โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

วิกฤตโรคใบด่าง ดึง 3 “รัฐ-เอกชน-เกษตรกร”แปลงนำร่องสิ้นเดือนนี้

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 20.13 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กางยุทธศาสตร์เชิงรุกดึง 3 ประสาน “รัฐ-เอกชน-เกษตรกร” กู้วิกฤตโรคใบด่าง พลิกโฉมอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยทั้งระบบ ลุยแปลงนำร่องสิ้นเดือนนี้ เปิดแผนปฏิบัติการเชิงบูรณาการ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ผ่านการหารือร่วมกับ 4 สมาคมมันสำปะหลังไทย สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย และสภาเกษตรกร ประกาศใช้ 8 มาตรการเร่งด่วนในการรับมือปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของมันสำปะหลังไทยในตลาดโลก ด้านภาคเอกชนและตัวแทนเกษตรกรขานรับทิศทางการทำงานที่รวดเร็วและตรงจุด พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง

โดยมีผู้แทนจาก 4 สมาคมมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย รวมถึงประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อเสนอเพื่อร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกภาคส่วนต่างแสดงความมั่นใจในกระบวนการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่สะสมมานานอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของการปรับปรุงนโยบายและการปฏิบัติการจริงในระดับพื้นที่

ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอเร่งด่วน 8 ประเด็น พร้อมยกระดับเป็น “แผนปฏิบัติการเชิงบูรณาการ 3 มิติ” ครอบคลุมการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างความมั่นคงด้านท่อนพันธุ์ และการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม

สำหรับการยกระดับการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมจัดทำ “โครงการพลิกโฉมการผลิตมันสำปะหลังไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ผลผลิตสูงอย่างยั่งยืน” เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ วงเงินประมาณ 9,000–10,000 ล้านบาท โดยมุ่งปรับโครงสร้างต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) อาทิ ระบบน้ำหยด พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพถ่ายดาวเทียม รวมถึงการพัฒนาระบบเกษตรคาร์บอนต่ำเพื่อเพิ่มมูลค่าจากคาร์บอนเครดิต

พร้อมทั้งเตรียมเดินหน้า “โครงการฟื้นฟูและยกระดับการผลิตมันสำปะหลังไทยด้วยพันธุ์ต้านทานและพันธุ์ทนทานที่มีคุณภาพ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านท่อนพันธุ์ โดยตั้งเป้าผลิตและกระจายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่ต้านทานโรคใบด่างให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านลำต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนท่อนพันธุ์ และสร้างเสถียรภาพด้านวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย

นอกจากนี้ จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อเป็นกลไกติดตามสถานการณ์ (War Room) และแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ รวมถึงลงพื้นที่คัดเลือก “แปลงต้นแบบนำร่อง” สำหรับการผลิตมันสำปะหลังคาร์บอนต่ำและพันธุ์ทนทานต่อโรคใบด่าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขอนามัยพืช โดยไม่อนุญาตให้นำเข้าท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสายพันธุ์ต่างประเทศเพื่อการค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากศัตรูพืชและโรคพืชอุบัติใหม่ โดยจะอนุญาตเฉพาะการนำเข้าเพื่อการศึกษาวิจัย ภายใต้การกำกับดูแลและตรวจสอบด้านสุขอนามัยพืชของกรมวิชาการเกษตรอย่างเข้มงวด ยืนยันว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นต้นแบบการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ในการยกระดับภาคเกษตรไทยที่มุ่งเน้นความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...