โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความดันดี = ชีวิตดี เคล็ดลับดูแลให้ค่าความดันเป๊ะ ก่อนต้องพึ่งยา

Thai PBS

อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 06.55 น. • Thai PBS

เคยวัดความดัน แล้วเห็นตัวเลข 120/80 หรือ 140/90 แล้วสงสัยหรือไม่ ค่าตัวบน/ค่าตัวล่าง มีความหมายอย่างไง และตัวเลขนี้บอกอะไรถึงร่างกายของแต่ละคน มาหาคำตอบกัน

ความดันโลหิต คือ ค่าความดันภายในหลอดเลือดแดง เกิดจากการบีบตัวของหัวใจส่งเลือดผ่านหลอดเลือด นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วตัวเลข ค่าตัวบน/ค่าตัวล่าง คืออะไร

  • ค่าตัวบน - ตัวเลขตัวแรก เช่น 120 = แรงดันเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว (Systolic Blood Pressure)

  • ค่าตัวล่าง - ตัวเลขตัวสอง เช่น 80 = แรงดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว (Diastolic Blood Pressure)

ตารางเกณฑ์ ระดับความดันโลหิต ตัวเลขปกติคือเท่าไหร่

ตารางเกณฑ์ระดับความดันโลหิต ค่าความดันโลหิตระดับไหนอันตราย ต้องรีบพบแพทย์ทันที โดยตัวเลขเท่าไรจะอยู่ในเกณฑ์ปกตินั้น ต้องดูทั้งค่าบน และค่าล่างประกอบกัน

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เมื่อปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงกว่า 14 ล้านคน แต่มีเพียง 7 ล้านคนที่เข้ารับการรักษา หากไม่สามารถควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อน เช่น อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด และไตวายเรื้อรัง อาจส่งผลให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิต

โรคความดันโลหิตสูง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมได้ด้วย ยาและการปรับพฤติกรรม ผู้ป่วยบางรายที่ปรับพฤติกรรมได้ดี อาจสามารถหยุดยาได้ตามแพทย์เห็นสมควร

ระดับความดันโลหิตที่ควรเฝ้าระวัง

ดังนั้นประชาชนควรวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิตให้น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากเกิน 130/80 มิลลิเมตรปรอท คือ เริ่มสูง ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หากสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าป่วยเป็นความดันโลหิตสูงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้ารับการรักษา หากเกิน 160/100 มิลลิเมตรปรอท คือ สูงมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และหากเกิน 180/110 มิลลิเมตรปรอท สูงถึงขีดอันตรายต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

สำหรับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี และคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

วัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง ทำอย่างไร

  • ผู้ถูกวัดความดันเตรียมตัวก่อนการวัด ไม่ดื่มชา กาแฟ ไม่สูบบุหรี่ และไม่วิตกกังวล

  • ใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่ได้มาตรฐาน

  • มีท่าทางการวัดที่ถูกต้อง วางแขนไว้บนโต๊ะ ให้ปลอกแขนวัดความดัน อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ ในขณะที่วัดความดัน

  • ค่าความดันโลหิต หรือ แรงดันในหลอดเลือด มีหน่วยวัดมิลลิเมตรปรอท(มม.ปรอท /mmhg)

เมื่อไม่นานมานี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้แชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิธีลดความดันโลหิต" ผ่านเพจ "หมอเจด" พร้อมเล่าประสบการณ์ของตัวเองว่า เคยมีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ที่มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ทั้ง เบาหวาน ไขมัน รวมถึงความดัน

และเชื่อว่าหลายคนก็เจอกับปัญหานี้และไม่ว่าจะลองวิธีไหนก็ยังไม่ดีขึ้น จึงได้ลองปรับพฤติกรรมและพบว่าวิธีเหล่านี้ช่วยลดความดันได้จริง จนแทบไม่ต้องพึ่งยา แถมสุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้น

ควบคุมปริมาณโซเดียมในอาหาร

หลายคนรู้ว่า "กินเค็มทำให้ความดันสูง" แต่เคยสงสัยไหมว่า เราก็ไม่ได้กินเค็มขนาดนั้น แล้วทำไมความดันยังสูงอยู่ ซึ่งที่จริงแล้ว "โซเดียม" ไม่ได้มาจากแค่เกลือที่ใช้ปรุงอาหาร แต่แฝงอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น อาหารแปรรูป น้ำซุปก้อน อาหารหมักดอง ขนมกรุบกรอบ และน้ำจิ้มต่าง ๆ ซึ่งบางอย่างรสชาติอาจจะไม่ได้เค็มจัด แต่แฝงไปด้วยโซเดียมเพียบ เพราะมีการเติมน้ำตาลให้รสกลมกล่อมจนเรารู้สึกว่าไม่เค็ม

