โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

พระองค์หญิง ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’‘ผู้ทรงพระปรีชา’ ขวัญแห่งใจคนไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 19.21 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ (ม.ล.โสมสวลี กิติยากร) เป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระองค์มีพระขนิษฐาและพระอนุชา คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

ในส่วนของการศึกษานั้น พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถและพระวิริยอุตสาหะ ทรงใฝ่หาความรู้เป็นที่ประจักษ์ชัดในพระประวัติการศึกษาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน ทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนราชินี ในระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ โรงเรียน Heathf ield ในเมือง Ascot สหราชอาณาจักร ก่อนที่จะเสด็จกลับมาทรงศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่โรงเรียนจิตรลดา

ระดับอุดมศึกษา ทรงศึกษาระดับปริญญาตรีในสองสาขาวิชาในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของไทยสองแห่ง คือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และด้วยพระทัยที่ตั้งมั่นและพระวิริยอุตสาหะในพระองค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอถวายรางวัล “สัญญาธรรมศักดิ์ประเภทนักศึกษากฎหมายดีเด่น ประจำปี 2544” แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเทิดพระเกียรติ และพระปรีชาญาณ

ปีเดียวกันนั้นเองพระองค์เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัย คอร์แนล เมืองอิทากา มลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League อันมีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา โดยทรงใช้เวลาศึกษาในระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ (LL.M.) เพียง 1 ปี จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านนิติศาสตร์ (J.S.D.) เป็นเวลา 3 ปี โดยพระองค์ทรงทุ่มเทพระวิริยอุตสาหะในการค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ด้านกฎหมาย เพื่อนำมาประกอบในการทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “สู่ความยุติธรรมอย่างเสมอภาค : การคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา และจำเลยในกระบวนยุติธรรมทางอาญาของไทย โดยศึกษาเปรียบเทียบกับระบบของประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา”

ในระหว่างที่ทรงศึกษาปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกานั้นเอง ทรงศึกษากฎหมายที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาที่ประเทศไทยควบคู่กันไป ด้วยพระอัจฉริยภาพและผลแห่งความพากเพียรทำให้ทรงสำเร็จการศึกษาทั้งดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา และทรงเป็นเนติบัณฑิตไทย พร้อมกันในปี 2548

ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษาแล้วนั้นพระองค์ได้เข้ารับราชการ ในปี 2543 ทรงรับราชการตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญระดับร้อยเอก หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด ปี 2549 ทรงรับราชการตำแหน่งเลขานุการเอก คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ต่อมาในปี 2550 ทรงรับราชการตำแหน่งอัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ อัยการประจำกอง สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 3 อัยการประจำกอง สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดียาเสพติด 1 อัยการจังหวัดผู้ช่วย จังหวัดอุดรธานี ในปี 2552 รองอัยการจังหวัดอุดรธานี สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี ปี 2553 รองอัยการจังหวัดพัทยา สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา ปี 2554 รองอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู อัยการจังหวัดหนองบัวลำภู และเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา

ปี 2555 เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย และเอกอัครราชทูตประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ปี 2557 อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2558 อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการอัยการชั้น 4) สำนักงานคดียาเสพติด ปี 2560 อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง (ข้าราชการอัยการชั้น 5)

นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงสนพระทัยรวมทั้งทรงติดตามและเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมาย และการต่างประเทศมาโดยตลอดทั้งในระหว่างที่ยังทรงศึกษาอยู่ และเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว ในระหว่างที่ทรงศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ทรงฝึกงานกับบริษัทที่ปรึกษากฎหมายชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ในกรุงวอชิงตัน โดยทรงให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนั้นยังได้ทรงฝึกงานกับสำนักงานอัยการประจำนครนิวยอร์ก (The Off ice of the District Attorney of New York) โดยทรงศึกษาขั้นตอนการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย อีกทั้งได้ทรงฝึกปฏิบัติการสืบพยาน การหาหลักฐาน การเขียนสำนวนฟ้อง และการว่าความตามกฎหมายสหรัฐ อันเป็นการเพิ่มพูนพระปรีชาญาณในด้านกฎหมายอาญาเป็นอย่างมาก

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลในปี 2548 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชานุญาตให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะเลขานุการเอก ประจำคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ปี 2548-2549 ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในพระองค์ ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการสั่งสมประสบการณ์ในการเจรจาการทูตพหุภาคี เพื่อผลักดันประเด็นที่เป็นบรรทัดฐานระหว่างประเทศ อันจะมีผลต่อกระบวนการพัฒนากฎหมายภายในประเทศต่อไป

ตลอดระยะเวลาที่ทรงประจำการอยู่ ณ คณะทูตถาวรฯ ณ นครนิวยอร์ก ทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะนักการทูตด้วยความเป็นผู้นำและเสียสละ อุทิศทุ่มเท ด้วยพระอัธยาศัยและพระจริยวัตรอันงามสง่า ประกอบกับพระปรีชาสามารถ พระปฏิภาณไหวพริบเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวต่างชาติ ช่วยเพิ่มพูนบทบาทและเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมทั้งได้นำความก้าวหน้ามาสู่การทูตพหุภาคีของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พระภารกิจที่ทรงปฏิบัติในฐานะนักการทูต มีมากมายหลายประการ ตัวอย่างดังต่อไปนี้

