ต่อให้โลกพังแค่ไหน ก็ไม่ลืมที่จะเริ่ด? Charli XCX ตั้งคำถามผ่านเพลง ‘SS26’ ว่าเรากำลังใช้ ‘ความแกลม’ เพื่ออะไร เยียวยาตัวเองในวันแย่ๆ หรือแค่กลบความว่างเปล่าในใจกันนะ
“Fashion won’t save us, So let’s go on the runway and walk”
นี่คือประโยคแรกในช่วงต้นมิวสิกวิดีโอเพลง SS26 ของ Charli XCX ที่กำกับโดย David Toro และ Solomon Chase คู่ดูโอ้ Torso ซึ่งเปิดฉากด้วยประโยคของบรรณาธิการแฟชั่นระดับตำนานชาวฝรั่งเศส Carine Roitfeld ที่เคยกล่าวไว้ว่า “แฟชั่นช่วยพวกเราไม่ได้หรอก แต่ก็ขึ้นรันเวย์แล้วเดินต่อกันเถอะ”
และประโยคนี้เองที่อาจเป็นคำจำกัดความที่ดีที่สุดของคนยุค 2026 นี้ก็ได้
เมื่อเพลง SS26 ที่ Charli หยิบศัพท์แฟชั่นซึ่งมักจะใช้กันเพื่อบ่งบอกฤดูกาลของทุกปีอย่างคำว่า Spring/Summer มาผนวกเข้ากับปี 2026 ไม่ได้พูดถึงเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนอย่างเคย แต่พูดถึงโลกที่กำลังหมดหวัง ผ่านภาพของตัวเธอเองในลุคแฟชั่นโมเดลที่ยังคงแต่งตัวสวย เดินแฟชั่นโชว์ และสร้างภาพลักษณ์เพอร์เฟ็กต์ต่อไป ทั้งที่ในใจลึกๆ รู้ดีว่าคงไม่มีอะไรช่วยโลก และพวกเราได้จริงอีกแล้ว แม้แต่แฟชั่น
“Spring Summer 26 / When the world is gonna end, no hope for any of it / Yeah we’re walking on a runway that goes straight to hell / Nothing’s gonna save us, not music, fashion or film.”
แปลได้ว่า “Spring/Summer 26 / เมื่อโลกกำลังจะถึงจุดจบและไม่มีความหวังหลงเหลือ / เรากำลังเดินอยู่บนรันเวย์ที่มุ่งตรงสู่นรก / ไม่มีอะไรช่วยเราได้อีกแล้ว ไม่ว่าดนตรี แฟชั่น หรือภาพยนตร์”
ในมิวสิควิดีโอ Charli XCX ปรากฏตัวบนรันเวย์ครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมจงใจอ้างอิงฉากระดับไอคอนิกจากซีรีส์ Sex and the City ตอน The Real Me (2001) ที่ Carrie Bradshaw ตอบตกลงเดินแฟชั่นโชว์การกุศลร่วมกับนางแบบมืออาชีพ แต่กลับสะดุดล้มกลางรันเวย์ ก่อนจะถูก Heidi Klum เดินก้าวข้ามไปแบบหน้าตาเฉย โดยเธอและคู่หู Torso ตั้งใจหยิบซีนนั้นมาล้อเลียนด้วยมุมกล้องประหนึ่งกำลังเดินบนรันเวย์ด้วยความตะกุกตะกักไปหมด ทั้งการอยู่ปลายรันเวย์ การล้มและมีคนเดินข้าม รวมถึงการหยอกล้อกับนางแบบที่เดินสวนทาง แต่แม้ชีวิตบนรันเวย์จะติดขัดแค่ไหน Charli ก็ยังรักษาแอสเตทิกชุดสีดำขาว อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชุดขนเฟอร์จาก Saint Laurent ชุดขนนกจาก Ann Demeulemeester
แต่สิ่งที่ทำให้ฉากใน Sex and the City นั้นกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ดีที่สุดของซีรีส์ ไม่ใช่ความเพอร์เฟ็กต์ หากเป็นการที่ Carrie ลุกขึ้นมาเดินต่อ ทั้งที่เพิ่งล้มต่อหน้าคนทั้งห้อง และท้ายที่สุดเธอก็ได้เรียนรู้ว่า ความมั่นใจที่แท้จริงอาจไม่ได้เกิดจากการดูเป๊ะปัง แต่เกิดจากการยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเองต่างหาก และ Charli ก็โอบรับมันเช่นกัน
ในอีกแง่ เมื่อฟังเนื้อเพลงดีๆ SS26 แทบจะเป็นเหมือนคู่มือเอาตัวรอดของการเป็นคนดังในยุคอินเทอร์เน็ต ที่ทุกอย่างกลายเป็นแบรนดิ้งไปหมด ตั้งแต่จุดยืนทางการเมือง เชื้อชาติ รสนิยม ไปจนถึงเสื้อผ้าที่ใส่ ซึ่งทั้งหมดนี้เล่าผ่านเนื้อร้องในเพลงที่ว่า
