โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แคลเซียมสูงกว่านม! "ผักบุ้ง" ผักบ้านๆ ราคาถูก แต่ห้ามกินคู่ 2 สิ่งนี้ ประโยชน์หายวับ

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แคลเซียมสูงกว่านม! นักโภชนาการเปิดประโยชน์

แคลเซียมสูงกว่านม! นักโภชนาการเปิดประโยชน์ "ผักบุ้ง" เมนูธรรมดาแต่คุณค่าล้น คาดไม่ถึงกินคู่ 2 สิ่งนี้ประโยชน์หายวับ

ไม่ว่าจะหันไปทางร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง หรือแม้แต่เมนูทำทานเองง่าย ๆ ที่บ้าน "ผักบุ้ง" คือหนึ่งในผักใบเขียวยอดนิยมที่ครองใจคนไทยทุกเพศทุกวัยมาโดยตลอด

ล่าสุด "หลี่หว่านผิง" นักโภชนาการชื่อดังของไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดทึ่งผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวว่า ผักบุ้งไม่ได้มีดีแค่ช่วยบำรุงสายตาหรือขับล้างสารพิษเท่านั้น แต่หากเปรียบเทียบในสัดส่วนปริมาณที่เท่ากัน ผักบุ้งมีปริมาณ "แคลเซียม" สูงกว่านมวัว เสียด้วยซ้ำ

ทว่านักโภชนาการก็รีบออกโรงเตือนว่า แม้ประโยชน์จะล้นเหลือ แต่มี "2 วัตถุดิบต้องห้าม" ที่ไม่ควรนำมาจับคู่กินพร้อมกันเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณค่าทางอาหารหดหาย แถมยังเสี่ยงต่ออาการแน่นท้องตามมา

ในมุมมองโภชนาการและแพทย์แผนจีน ช่วงเวลาที่อากาศอบอ้าวและชื้น ร่างกายจะสูญเสียน้ำและอิเล็กโทรไลต์ได้ง่าย ผักบุ้งซึ่งเป็นผักที่มีปริมาณน้ำสูงมาก จึงมีสรรพคุณเด่นในการ "ดับร้อน ล้างพิษ และช่วยขับปัสสาวะ" เปรียบเสมือนยาสมุนไพรธรรมชาติชั้นยอด และนี่คือคุณค่าทางโภชนาการ 4 ด้านที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ผักพื้นบ้านชนิดนี้

1. พลังต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ: วิตามินเอและสารเบต้าแคโรทีน

สำหรับมนุษย์ยุคดิจิทัลที่ต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน ผักบุ้งอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอในปริมาณสูง ซึ่งช่วยบำรุงและรักษาความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อดวงตา พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูเซลล์ผิว นอกจากนี้ สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอลในผักบุ้งยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาความเครียดของร่างกายที่เกิดจากการนอนดึกหรือการเผชิญรังสี UV ได้ดี

2. "ไม้กวาดทำความสะอาดลำไส้": ลิกนินและใยอาหารหนาแน่น

เมื่อเทียบกับผักที่มีเนื้อแข็งและเคี้ยวยากอย่างขึ้นฉ่ายฝรั่ง ผักบุ้งให้กากใยอาหาร (Fiber) ที่ละเอียดและทานง่ายกว่ามาก โดยสาร "ลิกนิน" (Lignin) ที่พบในผักบุ้งมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์แมคโครฟาจ (Macrophage) ในการดักจับสิ่งแปลกปลอมและแบคทีเรีย ขณะที่ใยอาหารหยาบปริมาณมากจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ช่วยให้อุจจาระนิ่มลงและแก้ปัญหาอาการท้องผูกได้อย่างเห็นผล

3. แหล่งแคลเซียมจากพืช: ปริมาณเข้มข้นชนะนมวัว

ข้อดีที่มักถูกมองข้ามมากที่สุดของผักบุ้งคือปริมาณแคลเซียม โดยผักบุ้งทุก ๆ 100 กรัม จะมีปริมาณแคลเซียมสูงถึง 105 มิลลิกรัม ซึ่งหากเทียบในสัดส่วนปริมาณเท่ากันกับนมวัว 100 ซีซี ผักบุ้งจะมีตัวเลขแคลเซียมที่สูงกว่า จึงเหมาะมากสำหรับกลุ่มผู้รับประทานมังสวิรัติหรือคนที่ไม่ชอบดื่มนม

อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการหลี่หว่านผิง แนะนำเพิ่มเติมว่า "แม้ผักบุ้งจะมีแคลเซียมสูง แต่เนื่องจากอัตราการดูดซึมแคลเซียมจากพืชเข้าสู่ร่างกายค่อนข้างต่ำ แนะนำให้ทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงตามหลังมื้ออาหาร เช่น กีวี่ ฝรั่ง หรือสับปะรด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น"

4. กรดโฟลิกที่จำเป็น: ขุมพลังในการสร้างเม็ดเลือดและซ่อมแซมร่างกาย

ผักบุ้ง 100 กรัม ให้กรดโฟลิก (Folic Acid) ประมาณ 72.8 ไมโครกรัม หากคำนวณจากปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวันคือ 400 ไมโครกรัม การรับประทานผักบุ้งเพียงหนึ่งจานก็สามารถเติมเต็มความต้องการของร่างกายได้เกือบ 1/5 ส่วน ซึ่งโฟลิกคือสารอาหารสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง ช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือด และป้องกันภาวะโลหิตจาง

iStockphoto

ตอบคำถามยอดฮิต: "ผักบุ้งช่วยลดความดันและบำรุงกระเพาะจริงไหม?"

นักโภชนาการยืนยันว่า ผักบุ้งช่วยลดความดันโลหิตได้จริง เนื่องจากมีโพแทสเซียมไอออนสูง ซึ่งจะทำหน้าที่ขับโซเดียม (เกลือ) ส่วนเกินออกจากร่างกาย ช่วยลดความดันและแรงต้านภายในผนังหลอดเลือด นอกจากนี้ วิตามินบี 3 (ไนอะซิน) ยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ผสานกับวิตามินซีและคลอโรฟิลล์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดหลอดเลือดแข็งตัว

ส่วนในเรื่องของกระเพาะอาหาร วิตามินบี 2 ในผักบุ้งช่วยบำรุงเยื่อบุผิว และสารเพกติน (Pectin) ช่วยปกป้องผนังกระเพาะอาหาร ควบคุมการหลั่งกรด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผักบุ้งมีกากใยเยอะและมี "ฤทธิ์เย็น" ตามตำราแพทย์จีน สำหรับ "ผู้ที่มีภาวะมื้ออาหารย่อยยาก มักมีอาการกระเพาะเย็น หรือท้องเสียบ่อย" จึงไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเกินไป หรือควรนำไปผัดร่วมกับวัตถุดิบที่มีฤทธิ์อุ่น เช่น ขิงแก่, น้ำมันงา หรือกระเทียม เพื่อช่วยปรับสมดุลและลดความเย็นของผักบุ้งลง

เปิด "2 ข้อห้ามเด็ดขาด" จับคู่ผิดทำสารอาหารดิ่งฮวบ

สุดท้าย นักโภชนาการได้เตือนถึงข้อควรระวังในการจัดเมนูอาหาร หากกินผักบุ้งร่วมกับสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อการดูดซึมสารอาหาร:

  • หลีกเลี่ยงการกินร่วมกับอาหารที่มี "แคลเซียมสูงมาก" เช่น นม, ชีส: เนื่องจากในผักบุ้งมีสารที่เรียกว่า "กรดออกซาลิก" (Oxalic acid) ค่อนข้างสูง ซึ่งสารนี้สามารถเข้าจับกับแคลเซียมในลำไส้จนกลายเป็น "แคลเซียมออกซาเลต" แม้ว่าสารนี้จะถูกขับถ่ายออกมาทางอุจจาระและไม่ได้ก่อให้เกิดนิ่วในไตโดยตรง แต่มันจะไป ขัดขวางและลดอัตราการดูดซึมแคลเซียม ของร่างกาย ทำให้ประโยชน์จากการเติมแคลเซียมลดลงอย่างมาก
  • หลีกเลี่ยงการกินร่วมกับ "กุ้ง ปู และอาหารทะเลที่มีโปรตีนสูง" ในปริมาณมากเกินไป: สารแทนนิน (Tannin) ที่พบในผักบุ้งสามารถเข้าทำปฏิกิริยากับโปรตีนในอาหารทะเล เกิดเป็นสารที่ย่อยสลายได้ยาก สำหรับผู้ที่มีระบบลำไส้และกระเพาะอาหารอ่อนแอ การกินผักบุ้งคู่กับอาหารทะเลปริมาณมากในมื้อเดียว อาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยได้

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...