โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"กัมพูชา" เข้าข่ายก่อ "อาชญากรรมสงคราม" หรือไม่ ?

Thai PBS

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 14.38 น. • Thai PBS
การโจมตีของกองทัพกัมพูชาทำให้มีพลเรือนในฝั่งไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งมีสถานที่ของพลเรือนหรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย จุดนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่ากัมพูชากำลังก่อ “อาชญากรรมสงคราม” หรือไม่ ขณะที่กัมพูชาก็กล่าวหาไทยในข้อหาเดียวกัน

เมื่อทั้งประเทศไทยและกัมพูชาต่างบอกกับประชาคมโลกว่าการกระทำของตัวเองเป็นการป้องกันตัว ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์ว่าใครพูดจริง-พูดเท็จ แต่ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นในฝั่งไทยชัดเจนอยู่ในตัว

การก่ออาชญากรรมสงคราม ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดกฎเกณฑ์การสู้รบระหว่างรัฐกับรัฐ หรือรัฐกับกลุ่มติดอาวุธ โดยจะบอกว่าใครหรือสิ่งไหนจะต้องไม่ตกเป็นเป้าการโจมตีบ้าง และการโจมตีรูปแบบไหนที่ทำไม่ได้ เพื่อจำกัดผลกระทบ

กัมพูชายิงจรวดหลายลูกเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ค. โดยกลุ่มควันที่เกิดจากจรวดเห็นเป็นทางยาวเหนือท้องฟ้าใน จ.อุดรมีชัย ที่ติดพรมแดนไทย ขณะที่กองทัพไทยออกมาประณามอย่างรุนแรง ต่อการใช้อาวุธยิงโจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างต่อเนื่องของกองทัพกัมพูชา ทั้งชุมชนเมือง โรงพยาบาลและโรงเรียน ซึ่งทำให้มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากหลักฐานที่มีเชื่อได้ว่ารัฐบาลกัมพูชา โดยสมเด็จฮุน เซน อยู่เบื้องหลังการโจมตี ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการขาดความเคารพต่อชีวิตมนุษย์และการไม่แยแสต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) จัดทำฐานข้อมูลกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายดังกล่าว ที่เข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ การทำอันตรายต่อบุคคล หรือสถานที่ที่ต้องได้รับการปกป้อง โดยถึงแม้ว่าจะไม่ได้เกิดความเสียหายขึ้น แต่การกระทำนั้นๆ ก็อาจเข้าข่ายข้อหานี้ได้ หากตั้งใจก่อเหตุโดยการพุ่งเป้าไปที่พลเรือน

ขณะที่การกระทำที่ละเมิดคุณค่าสำคัญ แม้จะไม่ได้ทำอันตรายทางร่างกายต่อบุคคล หรือสร้างความเสียหายต่อสถานที่ แต่อาจเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามได้เหมือนกัน เช่น การใช้ประโยชน์จากร่างผู้เสียชีวิตโดยมิชอบ การทำให้คนต้องไปช่วยศัตรูทำสงครามและการเกณฑ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้ากองทัพ เป็นต้น อย่างกรณีผู้นำรัสเซีย ขณะนี้ถูกหมายจับในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม กรณีการเนรเทศเด็กจากยูเครนไปรัสเซีย แต่ที่ถูกพูดถึงกันมากในความขัดแย้งไทย-กัมพูชาขณะนี้คือการโจมตีโรงพยาบาล

โรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. โดยภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โรงพยาบาลมีสถานะที่จะต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ ต้องไม่ถูกโจมตีและต้องได้รับการเคารพ แต่อาจจะสูญเสียสถานะการถูกปกป้องได้ หากโรงพยาบาลดังกล่าวถูกใช้ด้วยจุดประสงค์ที่เกินขอบเขตมนุษยธรรม หรือใช้เป็นสถานที่โจมตีฝ่ายศัตรู