1. ทรงเป็นองค์ผู้แทนประเทศไทย ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) สมัยที่ 60 ณ นครนิวยอร์ก โดยทรงรับผิดชอบงานในกรอบคณะกรรมการที่ 3 (Third Committee) ได้แก่ เรื่องการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา สิทธิมนุษยชนผู้อพยพ การย้ายถิ่นฐาน และคณะกรรมการที่ 6 (Sixth Committee) ได้แก่ เรื่องกฎหมายทะเล กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงการต่อต้านการก่อการร้ายในช่วงเวลาดังกล่าว ประทานข้อคิดเห็นและข้อสังเกต ให้แก่คณะทูตถาวรฯ และกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดท่าทีของประเทศไทยในประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ

2.พระปรีชาสามารถในการเจรจาการทูตพหุภาคี (Multi-lateral Diplomacy) เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนเมื่อประเทศไทยเสนอร่างข้อมติ (Draft Resolution) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการที่ 3 ในเรื่อง “การติดตามผลการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ 11” (Follow-up to the Eleventh United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2548 โดยทรงร่วมยกร่างข้อมติและทรงใช้พระปฏิภาณไหวพริบทางการทูตร่วมเจรจากับนักการทูตชาติอื่นๆ เพื่อผลักดันให้มีการรับรอง “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) แนบท้ายร่างข้อมติดังกล่าว

นำไปสู่การรับรองข้อมติสมัชชาสหประชาชาติที่ 60/177 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2548 โดยฉันทามติอันเป็นผลสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดันการทูตเชิงรุก และสร้างสรรค์ของประเทศไทยในเวทีโลก และนับจากนั้นเป็นต้นมา พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยกับงานของสหประชาชาติในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2549 พระองค์เสด็จกลับประเทศไทยเพื่อทรงงาน ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อันจะนำคุณูปการมาสู่การพัฒนากฎหมายและการพัฒนาระบบพิจารณาความอาญาของไทยในอนาคต

นอกเหนือจากทรงรับราชการด้านกฎหมายและการต่างประเทศแล้ว โปรดให้จัดตั้งโครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากขึ้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน ต่อมาได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังทรงรับมูลนิธิกุมารโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไว้ในพระอุปถัมภ์ ตลอดจนทรงริเริ่มโครงการต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่บ้านกำแมด จังหวัดอุดรธานี เพื่อที่จะพัฒนาหมู่บ้านนี้ให้เป็นชุมชนต้นแบบในการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวไทย

ในวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ได้มีการประชุมของคณะกรรมาธิการการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 20 โดยการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้าย ของคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 20 ในโอกาสนี้ พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 21 โดยจะทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 จนถึงเดือนธันวาคม 2555

ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์สุขของสังคมและประเทศชาติ จึงถือเป็นความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทยที่พระเจ้าหลานเธอฯ มีพระอัจฉริยภาพเป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศ สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมกันถวายการสดุดีแด่พระเจ้าหลานเธอฯ ในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” เพื่อเป็นกำลังใจให้ทรงพระวิริยะสืบสานพระภารกิจอันทรงคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสืบไป

นอกจากนี้ยังทรงริเริ่มโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เช่น ผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขังในเรือนจำ รวมทั้งทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อเสนอของไทยที่มุ่งสร้างมาตรฐานว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงโดยเฉพาะ จนสามารถผลักดันให้เกิดการรับรองข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิดหญิง หรือ “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ” ได้เป็นผลสำเร็จในการประชุมสมัยที่ 65 ของสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อปี 2553.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก เดลินิวส์

วิกฤตโรคใบด่าง ดึง 3 “รัฐ-เอกชน-เกษตรกร”แปลงนำร่องสิ้นเดือนนี้

17 นาทีที่แล้ว

“ตลาดเกษตรกรราชบุรี” ต้นแบบตลาดรักษ์โลก ขับเคลื่อนตลาดคาร์บอนต่ำ

25 นาทีที่แล้ว

‘โอปอล สุชาตา’ ถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ยกเป็นแรงบันดาลใจขับเคลื่อนงานช่วยผู้ด้อยโอกาส

31 นาทีที่แล้ว

สวีเดนแนะผู้ปกครอง ไม่ซื้อ “สมาร์ตโฟน” ให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี

33 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความในพระราชสำนักอื่น ๆ

ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไว้ทุกข์ทั่วประเทศ

สยามนิวส์

รู้จัก “พระที่นั่งพิมานรัตยา” สถานที่ประดิษฐานพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

TNN ช่อง16

ราชกิจจาฯ ประกาศการไว้ทุกข์ของ "ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนทั่วไป"

สยามรัฐ

กีฬาให้ชีวิต สโมสรกีฬาบีบีจี เด้ง ได้ ดีศูนย์รวมคนรักกีฬากับ ‘พระองค์ภา’

เดลินิวส์
วิดีโอ

เพจ "โบราณนานมา" โพสต์น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" เจ้าฟ้านักกฎหมายและมนุษยชน

BRIGHTTV.CO.TH

เปิดกำหนดการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

WeR NEWS

พระองค์ภากับงานอัยการ สนพระทัยช่วยคนได้รู้กฎหมาย

เดลินิวส์
วิดีโอ

เปิดกำหนดการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

WeR NEWS
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...