โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปวดฉี่ทันทีหลังดื่มน้ำ ไตดีหรือไตพัง? แพทย์เตือนถ้าป่วย "น้ำเหลว" จะฟ้อง 4 อาการนี้!

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook

ปวดปัสสาวะทันทีหลังดื่มน้ำ คือไตดีหรือไตพัง? แพทย์เตือนถ้าไตป่วย "น้ำเหลว" จะฟ้องอาการ 4 อย่างนี้!

พฤติกรรมการปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงหลังจากดื่มน้ำเข้าไปเพียงไม่กี่นาที จัดเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลให้แก่ผู้บริโภคจำนวนมาก เนื่องจากหลายคนมักปักใจเชื่อว่าอาการดังกล่าวคือสัญญาณเตือนของภาวะไตเสื่อมหรือระบบทางเดินปัสสาวะทำงานผิดปกติ ล่าสุดคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำในต่างประเทศ ได้เปิดเผยผลลัพธ์ทางคลินิกผ่านรายงานของอับโบลูหวัง (Aboluowang) ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 ยืนยันว่า "การปวดปัสสาวะทันทีหลังดื่มน้ำในเวลาอันสั้น ไม่ใช่ดัชนีชี้วัดว่าไตแข็งแรงหรือไตพัง" แต่หากระบบไตเกิดความผิดปกติขึ้นจริง ร่างกายจะแสดงสัญญาณเตือนผ่าน "4 สิ่งผิดปกติในน้ำปัสสาวะ" ที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัดแทน

กรณีศึกษาทางคลินิก: ความระแวงจนไม่กล้าดื่มน้ำทำระบบขับถ่ายพัง

รายงานระบุถึงกรณีศึกษาของ "นางจาง" หญิงวัย 56 ปี ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความวิตกกังวลเนื่องจากทุกครั้งที่ดื่มน้ำเข้าไป เธอจะเกิดอาการปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 3 ถึง 5 นาที จนเพื่อนรอบข้างทักว่าเธออาจมีภาวะไตวายเรื้อรังและแนะนำให้ซื้ออาหารเสริมมารับประทาน ด้วยความตื่นตระหนกเธอจึงเข้ารับการตรวจร่างกายโดยละเอียดที่โรงพยาบาล

ผลการตรวจเช็กสารเคมีในเลือดและปัสสาวะพบว่า ระบบไตของเธอทำงานเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าอาการปวดฉี่อย่างรวดเร็วเกิดจากภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกินต่อสิ่งเร้า (Overactive Bladder) เนื่องจากพฤติกรรมการดื่มน้ำที่เร็วและพรวดพราดในปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว ซึ่งแพทย์ได้ทำการตักเตือนว่า พฤติกรรมการแกล้งอดน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการไปห้องน้ำของเธอต่างหากที่เป็นตัวการทำลายระบบกรองของเสียในระยะยาว

ชำแหละความจริง: ดื่มน้ำปุ๊บปวดฉี่ทันที เกิดจากอะไร?

ศาสตราจารย์ หลี่ เจี้ยนมิน (Prof. Li Jianmin) หัวหน้าแผนกโรคไตแห่งโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนและปัจจุบันประจำกรุงปักกิ่ง อธิบายว่า น้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปแทบยังไม่ได้เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำปัสสาวะใหม่ในเวลาเพียง 3-5 นาที หากผู้ป่วยไม่มีอาการเจ็บแสบขณะปัสสาวะ ไม่มีอาการบวมน้ำ หรือไม่มีภาวะอ่อนเพลียร่วมด้วย อาการปวดฉี่ทันทีจะแบ่งออกเป็น 2 เงื่อนไขทางกายภาพดังนี้:

  • ปฏิกิริยาสะท้อนทางสรีรวิทยาปกติ: ในกระเพาะปัสสาวะของมนุษย์จะมีน้ำปัสสาวะเดิมกักเก็บอยู่บางส่วน เมื่อมีการดื่มน้ำใหม่เข้าไปอย่างรวดเร็ว ระบบประสาทส่วนกลางจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำใหม่ ปรากฏการณ์นี้พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่มีขนาดกระเพาะปัสสาวะเล็กหรือระบบประสาทไวต่อสิ่งเร้า
  • สภาวะที่ต้องเข้าพบแพทย์: หากอาการปวดปัสสาวะบ่อยครั้งเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ร่วมกับอาการเบื่ออาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น และปัสสาวะเป็นฟองหนาทึบ สภาวะนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของกระเพาะปัสสาวะ แต่อาจเกี่ยวเนื่องกับโรคเบาหวาน โรคเบาจืด หรือระบบไตเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจค่าความสร้างสรรค์ของไต (Creatinine) และอัตราการกรองของไต (eGFR) โดยด่วน