หากเป็นกรณีนี้ ฝ่ายที่ต้องการโจมตีโรงพยาบาลจะต้องแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนก่อเหตุ และจุดสำคัญของการสร้างความชอบธรรมในการโจมตี คือต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหารด้วย หนึ่งในกรณีกล่าวอ้างความชอบธรรมในการโจมตีโรงพยาบาลและสถานที่พลเรือน คือ เหตุโจมตีในกาซา ซึ่งกองทัพอิสราเอลอ้างว่ากลุ่มฮามาสใช้สถานที่เหล่านั้นเป็นศูนย์บัญชาการในการโจมตีอิสราเอล

ข้อมูลจากระบบติดตามการโจมตีสถานพยาบาลขององค์การอนามัยโลก ชี้ว่า นับตั้งแต่ต้น 2568 จนถึงปัจจุบัน เกิดเหตุโจมตีสถานพยาบาลไปแล้วมากกว่า 700 ครั้งใน 15 ประเทศและดินแดน โดยเฉพาะในยูเครน ซีเรีย กาซาและซูดาน โดยในช่วงเวลาไม่ถึง 7 เดือนเต็มของปี 2568 มีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีสถานพยาบาลทั่วโลกแล้วมากกว่า 1,100 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ายอดผู้เสียชีวิตเมื่อปี 2567 ทั้งปี ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า กองทัพไทยใช้อาวุธหนักและระเบิดพวงโจมตีดินแดนกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ก้าวร้าว โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าการใช้อาวุธของไทยสะท้อนถึงการไม่เคารพต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานที่สุด

สถาบัน Lowy ซึ่งเป็น Think Tank ในออสเตรเลีย จัดทำดัชนีอำนาจในเอเชีย ซึ่งมีหลายหัวข้อ รวมถึงขีดความสามารถด้านกลาโหม จากข้อมูลชุดนี้พบว่าไทยมีศักยภาพสูงกว่ากัมพูชาในทุกๆ ด้าน ทั้งงบประมาณและกำลังพลที่สูงกว่าหลายเท่าตัว ขณะที่การฝึกซ้อมและความพร้อมของกองทัพไทยมีคะแนนสูงกว่ากัมพูชา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไทยจัดการซ้อมรบบ่อยครั้งมากกว่า ทำให้กำลังพลมีความพร้อม หรือแม้กระทั่งประสบการณ์รบ ที่ถึงแม้ทั้ง 2 ประเทศจะมีคะแนนต่ำ แต่ไทยก็ยังได้คะแนนสูงกว่ากัมพูชา

การมีศักยภาพของกองทัพที่สูงกว่าอาจมีประโยชน์ในการใช้กดดันอะไรบางอย่างได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้กำลังรบพุ่งกันเมื่อเกิดความขัดแย้ง เพราะสงครามไม่ได้ทำให้ใครได้ประโยชน์และไม่มีใครเป็นผู้ชนะ เพราะในท้ายที่สุดแล้วทั้ง 2 ฝ่ายที่รบกันย่อมเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพลเรือน

สงครามเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีกฎหมายระหว่างประเทศขึ้นมาลงโทษผู้กระทำความผิด เมื่อเกิดความขัดแย้งรุนแรงใดๆ ขึ้น แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายกำลังถูกท้าทายอย่างมาก บนเวทีความขัดแย้งระหว่างประเทศในปัจจุบัน

อ่านข่าว

กฎแห่งสงคราม ทำไม "โรงพยาบาล" คือเขตห้ามโจมตี ?

สธ.ออก 9 ข้อสั่งการ ปิด รพ.เขต Hot Zone - วางเส้นทางอพยพ

เร่งอพยพ “บ้านกรวด” บุรีรัมย์ หลังกระสุนปืนใหญ่ตกกว่า 70 ลูก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ครึ่งปี 69 “อะโวคาโดเถื่อน” ทะลักข้ามโขงเข้าไทยกว่า 120 ตัน

42 นาทีที่แล้ว

"อภิสิทธิ์" นำ สส.ปชป.จัดสัมมนาหาดใหญ่ ลงพื้นที่ดูแก้มลิงคลองเรียน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ชัชชาติ” วิ่งตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพาน อัดซีเมนต์ สกัดความเสี่ยง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขสมก.แถลงเสียใจเหตุรถเมล์สาย 514 คันเร่งค้าง-ชนต้นไม้ เจ็บ 10 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...