“Think my politics could work as a press strategy / And my heritage could give me quite the USP”
“ฉันคิดว่าจุดยืนทางการเมืองสามารถเป็นกลยุทธขายข่าวได้ และรากเหง้าของฉันสามารถเป็น Unique Selling Point หรือ จุดขายที่ทำให้แตกต่างได้ด้วย”
เพราะโลกปัจจุบันดูเหมือนจะคาดหวังให้คนดังต้องมีจุดยืน มีตัวตนชัดเจน ดูตื่นรู้ ดูเท่ดูคูล และแต่งตัวดีอยู่เสมอ ต่อให้ลึกๆ ข้างในจะกำลังหมดไฟ ‘ว่างเปล่า’ หรือไม่แน่ใจอะไรในชีวิตเลยก็ตาม ราวกับว่าท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าข้างในจะเละเทะยังไง หากยังดูดีในเสื้อผ้าที่สวมอยู่ สังคมก็พร้อมจะมองข้ามทุกอย่างไปได้อยู่ดี
และนั่นทำให้ SS26 ไม่ได้เป็นแค่เพลงที่พูดเรื่องของแฟชั่น หรือเพลงประชดโลกเก๋ๆ แต่คือเพลงเกี่ยวกับการใช้ชีวิต รวมถึงความเป็นมนุษย์ในยุคที่ทุกอย่างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพลักษณ์ เรายังออกไปปาร์ตี้ ยังแต่งตัว ยังโพสต์รูป ยังสร้าง aesthetic และทำเหมือนทุกอย่างยังโอเค ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจกำลังรู้สึกเหมือน “ใส่ชุดดีไซเนอร์เดินสับลงนรก” อยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงอย่างนั้น Charli XCX ก็ไม่ได้เลือกจะจบเพลงด้วยความสิ้นหวังเสียทีเดียว เพราะหลังจากเนื้อร้องที่พูดถึงเรื่องวันสิ้นโลก ความว่างเปล่า และความ fake ของวัฒนธรรมเซเลบริตี้ เธอกลับโพสต์ลง TikTok แบบติดตลกว่า
“ไวบ์ของฉันในสปริงซัมเมอร์นี้ ได้แก่ ชุดน่ารัก อยู่กับจอร์จ ปังพินาศตลอดไป เปิดเพลง SOPHIE วนไป บูชางานศิลปะ ใส่นาฬิกาข้อมือเสียที ดูหนังของ Eric Rohmer และลุกขึ้นสู้ตลอดไป”
เหมือนสุดท้ายแล้ว ต่อให้แฟชั่นจะช่วยโลกไม่ได้จริงแบบคำกล่าวของดีไซเนอร์ในตำนาน ดนตรีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น และโลกยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม มนุษย์อย่างเราๆ ก็ยังคงเลือกที่จะแต่งตัวสวยปัง เอนจอยกับการฟังเพลง ตกหลุมรักงานศิลปะ และเดินหน้าต่อไปอยู่ดี…
บทความต้นฉบับได้ที่ : ต่อให้โลกพังแค่ไหน ก็ไม่ลืมที่จะเริ่ด? Charli XCX ตั้งคำถามผ่านเพลง ‘SS26’ ว่าเรากำลังใช้ ‘ความแกลม’ เพื่ออะไร เยียวยาตัวเองในวันแย่ๆ หรือแค่กลบความว่างเปล่าในใจกันนะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ต่อให้โลกพังแค่ไหน ก็ไม่ลืมที่จะเริ่ด? Charli XCX ตั้งคำถามผ่านเพลง ‘SS26’ ว่าเรากำลังใช้ ‘ความแกลม’ เพื่ออะไร เยียวยาตัวเองในวันแย่ๆ หรือแค่กลบความว่างเปล่าในใจกันนะ
- กฎหมายใหม่ตาลีบันกำหนดว่า หากเด็กผู้หญิง ‘เงียบ’ จะถือว่า ‘สมยอม’ ในการแต่งงานกับชายรุ่นใหญ่ แต่จะหย่า ต้องมีเงื่อนไขมากมาย และไปต่อสู้ในศาลเอง
- เชื่อเสียงหัวใจตัวเองมากกว่าสายตาของคนอื่น ‘เอินเอิน ฟาติมา’ จากละคร ‘สอดสร้อยมาลา’ ผู้หลงรักการแสดงตั้งแต่ 6 ขวบ และทุกวันนี้ขอมีชีวิตอยู่เพื่อความสุข
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com