เปิด 4 สิ่งผิดปกติในน้ำปัสสาวะ: สัญญาณเตือนเมื่อระบบไตเริ่มมีปัญหา

นายแพทย์ หยาง กวง (Dr. Yang Guang) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากโรงพยาบาลประชาชนมณฑลเจียงซู ยืนยันว่าดัชนีชี้วัดโรคไตที่แม่นยำที่สุดสามารถตรวจสอบได้จากคุณลักษณะของน้ำปัสสาวะประจำวันผ่าน 4 จุดสังเกตหลัก:

1. สีของน้ำปัสสาวะเปลี่ยนไปอย่างวิปริต
โดยทั่วไปปัสสาวะควรมีสีเหลืองฟางอ่อนจนถึงสีเหลืองอำพันตามระดับความเข้มข้นของสารอุโรโครม (Urochrome) หากปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดง ชมพู หรือสีน้ำตาลเข้มคล้ายน้ำล้างเนื้อ บ่งชี้ว่ามีเม็ดเลือดแดงรั่วไหลออกมาจากตัวกรองไต ซึ่งเป็นอาการของโรคไตอักเสบเฉียบพลันหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ในทางตรงกันข้าม หากปัสสาวะใสสะอาดเหมือนน้ำเปล่าตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาก อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาจืด

2. ปริมาณปัสสาวะพุ่งสูงเกินเกณฑ์หรือลดต่ำลงอย่างน่ากลัว
เกณฑ์ปัสสาวะปกติของผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 1,000 ถึง 2,000 มิลลิลิตรต่อ 24 ชั่วโมง หากปัสสาวะมีปริมาณมากเกินเกณฑ์อาจเสี่ยงต่อภาวะโรคไตเนโฟรติกหรือเบาหวาน แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ "ภาวะปัสสาวะน้อย" (Oliguria) ที่มีปริมาณน้ำปัสสาวะต่ำกว่า 500 มิลลิลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอาการแสดงของภาวะไตวายเฉียบพลันหรือมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ

3. กลิ่นฉุนรุนแรงและมีลักษณะจำเพาะของโรคร้าย
ปัสสาวะปกติจะมีกลิ่นแอมโมเนียอ่อน ๆ แต่หากระบบคัดกรองของเสียชำรุด กลิ่นจะเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง แพทย์หญิง หวัง เยว่เฟิน (Dr. Wang Yuefen) หัวหน้าแผนกโรคไตระบุว่า ภาวะนิ่วในไตจะทำให้เกิดกลิ่นฉุนรุนแรงคล้ายโลหะสนิมเหล็ก โรคไตอักเสบและไตวายจะทำให้เกิดกลิ่นคาวคละคลุ้ง และที่น่ากลัวที่สุดคือผู้ป่วยมะเร็งไต ปัสสาวะมักจะมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงคล้ายไข่เยี่ยวม้าหรือไข่เน่าเนื่องจากมีการหลุดลอกของเนื้อเยื่อภายใน

4. ความใสลดลงและมีฟองหนาแน่นไม่ยอมยุบตัว
น้ำปัสสาวะของคนสุขภาพดีต้องมีความเหลวใส ไม่มีตะกอนก้อนเลือด หากพบว่าน้ำปัสสาวะมีความเหนียวหนืด ขุ่นมัว หรือมีฟองสีขาวละเอียดขนาดเล็กขึ้นหนาแน่นคล้ายฟองเบียร์และไม่ยุบตัวหายไปภายในเวลา 10-15 นาที สภาวะนี้คือดัชนีชี้วัดของโรคโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Proteinuria) ซึ่งเกิดจากตัวกรองของหน่วยไต (Glomerulus) ถูกทำลายจนไม่สามารถกักเก็บโปรตีนไข่ขาวไว้ในกระแสเลือดได้

สรุปแล้ว ผู้บริโภคไม่ควรตื่นตระหนกกับระยะเวลาการเข้าห้องน้ำหลังการดื่มน้ำตราบใดที่คุณลักษณะของปัสสาวะยังคงปกติ ทว่าการหมั่นสังเกตสี ปริมาณ กลิ่น และฟองของปัสสาวะในแต่ละวัน ร่วมกับการตรวจสุขภาพและเช็กค่าไตประจำปี คือกลยุทธ์การป้องกันและรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะที่ทรงประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...