ฉะนั้น "วิธีลดโซเดียมในอาหาร" จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และซอสปรุงรสต่าง ๆ นอกจากนี้ ควรอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้ออาหาร ให้เลือกที่มีโซเดียมน้อย ใช้เครื่องปรุงรสที่โซเดียมต่ำ เช่น เกลือหิมาลัย หรือซีอิ๊วสูตรลดเกลือ

ลดน้ำหนักแม้เพียง 5-10% ก็ช่วยได้มาก

น้ำหนักตัวมีผลต่อความดันโลหิต หากลดน้ำหนักลง 5-10% ของน้ำหนักตัว ความดันก็สามารถลดลงได้ ซึ่งตัวอย่างของ นพ.เจษฎ์ เองที่เคยหนัก 110 กิโลกรัม พอลดลงเหลือ 99 กิโลกรัม แค่ 10 กิโลกรัม ความดันก็ลดจาก 140/90 เหลือประมาณ 120/80 รู้สึกสดชื่นขึ้น หัวใจเต้นช้าลง และไม่เหนื่อยง่าย

ลองตั้งเป้าลดน้ำหนัก เดือนละ 2-3 กิโลกรัม ไม่ต้องเร่งรีบ แต่ให้ทำต่อเนื่อง ที่สำคัญปรับอาหารให้เป็นแนว คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ลดแป้งขัดสี น้ำตาล และเพิ่มโปรตีน ดี ๆ

ออกกำลังกาย ให้มากขึ้น

นอกจากนี้ นพ.เจษฎ์ ยังแนะนำให้ "ออกกำลังกาย" ที่เป้าหมายไม่ใช่แค่ผอม แต่ช่วยให้ความดันโลหิตลดลงได้ อย่าตนเองก็ไม่ได้ออกกำลังกายทุกวัน มีบางวันที่่เดินเร็ววันละ 40-45 นาที ความดันก็ค่อยๆ ลดลงแบบเห็นได้ชัด

การออกกำลังกายช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ลดแรงต้านของเส้นเลือด ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก แต่อย่าออกกำลังกายหนักเกินไปในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ความดันพุ่งได้

ลดความเครียดและนอนให้เพียงพอ

ไม่เพียงการออกกำลังกาย ความเครียดและการนอนไม่พอ เป็นตัวกระตุ้นให้ความดันสูงขึ้น เพราะเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่ง ฮอร์โมนคอร์ติซอล และ อะดรีนาลีน ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หลอดเลือดหดตัว และความดันพุ่งสูงขึ้น จึงควรนอนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมง และ ทำสมาธิ ฝึกหายใจลึกๆ ฟังเพลงให้จิตใจสงบ

ที่สำคัญอย่าลืมหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือจอคอมพิวเตอร์ก่อนนอน เพราะแสงสีฟ้าจะรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้หลับสนิท

เลิกบุหรี่และงดแอลกอฮอล์

หลายคนเคยได้ยินว่า ดื่มไวน์แดงวันละแก้วดีต่อหัวใจ ซึ่งอาจเป็นจริงสำหรับคนที่สุขภาพดี แต่หากคุณมีความดันโลหิตสูง ควรงดอย่างเด็ดขาด บุหรี่ และ แอลกอฮอล์ ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การงดสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ความดันโลหิตลดลงเร็วขึ้น

ฉะนั้น หากสูบบุหรี่ ควรเลิกทันที เพราะนิโคตินทำให้เส้นเลือดตีบและแข็งตัวเร็วขึ้น ควรลดแอลกอฮอล์แบบศูนย์เลย ไม่ใช่แค่ลดลงนิดหน่อย

อ้างอิงข้อมูล : กรมควบคุมโรค

อ่านข่าว : ปิดตำนาน Gene Hackman นักแสดงดัง 2 ผลงานออสการ์

จับผู้ต้องหาระดับสั่งการส่งไอซ์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์ 23 ล้านบาท

ส่งกลับชาวอินโดนีเซีย หลังปราบปรามเมืองสแกมเมอร์ฝั่งเมียนมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ฝุ่น PM 2.5 กทม.เกินค่ามาตรฐาน 18 เขต มากสุด "หนองจอก"

34 นาทีที่แล้ว

เปิดคำแถลงนโยบายรบ.อนุทิน ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานรอบอ่าวเปอร์เซีย - "ทรัมป์" ขู่ถล่มโรงไฟฟ้าบีบเปิดฮอร์มุซ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาพอากาศวันนี้ ไทยร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ ฟ้าหลัว กทม.อุณหภูมิสูงสุด 40 องศาฯ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...