เชื่อมเศรษฐกิจท่องเที่ยวชุมชน

Thai PBS

อัพเดต 5 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นอีกพื้นที่ที่นำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงานหัตถกรรมพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งไม่เพียงช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้หญิงในชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิง หรือ Splendid Plan ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 โดยสหพันธ์สตรีมณฑลกุ้ยโจวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งนำทักษะงานฝีมือดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์มาต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างโอกาสให้ผู้หญิงในชนบทสามารถทำงานและมีรายได้ใกล้บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น

กุ้ยโจวมีชนกลุ่มน้อยพื้นเมือง 17 กลุ่มชาติพันธุ์ มีภูมิปัญญาหัตถกรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งการปักผ้าของชาวเหมียว การปักด้วยขนหางม้า การย้อมผ้าด้วยเทคนิคบาติก และการตัดเย็บเครื่องแต่งกายประจำชาติพันธุ์

โครงการนี้พัฒนาระบบการผลิตตั้งแต่การฝึกทักษะในหมู่บ้าน การจัดตั้งเวิร์กช็อปหัตถกรรม การสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจและสหกรณ์ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย และขยายช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และงานแสดงสินค้า

ปัจจุบันมีผู้หญิงในมณฑลกุ้ยโจวเกือบ 500,000 คน เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมหัตถกรรมภายใต้โครงการนี้ สะท้อนความพยายามเปลี่ยนทักษะงานฝีมือจากภูมิปัญญาที่เคยผลิตเพื่อใช้ในครัวเรือน ให้กลายเป็นอาชีพและแหล่งรายได้ของชุมชน

นอกจากการสร้างเศรษฐกิจจากงานหัตถกรรมแล้ว กุ้ยโจวยังนำจุดเด่นด้านภูมิประเทศ ภูเขาหินปูน แม่น้ำ และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ มาพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบพักระยะยาว โดยส่งเสริมทั้งที่พักแบบโฮมสเตย์ แคมป์ปิงกลางธรรมชาติ กิจกรรมเรียนรู้วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

อีกตัวอย่าง คือ หมู่บ้านฮวาอู่ ในเมืองเฉียนซี ซึ่งเป็นชุมชนชาวเหมียวที่เคยประสบปัญหาการเดินทางเข้าถึงยากและความยากจน ปัจจุบันนำงานปักผ้าเหมียวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ผ่านความร่วมมือของช่างฝีมือในท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่สามารถทำงานจากบ้านเกิด พร้อมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ทั้งทางเดินริมแม่น้ำ จุดชมวิว ที่พัก และร้านอาหารพื้นถิ่น

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาที่พยายามเชื่อมโยงการอนุรักษ์วัฒนธรรม การสร้างงานในท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยใช้ทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่เดิมเป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันมณฑลกุ้ยโจว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติและเชิงวัฒนธรรมที่ล้ำค่ามากมาย

1. เมืองโบราณชิงเหยียน (Qingyan Ancient Town)

เมืองโบราณชิงเหยียน ตั้งอยู่ในเมืองกุ้ยหยาง สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ในรัชสมัยจักรพรรดิหงอู่ เดิมเป็นป้อมปราการทางทหารเพื่อดูแลพื้นที่ชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างพื้นที่ตอนกลางกับภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้

เมืองแห่งนี้มีอายุกว่า 600 ปี ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมและผังเมืองโบราณจากสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ทั้งกำแพงเมือง ถนนหิน และอาคารเก่าแก่เอาไว้

นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ทั้งลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า รวมถึงศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ ซึ่งอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบันเมืองโบราณชิงเหยียนไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นชุมชนที่ผู้คนใช้ชีวิตและสืบทอดประเพณีท้องถิ่นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

2. หมู่บ้านหลงจิ่ง และเวิร์กช็อปหัตถกรรมจิ่นซิ่ว

หมู่บ้านหลงจิ่ง ตั้งอยู่ในเขตเมืองโบราณชิงเหยียน เป็นอีกพื้นที่ที่สะท้อนการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างรายได้ โดยมีกิจกรรมให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้และสัมผัสงานหัตถกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน หรือ Intangible Cultural Heritage

หนึ่งในสถานที่สำคัญคือเวิร์กช็อปจิ่นซิ่ว (Jinxiu Workshop) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการ Splendid Plan เปิดโอกาสให้ผู้หญิงในท้องถิ่นนำทักษะงานปักและงานฝีมือมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ สามารถสร้างรายได้จากภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา

กิจกรรมในพื้นที่ยังรวมถึงการเยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณและบ่อน้ำเก่าแก่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนในชุมชน

3. ถนนโกลเดน อเวนิว เขตฮวาซี (Huaxi Golden Avenue)

ถนนโกลเดน อเวนิว ตั้งอยู่ในเขตฮวาซี เมืองกุ้ยหยาง ภายในอุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำเมืองฮวาซี เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติริมแม่น้ำ มีความยาวประมาณ 560 เมตร และมีต้นเพลนทรี หรือเมเปิลลอนดอนขนาดใหญ่ 115 ต้น ซึ่งปลูกมาตั้งแต่ปี 2499

ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองปกคลุมตลอดแนวทางเดิน กลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

พื้นที่แห่งนี้ยังจัดกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมกลางแจ้ง โดยนำการเต้นรำมาผสมผสานกับธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยว

4. หมู่บ้านฮวาอู่ และแคมป์ท่องเที่ยวฮวาตู๋หลี่

หมู่บ้านฮวาอู่ ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติเหมียวซินเหริน เมืองเฉียนซี เมืองปี้เจี๋ย มณฑลกุ้ยโจว เป็นชุมชนชาวเหมียวที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหลิวชงและแม่น้ำซานฉา ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำอูเจียง

ชื่อเดิมในภาษาชาวเหมียวคือ ฮวาอู่จี มีความหมายว่า หมู่บ้านใต้หน้าผา โดยมีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนสูงชันและแม่น้ำสีเขียวมรกต

ชุมชนแห่งนี้มีภูมิปัญญาการปักผ้าเหมียว ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ลวดลายบนผืนผ้าไม่เพียงเป็นงานฝีมือ แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวตำนาน ความเชื่อ และประวัติการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์

เดิมหมู่บ้านประสบปัญหาความยากจนและการเดินทางเข้าถึงยาก แต่ปัจจุบันนำทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมมาต่อยอดพัฒนาการท่องเที่ยว มีทั้งเวิร์กช็อปปักผ้า การทำผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ที่พัก ร้านอาหารพื้นถิ่น และกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติ

ส่วนแคมป์ท่องเที่ยวฮวาตู๋หลี่ ฮวาอู่ (Huaduli Huawu Holiday Camp) เป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่พักท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านฉวินอี้ เมืองเฉียนซี ใกล้สะพานแม่น้ำหย่าฉือ ซึ่งเป็นสะพานขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงของจีน และเชื่อมโยงกับทัศนียภาพของพื้นที่ Hundred-Mile Gallery

พื้นที่แห่งนี้พัฒนารูปแบบที่พักแบบแคมป์ปิงหรือ Glamping ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสธรรมชาติและพักผ่อนระยะยาว พร้อมชมวิวสะพานและแม่น้ำจากที่พัก

5. ถ้ำซวงเหอ (Shuanghe Cave)

ถ้ำซวงเหอ ตั้งอยู่ในตำบลเหวินเฉวียน อำเภอสุยหยาง เมืองจุนอี้ มณฑลกุ้ยโจว เป็นระบบถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความยาวจากการสำรวจ 481.5 กิโลเมตร และมีความลึกในแนวดิ่ง 912 เมตร ได้รับการจัดให้เป็นระบบถ้ำที่มีความยาวมากเป็นอันดับ 3 ของโลก และยาวที่สุดในเอเชีย ตามข้อมูลที่ให้มา

ภายในประกอบด้วยโครงข่ายถ้ำหลายระดับ ทั้งถ้ำแห้งและถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน มีแม่น้ำใต้ดิน น้ำตก หินงอกหินย้อย และผลึกแร่ยิปซัมที่มีลักษณะโดดเด่น

นอกจากนี้ยังเคยค้นพบซากฟอสซิลสัตว์โบราณ รวมถึงหมีแพนด้ายักษ์ ทำให้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สภาพภูมิอากาศในอดีต และกระบวนการก่อตัวของภูมิประเทศแบบคาสต์

ปัจจุบันมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวภายในถ้ำ ทั้งการเดินชมและล่องเรือในแม่น้ำใต้ดิน โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

6. ป้อมไห่หลงถุน (Hailongtun)

ป้อมไห่หลงถุน ตั้งอยู่บนภูเขาหลงเหยียน ห่างจากตัวเมืองจุนอี้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวของมณฑลกุ้ยโจว ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ที่ได้รับ

ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2558 ภายใต้ชื่อแหล่งโบราณสถานกลุ่มถู่ซือ (Tusi Sites) สะท้อนประวัติศาสตร์การปกครองของตระกูลหยาง ซึ่งมีอำนาจปกครองพื้นที่โบราณป๋อโจวมานานถึง 725 ปี

ป้อมแห่งนี้เป็นป้อมปราการทางทหารโบราณที่สำคัญของจีน มีระบบประตูป้อมปราการ 9 แห่ง แบ่งเป็นด้านหน้า 6 แห่ง และด้านหลัง 3 แห่ง เชื่อมต่อด้วยกำแพงป้องกันที่ทอดยาวไปตามแนวภูเขา

ภายในยังคงเหลือซากพระราชวัง อาคารราชการ ค่ายทหาร ลานฝึกกำลังพล และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่สะท้อนความสามารถด้านยุทธศาสตร์การทหารและการปกครองพื้นที่หลากหลายชาติพันธุ์ในอดีต

อ่านข่าว :

สัมผัสเสน่ห์ "กว่างซี" ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมจีน

เปิดภาพงานมหกรรมพืชสวนโลกโชว์ต้นไม้หายากและไม้ดอกไม้ประดับกว่า 1 ล้านต้น

เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ "สันหนอกวัว" ชวนสัมผัสทะเลหมอกยามเช้าแห่งผืนป่าตะวันตก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คลิปอ้างเป็น “ม็อบใหญ่ในไทย” พบการนำภาพเหตุการณ์ในอินเดีย รวมถึงภาพ AI และภาพเก่าปี 2568 มาทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ปฏิรูป” โจทย์ใหญ่ บอร์ดประกันสังคม พ.ร.บ.ใหม่ ไปด้วยกัน? (6 พ.ย.69) I ตรงประเด็น

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฝนตกหนัก ฟ้าผ่าชาวบ้านใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เสียชีวิต 1 คน เจ็บ 8 คน

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความงดงามขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว บันเทิง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...